ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าที่ดังขึ้นเป็นรอบที่ร้อยของวัน ไม่ได้ทำให้ร่างสูงในชุดสูทรarmaniสีเทาเข้มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างความหงุดหงิดระคนร้อนรุ่มในอกจนธันวาต้องยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างแรงเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส เงียบสนิท... ไม่มีแม้แต่สติกเกอร์รูปแมวอ้วนกวนประสาท หรือประโยคบอกเล่าแกมเถียงที่มักจะทำให้เขาต้องพิมพ์ตอบกลับด้วยความหัวเสียแต่ก็แอบอมยิ้มทุกที
ยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม
นี่คือสถิติที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เขากับยาย1นักเขียนหน้าใหม่จอมกวนคนนั้นเริ่มติดต่อกันผ่านหน้าจอแชต ปกติแล้ว ต่อให้เธอจะปั่นต้นฉบับดึกดื่นแค่ไหน หรือต่อให้เขาจะคอมเมนต์ดุเดือดเผ็ดร้อนจนเธอส่งสติกเกอร์รูปคนร้องไห้มาประท้วง ยายเด็กนั่นก็ไม่เคย... หายไปจากเรดาร์นานเกินสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
"ให้ตายสิ ยัยตัวแสบ... ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนของเธอนะ"
ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ ปากบอกว่าโล่งอกเสียได้ที่โลกโซเชียลรอบตัวเงียบสงบลง ไม่มีข้อความชวนปวดหัวเรื่องพล็อตนิยายแนวรักกุ๊กกิ๊กที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาส่งเข้ามาให้ตรวจ แต่วินาทีนี้ หัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม บรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเงียบสงบและมีสีสัน กลับน่าเบื่อหน่ายและอ้างว้างจนน่าประหลาด
นิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บที่ตัดแต่งอย่างเนี้ยบตามแบบฉบับบรรณาธิการมืออาชีพ เคาะลงกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็ว สายตาคมกริบมองนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องที่เข็มยาวกำลังจะหมุนวนครบอีกรอบ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว
*เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่?*
*หรือว่า... ป่วย?*
*หรือว่าโกรธที่เขาคอมเมนต์แรงเกินไปในตอนล่าสุด?*
*หรือว่า... เลิกเขียนนิยายไปแล้วจริงๆ?*
ความคิดสุดท้ายทำให้ธันวาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงโดยไม่มีสาเหตุ เขาจำได้แม่นถึงประโยคสุดท้ายที่เราคุยกันเมื่อวานซืน... ตอนนั้นเขากำลังหงุดหงิดเรื่องงานประชุมใหญ่ของสำนักพิมพ์ เลยพิมพ์ข้อความเสียงแข็งใส่มินนี่ไปว่า *'ถ้ายังแต่งตอนนี้ออกมาได้น่ารำคาญแบบนี้ ไม่ต้องส่งมาให้ผมตรวจอีกดีกว่า เสียเวลาเปล่า'*
และหลังจากนั้น... แชตก็กลายเป็นสีเทา
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินวนไปวนมาภายในห้องทำงานแคบๆ สลับกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหน้าแชตของมินนี่เป็นรอบที่ร้อย นิ้วโป้งลังเลอยู่เหนือแป้นพิมพ์ สมองสั่งว่าอย่าทักไปเพราะมันเสียฟอร์ม บรรณาธิการระดับเขามีศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ จะให้วิ่งไปง้อเด็กฝึกหัดเขียนหนังสือได้อย่างไรกัน แต่หัวใจกลับกรีดร้องว่าให้โทรไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะบ้าตายคาโต๊ะทำงานนี่แน่ๆ
สุดท้าย ความกระวนกระวายก็เอาชนะทุกสิ่ง
ธันวาตัดสินใจกดโทรออก...
*ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...*
เสียงสัญญาณดังยาวนานติดต่อกันหลายครั้ง หัวใจของบรรณาธิการหนุ่มเต้นรัวระทึกราวกับมีคนมาตีกลองอยู่ในอก ความรู้สึกหวาดหวั่นแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มชื้นเหงื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเกลียดเสียงรอสายมากขนาดนี้
*"(ขอโทษค่ะ... หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)"*
เสียงหวานใสจากระบบอัตโนมัติดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ดับความหวังสุดท้ายที่ริצוรี่อยู่ปลายฟ้า ธันวากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขาลดโทรศัพท์ลงช้าๆ สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างสำนักงานที่ฝนเริ่มตั้งเค้าโปรยปรายลงมาอีกรอบ
ความรู้สึก 'สูญเสียการควบคุม' กำลังเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วง ธันวาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า... ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พื้นที่สีขาวบนหน้าจอแชตที่มีตัวอักษรสีฟ้าของเขาและตัวอักษรสีเขียวของมินนี่วิ่งสลับกันไปมา ได้กลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ไม่มีเธอคอยเถียง... ไม่มีเธอคอยส่งสติกเกอร์กวนประสาท... ไม่มีเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้เขาต้องสบถเบาๆ ก่อนจะรีบกดเข้าไปอ่านด้วยรอยยิ้มมุมปาก
โลกของธันวาในตอนนี้... มันช่างเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวาเสียเหลือเกิน
"ให้ตายเถอะมินนี่... คุณทำให้คนแก่คนนี้เป็นบ้าได้จริงๆ นะ"
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและอ่อนล้าอย่างที่ตัวเขาเองไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน ธันวาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอีกครั้ง ดวงตาคมกริบทอดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับสนิทด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างในอก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นสั้นๆ... สั้นเสียจนธันวาเกือบคิดว่าตัวเองหูแว่วไป
ร่างสูงสะดุ้งเฮือก ดีดตัวลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ มือคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยความเร็วแสง หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความคาดหวังและตื่นตระหนกในคราวเดียวกัน
แต่ทว่า... ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่ใช่ชื่อของมินนี่...
มันเป็นข้อความจากระบบแจ้งเตือนของสำนักพิมพ์ และอีเมลฉบับใหม่ที่ถูกส่งตรงเข้ามาจากกองบรรณาธิการใหญ่ หัวข้ออีเมลระบุไว้อย่างชัดเจนว่า: *'รายงานสถานะการส่งต้นฉบับประจำสัปดาห์: นามปากกา - เม็ดทรายสีชมพู (มินนี่)'*
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดเปิดไฟล์แนบอีเมลนั้นขึ้นมาอ่าน สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปในทันที...
นั่นไม่ใช่ต้นฉบับตอนใหม่ของนิยายรักกุ๊กกิ๊กที่เขารอคอย... แต่มันคือจดหมายลาออกจากการเป็นนักเขียนฝึกหัด พร้อมกับประโยคสั้นๆ ท้ายกระดาษที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาว่า...
*'ขอบคุณคุณธันวามากนะคะสำหรับทุกคำสอน... และขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้เหนื่อยมาตลอด ต่อไปนี้... จะไม่มีคนน่ารำคาญคนนี้คอยกวนใจคุณอีกแล้วค่ะ ลาก่อนนะคะบรรณาธิการสายดุ'*
♡ สมุดบันทึกสีน้ำตาล ขอส่งต่อความเขินตัวบิดนี้ไปให้คุณรี้ดทุกท่านช่วยลุ้นตอนต่อไปด้วยนะคะ ♡
คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 21
แชตที่หายไปหนึ่งวัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!