เสียงกุกกักหน้าห้องพักพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากข้อความรัวเป็นชุดบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ทำเอามินนี่ที่กำลังนั่งกอดหมอนตัวกลมอยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ประโยคสุดท้ายจากแชตเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นลูป
*“เปิดประตูสิคะ... หรืออยากจะให้ผมเข้าไป 'ตรวจงาน' ในห้องนอนคุณจริงๆ?”*
บ้าที่สุด! ผู้ชายคนนี้กินอะไรเป็นอาหาร ถึงได้มีความสามารถในการทำให้หัวใจคนอื่นเต้นผิดจังหวะได้ตลอดเวลาแบบนี้คะ มินนี่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามตบหน้าตัวเองเบาๆ เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะตัดสินใจเดินย่องไปส่องตาแมวที่ประตู
ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาแมวคือร่างสูงโปรดของบรรณาธิการหนุ่มสุดเนี้ยบ ในชุดสูทสีเข้มที่ดูราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่น มือหนาข้างหนึ่งกำลังถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ส่วนอีกข้างก็กดโทรศัพท์มือถือยิกๆ ใบหน้าหล่อเหลานั้นติดจะบึ้งตึงเล็กน้อยตามวิสัยของคนทำงานหนัก แต่ท่าทางยืนกอดอกพิงกำแพงรออย่างใจเย็นนั่น... มันชวนให้รู้สึกว่าเขากำลังสนุกกับการแกล้งเธอยิ่งกว่าการมาทวงต้นฉบับเสียอีกค่ะ
ครืดดด—
เสียงข้อความเข้าทำลายความเงียบในห้องอีกรอบ มินนี่ก้มลงมองหน้าจอด้วยความหมั่นไส้ปนความเขินที่ตีรวนอยู่ในอก
**[ธันวา]:**
ผมรู้ว่าคุณตื่นอยู่ มินนี่
เปิดประตูค่ะ หรือต้องให้ผมโทรเรียกนิติบุคคลมาไขกุญแจสำรอง?
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้เผด็จการเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ!
มินนี่เม้มปากแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะหมุนกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกกว้างอย่างจำยอม ใบหน้าหวานงอลงเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับการถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวยามวิกาลแบบนี้
"ดึกดื่นป่านนี้แล้วนะคะคุณบรรณาธิการ คนอื่นเขาจะหลับจะนอนกันหมดแล้ว ทำไมต้องมา..."
ธันวาไม่ปล่อยให้เธอบ่นจนจบประโยค ขายาวก้าวล้ำเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะโดยไม่ต้องรอให้อذنอนุญาต กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกจนมินนี่ต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ ร่างสูงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักที่ค่อนข้างรกเล็กน้อยตามประสาคนไอเดียกระฉูดแต่ขี้เกียจเก็บกวาด
"ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคุณบ่นค่ะมินนี่..." ธันวาปรายตามองแก้วกาแฟในมือตัวเองสลับกับหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน "แต่ผมมาเพราะทนเห็น 'ขยะดิจิทัล' ในต้นฉบับของคุณไม่ไหวต่างหาก"
มินนี่กะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลคำว่าขยะดิจิทัลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอดันส่งต้นฉบับตอนล่าสุดไปให้เขาตรวจ พร้อมกับประโคมสติกเกอร์รูปแมวอ้วนตาแป๋วส่งหัวใจรัวๆ ไปเกือบสิบตัวติด
"ขยะดิจิทัลอะไรกันคะ! นั่นเขาเรียกว่าศิลปะในการสื่ออารมณ์ต่างหาก! คุณต่างหากที่โบราณเกินไปจนตามโลกโซเชียลไม่ทัน" มินนี่เถียงกลับทันควันตามนิสัย ไม่มีความเกรงกลัวต่ออำนาจมืดของบก.หนุ่มเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี
ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับกำลังอดทนอดกลั้นกับเด็กดื้อที่สอนเท่าไหร่ก็ไม่จำ เขายื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าต้นฉบับของเธอมาตรงหน้า มินนี่ชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
ในหน้าจอ... ตรงประโยคที่พระเอกกำลังบอกรักนางเอกอย่างซาบซึ้งใจ มีสติกเกอร์รูปน้องหมาหน้าโง่แลบลิ้นแผล็บแปะคั่นกลางอยู่ แถมยังมีอีโมจิรูปหัวใจสีชมพูพุ่งชนกันจนบังตัวอักษรไปครึ่งบรรทัด
"นี่คุณ..." ธันวากดเสียงต่ำลงครึ่งหนึ่ง ดวงตาดุๆ จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณคิดว่านิยายเรื่องนี้เป็นกลุ่มแชตสภากาแฟหน้าปากซอยหรือไงคะ? ถึงได้เอาสติกเกอร์ปัญญาอ่อนนี่มาแปะคั่นกลางอารมณ์ดราม่า นายเอกกำลังจะสารภาพปมในอดีต แต่มีหมาแลบลิ้นโผล่มาเนี่ยนะ? อารมณ์สะเทือนใจที่ผมบิ้วมาสามหน้ากระดาษพังพินาศหมดเพราะความไร้สาระของคุณเนี่ยแหละ!"
"โหยคุณธันวาคะ! คุณมันไร้จินตนาการเอาเสียเลย" มินนี่เชิ่ดหน้าเถียงต่ออย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวเล็กเอื้อมไปแย่งแท็บเล็ตกลับมาถือไว้เอง "เขาก เรียกเทคนิคการตัดอารมณ์ (Comic Relief) ต่างหากล่ะคะ ให้นักอ่านได้พักหายใจหายคอก่อนจะดิ่งลงเหวไปกับความดราม่าหน่วงไตที่คุณชอบนักหนาไงคะ"
"ผมไม่ได้ชอบความดราม่าหน่วงไต ผมชอบ 'ความสมจริง' ค่ะ" ธันวาเน้นเสียงหนักแน่น เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนมินนี่ต้องเอนตัวหนีไปชนกับพนักพิงโซฟา "คุณเป็นนักเขียนมือใหม่ หน้าที่ของคุณคือฝึกฝนการใช้ภาษาบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร ไม่ใช่ใช้รูปภาพสำเร็จรูปพวกนี้มาทำหน้าที่แทนสมองของคุณ!"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ สายตาของธันวาที่ก้มมองลงมานั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนคำพูด แต่มันกลับมีความลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มงวดนั้น ซึ่งมันทำให้หัวใจของมินนี่เริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบนสายตาหนีใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ "ก็ได้ค่ะ... ฉันยอมรับก็ได้ว่าบางทีฉันก็ติดใช้สติกเกอร์แก้เขินเวลาเขียนฉากเลิฟซีน..."
เสียงของมินนี่เบาลงโดยอัตโนมัติ ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาเอื้อมมาแตะที่คางเธอเบาๆ แล้วบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา
"รู้ตัวก็ดีค่ะ..." เสียงทุ้มต่ำของธันวากระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปาก จนมินนี่รู้สึกได้ถึงไออุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้ม "ถ้าคุณยังใช้สติกเกอร์พร่ำเพรื่ออีก... ผมจะลงโทษคุณด้วยการ..."
ธันวาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมกريบพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำเอาสติปัญญาของนักเขียนสาวหลุดลอยไปไกลแสนไกล
ครืดดด—
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ มินนี่สะดุ้งสุดตัวรีบเบนความสนใจไปที่หน้าจอทันทีเพื่อหาทางรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้
หน้าจอแสดงข้อความแชตจากบัญชีนิรนามกลุ่มหนึ่ง... แต่ทว่า ข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างแจ้งเตือน กลับไม่ใช่เรื่องงานต้นฉบับ แต่มันคือข้อความเสียงความยาว 5 วินาที ที่ถูกส่งเข้ามาในแชตส่วนตัวของเธอจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้!
มินนี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสถานะบนหน้าจอระบุชัดเจนว่า ธันวากดส่งข้อความเสียงบางอย่างออกไปโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว และที่สำคัญที่สุด... เขากดส่งมันผิดห้อง! เขากดส่งข้อความเสียงนั้นเข้ากลุ่มรวมนักเขียนสำนักพิมพ์ ที่มีบรรณาธิการบริหารและกองบก.รุ่นใหญ่นั่งกันอยู่ครบทีม!
ธันวาเองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรลงไป ร่างสูงรีบคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาด้วยความเร็วดุจ 5G นิ้วเรียวยาวพยายามกดกดยกเลิกข้อความและลบมันทิ้งอย่างลนลานเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานของบรรณาธิการมือทอง
แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว...
เสียงแจ้งเตือนการเปิดฟังข้อความจากโทรศัพท์มือถืออีกหลายเครื่องดังระรัวขึ้นพร้อมกันจากในกลุ่มแชตที่ถูกส่งผิด และเสียงทุ้มต่ำของธันวาที่เพิ่งสารภาพอะไรบางอย่างออกไปเมื่อครู่ ก็กำลังดังสะท้อนก้องกังวานผ่านลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนของมินนี่...
*“...ผมไม่ได้อยากมาตรวจต้นฉบับบ้าบออะไรนี่หรอก... แต่ผมทนคิดถึงเด็กดื้ออย่างคุณไม่ไหวต่างหาก มินนี่”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมกวนประสาทไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 2
อีโมจิของคุณมันกวนประสาทผม
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!