คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 22

ความจริงที่ไม่อาจซ่อน

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดยาวติดต่อกันสามรอบ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชตที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ แต่คนเป็นบรรณาธิการที่นั่งขมวดคิ้วอยู่หน้ากองต้นฉบับกองโตกลับทำเป็นหูทวนลม ปล่อยให้มันสั่นอยู่อย่างนั้น แม้ในใจจะแอบนึกเป็นห่วงเจ้าของข้อความที่หายเงียบไปตั้งแต่เมื่อคืนจนผิดวิสัย ปกติแล้ว ต่อให้เป็นช่วงเวลาที่ดึกดื่นแค่ไหน ยัยเด็กดื้อ 'มินนี่' ก็จะต้องส่งสติกเกอร์รูปแมวอ้วนกวนประสาทมาป่วนในแชตของเขาทุกเช้า เพื่อรายงานว่าตื่นแล้วหรือส่งต้นฉบับบทใหม่มาให้ตรวจ แต่ทว่าวันนี้... ผ่านไปจนเลยเที่ยงแล้ว หน้าจอแชตกลับมีแต่ความว่างเปล่า ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนาขยับแว่นสายตาบนสันจมูกเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความล่าสุดที่เขาเป็นฝ่ายพิมพ์ทิ้งไว้ **[ธันวา]:** ส่งต้นฉบับบทที่ 22 มาได้แล้ว อย่าอู้นะมินนี่ ไม่มีการตอบกลับ... ไม่มีแม้แต่สัญลักษณ์ Read ว่าอ่านแล้ว "หายไปไหนของเขานะ..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดปนกังวล นิ้วเรียวกดเบอร์โทรออกทันที แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงสัญญาณรอสายที่ยาวนานจนตัดไปอย่างไร้การตอบรับ ซะที่ไหนล่ะ คนอย่างธันวา บรรณาธิการผู้รักความเป๊ะและเกลียดความล่าช้าเป็นชีวิตจิตใจ จะมานั่งรอให้คนอื่นปล่อยให้งานสะดุดไม่ได้หรอกนะ! ข้ออ้างในหัวผุดขึ้นมาสารพัดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในอก ก่อนที่ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจะตัดสินใจคว้ากุญแจรถ เดินออกจากห้องทำงานโดยไม่ลืมหยิบกระเป๋าเอกสารติดมือไปด้วย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถยนต์คันหรูของบรรณาธิการหนุ่มก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าอพาร์ตเมนต์กึ่งคอนโดมิเนียมสไตล์มินิมอลย่านชานเมือง ที่ซึ่งเป็นรังนอนและสนามรบขนาดย่อมของนักเขียนสาวจอมกวน ธันวาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเร่งรีบแต่วางฟอร์ม กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นเจ็ดอย่างคล่องแคล่วเพราะเคยมาส่งต้นฉบับและเคลียร์งานที่นี่อยู่สองสามครั้ง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด แต่ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าเดินมาเปิด ธันวากอดอก ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดยิ่งขึ้น "มินนี่! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณกำลังทำผมเสียเวลาทำงานใหญ่นะรู้ตัวไหม!" เขาตะโกนเรียกผ่านบานประตูไม้สีขาว เงียบกริบ... ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากความเงียบงัน ธันวาเริ่มใจไม่ดี นิ้วเรียวเคาะรัวๆ อีกครั้งด้วยความแรงที่เพิ่มขึ้น "มินนี่ ถ้าคุณไม่เปิด ผมจะใช้กุญแจสำรองที่เคยยึดไว้ไขเข้าไปจริงๆ ด้วยนะ!" ว่าแล้วมือหนาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม คว้าพวงกุญแจสำรองที่เคยแอบปั๊มเก็บไว้ตอนที่เธอทำกุญแจหายเมื่อเดือนก่อนออกมา ไขเข้าไปในรูกุญแจแล้วบิดลูกบิดเปิดออกทันที แอ๊ด... ภายในห้องพักอบอวลไปด้วยความเงียบและกลิ่นอายความอับชื้นเล็กน้อย แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมที่ถูกปิดทึบเอาไว้ครึ่งหนึ่ง บนโซฟาตัวยาวมีกองผ้าห่มขยุ้มรวมกันเป็นก้อนกลมๆ และที่มุมห้องมีถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ธันวาเดินสาวเท้าเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ เขาตรงดิ่งไปยังโซฟาตัวนั้นแล้วใช้มือดึงผ้าห่มออกอย่างรวดเร็ว "นี่คุณ! ป่วยไข้หรือไงถึงไม่ยอม... เฮ้ย!" คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาคมกริบได้เห็นสภาพของแม่นักเขียนสาวตัวแสบ ใบหน้าหวานที่เคยสดใสตอนนี้กลับแดงก่ำ ผิวเนียนขึ้นสีระเรื่อด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นรอย และลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาทางปากก็ร้อนผ่าราวกับเตาไฟ "อื้อ... บ.ก.เหรอ..." เสียงหวานแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มินนี่พยายามจะลืมตาขึ้นมองแต่ก็ทำได้เพียงหรี่ตาลงน้อยเพราะแสงไฟในห้องมันจ้าเกินไปสำหรับคนกำลังป่วย ธันวาหน้าถอดสี ความเก๊กและความดุที่พกมาด้วยมลายหายไปในพริบตา มือหนารีบยกขึ้นแตะหน้าผากมนทันที ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาเขาสะดุ้ง "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้... นอนซมอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ยัยเด็กนี่!" เสียงบ่นพึมพำเจือความร้อนใจอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่เลื่อนลงมาเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้อย่างเบามือที่สุด มินนี่ส่งเสียงครางอืออึงในลำคออย่างขัดใจเมื่อรู้สึกรำคาญ แต่พอลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของคนที่เธอชอบต่อปากต่อคำด้วยทุกวัน เธอก็เผลอยิ้มออกมาบางๆ อย่างคนเบลอ "ฮั่นแน่... บ.ก.ธันวา... มาตามทวงต้นฉบับเหรอคะ... ใจร้ายจัง... คนป่วยอยู่แท้ๆ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มเซียวๆ ทำเอาคนฟังรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย "ยังจะมีอารมณ์มาแซวอีกนะ หุบปากแล้วนอนนิ่งๆ ไปเลย!" ธันวาเอ็ดเสียงดุ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง เขารีบเดินหายเข้าไปในครัว หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใส่น้ำอุ่นมาจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนป่วยอย่างเบามือ แม้ปากจะบ่นอุบอิบตลอดเวลาว่าเธอสร้างแต่ภาระและความวุ่นวายให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่นิ้วมือที่บรรจงเช็ดตามกรอบหน้า ลำคอ และฝ่ามือร้อนผ่าว กลับทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำไปมากกว่านี้ มินนี่นอนมองการกระทำนั้นเงียบๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มีเหงื่อซึมตามไรผมไม่ต่างกัน เธอรู้ว่าเขากังวล เธอรู้ว่าเขารักษาฟอร์มแค่ไหน แต่อาการที่วิ่งมาหาถึงที่นี่ทั้งที่งานล้นมือ มันปฏิเสธความห่วงใยไม่ได้เลยจริงๆ "ขอบคุณนะคะ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ระหว่างที่ธันวากำลังวางผ้าขนหนูลงบนขอบกะละมัง ธันวาชะงักมือเล็กน้อย หันมาสบตาประกายระยิบระยับที่เจือความอ่อนล้าคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขาจึงรีบเบนสายตาหนีแล้วเอ่ยเสียงเข้ม "ไม่ต้องมาพูดมาก รีบหายซะล่ะ ต้นฉบับบทที่ 22 ของคุณค้างอยู่ ผมไม่ยอมให้คุณเบี้ยวเด็ดขาด นอนพักไปเลย เดี๋ยวผมเฝ้าตรงนี้เอง" พูดจบก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงอก พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างโซฟา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำทีเป็นตรวจงานเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อของตัวเอง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องพักขนาดกะทัดรัด มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนบนโซฟาที่บอกให้รู้ว่าพิษไข้เริ่มบรรเทาลงแล้ว ธันวาวางโทรศัพท์ลง เหลือบมองคนหลับสนิทด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้มาดบรรณาธิการสายดุมาตลอด มันกำลังจะล้นทะลักออกมาในวินาทีที่เขาเผลอเอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่วางอยู่บนผ้าห่มไว้อย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวบีบกระชับมือของเธอเบาๆ พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอ่ยคำพูดที่ไม่อาจเก็บไว้ในใจได้อีกต่อไป "ถ้ารู้ว่าป่วยแล้วผมจะร้อนใจขนาดนี้... คุณคงไม่กล้าปล่อยให้ผมรอเก้อแบบนี้หรอก... ยัยตัวแสบ" ธันวาพึมพำเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... ดวงตากลมโตที่ควรจะหลับสนิทไปแล้ว กลับค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่จุดประกายขึ้นที่มุมปากของคนป่วยจอมเจ้าเล่ห์ "อ๊ะ! พูดแบบนี้... แปลว่า บ.ก. เป็นห่วงหนูเหรอคะเนี่ย?" เสียงแหบใสเอ่ยแซ่วยิ้มๆ ทำเอาคนฟีดแบ็กแรงถึงกับสะดุ้งสุดตัว หน้าเหวอจนแทบตั้งหลักไม่ทันเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไม่มีแววคนง่วงนอนเลยแม้แต่นิดเดียว! ♡ สมุดบันทึกสีน้ำตาล ขอส่งต่อความเขินตัวบิดนี้ไปให้คุณรี้ดทุกท่านช่วยลุ้นตอนต่อไปด้วยนะคะ ♡
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%