"ถ้าคุณยังยืนกรานจะแก้มุมนี้อีกนิดเดียว ฉันจะเอาต้นฉบับไปเผาทิ้งหน้าสำนักพิมพ์แล้วนะคะ!"
เสียงทุบโต๊ะเบาๆ ตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลั่นห้องประชุมกระจกใส มินนี่กำลังกอดอกพองลมแก้มป่อง ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ธันวาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำขู่เด็กๆ นั้นเลยสักนิด เขายังคงเลื่อนนิ้วเรียวยาวไปตามหน้าจอแท็บเล็ต กวาดสายตาอ่านประโยคสนทนาระหว่างพระ-นางในบทที่ยี่สิบที่เพิ่งส่งแก้มาสดๆ ร้อนๆ
"เผาไป สำนักพิมพ์ก็มีไฟล์สำรองค่ะคุณนักเขียน" ธันวาเงยหน้าขึ้นมาสบตา ปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มกวนประสาทที่ทำเอามินนี่อยากจะควIนเอาปากกาเคอร์เซอไปปาใส่หน้าหล่อๆ นั้นเสียจริง "อีกอย่าง ฉากนี้ถ้าไม่ขยี้ปมความรู้สึกของพระเอกให้ชัดเจน คนอ่านเขาจะอินได้ยังไงว่าทำไมผู้ชายปากแข็งคนนั้นถึงยอมกลืนน้ำลายตัวเอง"
"ก็เพราะมันชัดเจนจนเลี่ยนแล้วไงคะ! บรรณาธิการคะ นี่นิยายรอมคอมนะคะ ไม่ใช่นิยายดราม่าล้างผลาญตับไตไส้พุง ทำไมคุณต้องอยากให้พระเอกมันดูน่าสงสารขนาดนั้นด้วยล่ะ" มินนี่โต้กลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดด้วยความหมั่นไส้
ช่วงนี้พวกเรามีปากเสียงกันเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้มาสามวันติดแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่กระแสวิจารณ์รอบพรีออเดอร์ล็อตแรกปล่อยออกมา แม้ว่าฟีดแบคส่วนใหญ่จะชมว่าเรื่องราวน่ารักอบอุ่นหัวใจ แต่ก็มีคอมเมนต์กลุ่มหนึ่งที่วิจารณ์ทำนองว่า ตัวละครพระเอกดูใจร้ายกับนางเอกเกินไปในพาร์ทกลางเรื่อง ทำเอาคนเป็นบรรณาธิการอย่างธันวาของขึ้นยิ่งกว่าตัวนักเขียนเสียอีก เขาตามแก้ แก้ และแก้ทุกบรรทัดราวกับจะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวละครเอกชายคนนี้ยิ่งกว่าลูกแท้ๆ
แต่สำหรับมินนี่แล้ว การที่ธันวาจู้จี้จุกจิกกับงานของเธอมากขนาดนี้ มันเหมือนกับการเอาหัวใจของเธอไปขยี้บนหินลับมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ลึกๆ จะรู้ว่าเขารักและหวังดีกับงานชิ้นนี้ไม่แพ้กันก็ตาม
"ผมไม่ได้อยากให้เขาน่าสงสาร..." ธันวาผ่อนลมหายใจเบาๆ สีหน้าจริงจังขึ้นจนมินนี่เผลอชะงัก นิ้วที่เคาะโต๊ะอยู่หยุดลง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านยาก "แต่ผมแค่อยากให้คนอ่านเข้าใจว่า... ทำไมผู้ชายคนหนึ่ง ถึงยอมทิ้งความหยิ่งผยองทั้งหมดที่มี เพื่อวิ่งตามผู้หญิงคนหนึ่งกลับมา"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงทัน
มินนี่กะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเจอสายตาคมคายคู่นั้นจ้องมองมาตรงๆ รอยยิ้มมุมปากของธันวาจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในแววตาสีเข้มคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของบรรณาธิการที่กำลังคุยเรื่องงาน แต่มันคือสายตาของ... ใครบางคนที่กำลังสื่อสารเรื่องราวบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชทในมือถือของมินนี่ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอรีบก้มลงมองจอแก้เขิน
[Tanwa_Editor]: เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้ว ยัยตัวแสบ
[Minnie_Writ]: ใครทำหน้าบึ้งคะ! ฉันกำลังใช้ความคิดต่างหาก
[Tanwa_Editor]: คิดว่าจะเอาชนะผมได้เหรอ ฝันไปเถอะ
[Minnie_Writ]: คุณธันวานี่มัน... ปากจัดไม่มีใครเกินจริงๆ นะคะ! ขอฟ้องคุณแม่ค่ะว่าโดนบ.จอมโหดรังแก
[Tanwa_Editor]: ฟ้องแม่ยายเหรอ? น่าสนใจดีนะ ไว้ผมจะลองซื้อขนมไปฝากท่านดูว่าท่านจะยอมยกคุณให้ผมไหม
*พรวด!*
มินนี่สำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขลก หน้าแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู เธอยกมือขึ้นปิดหน้าจอโทรศัพท์แทบไม่ทัน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี เจ้าตัวต้นเรื่องกลับนั่งยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ส่งสายตาราวกับจะบอกว่า 'ผมรู้นะว่าคุณกำลังเขิน' มาให้อีกต่างหาก
"คุณ... คุณพูดอะไรเนี่ย!" มินนี่โวยวายเสียงสั่น หลบตาแทบไม่ทัน
"ผมก็พูดความจริง" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ท่าทีสบายๆ ผิดจากมาดบ.สุดโหดเมื่อครู่ลิบลับ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่มินตราร่างต้นฉบับอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยแตะจมูกจนหัวใจเธอเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเดิม "ฟังนะมินนี่... งานเขียนของคุณมันดีอยู่แล้ว ดีจนผมกล้าเอาชื่อเสียงของสำนักพิมพ์เป็นประกัน ดังนั้น เลิกกังวลกับคอมเมนต์แย่ๆ พวกนั้นได้แล้ว"
ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเคาะเบาๆ ที่หน้าผากมนของมินนี่ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว
"เพราะต่อให้คนทั้งโลกจะบอกว่างานของคุณมีข้อบกพร่อง..." ธันวาก้มตัวลงกระซิบเบาๆ ริมหู เสียงทุบต่ำนั้นชวนให้ขนลุกซู่ "...แต่ธันวาคนนี้ จะเป็นคนแรกที่ยืนปรบมือให้คุณดังที่สุด และเชื่อมั่นในงานของคุณยิ่งกว่าใครทั้งหมด"
มินนี่แข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาผิงมาตั้งไว้ใกล้ๆ คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและจริงใจนั้นมันทรงพลังเสียจนเธอไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน ดวงตากลมโตได้แต่กะปริบปริบมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่คืบ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ขยันทำให้เธอใจสั่นอยู่เรื่อยเลย!
เธอเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเหนื่อยล้าจากการแก้งานนับร้อยรอบมลายหายไปสิ้นในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้วสรรพางค์กาย
"Erm... คุณธันวาคะ ถอยไปหน่อยค่ะ หน้าคุณ... มันใกล้เกินไปแล้วนะ" มินนี่เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามดันอกเสื้อสูทของเขาออกเบาๆ แต่เจ้ากรรม มือเจ้าเกดันสั่นเทาจนแทบไม่มีแรง
ธันวายืดตัวกลับขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับด้วยความขบขันที่ได้แกล้งคนตัวเล็กจนไปไม่เป็น เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อแซวเธอต่อ แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنญาต
"พากันมาสวีทอะไรกันในเวลางานคะเนี่ย คุณบรรณาธิการ" เสียงหวานใสติดจะเย้าแหย่ดังขึ้น ทำเอาทั้งธันวาและมินนี่ต้องหันไปมองพร้อมกัน
มินนี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของบรรณาธิการบริหารสาวรุ่นพี่คนสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ ส่วนธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความขัดใจที่เวลาความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน
"คุณนิชา..." ธันวาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบตึง "มีธุระอะไรด่วนถึงบุกเข้ามาห้องผมแบบนี้"
นิชากวาดสายตามองคนทั้งคู่สลับกันด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าธันวาเสียงดัง *ปึก!*
"มีเรื่องด่วนสิคะคุณธันวา ด่วนมากด้วย..." นิชาหันมาสบตามินนี่ด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ที่ทำให้นักเขียนสาวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "พอดีว่าทางฝ่ายบริหารเพิ่งอนุมัติโปรเจกต์พิเศษ... และพวกคุณสองคน ต้องบินไปต่างจังหวัดด้วยกันด่วนที่สุดภายในคืนนี้ค่ะ!"
♡ สมุดบันทึกสีน้ำตาล ขอส่งต่อความเขินตัวบิดนี้ไปให้คุณรี้ดทุกท่านช่วยลุ้นตอนต่อไปด้วยนะคะ ♡
คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 20
ผู้สนับสนุนที่ดีที่สุด
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!