"ถ้ามินนี่เลือกเซ็นสัญญาฉบับนี้ ยอดขายรับรองว่าพุ่งกระฉูดติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในสามวันแรกแน่นอนค่ะคุณธันวา... แต่ตัวตนของมินนี่ในฐานะคนเขียนนิยาย มันจะเหลืออะไรให้อยู่ในหน้ากระดาษบ้างล่ะคะ?"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานรกๆ เต็มไปด้วยกองต้นฉบับและแก้วกาแฟที่พร่องไปครึ่งแก้ว มินนี่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวโปรด สายตาเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดไฟล์ Word ค้างไว้ หน้าจอสีขาวโพลนตัดกับเคอร์เซอร์กะพริบถี่ๆ ราวกับกำลังเร่งเร้าให้เธอตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินระหว่าง "ความสำเร็จที่ฉาบฉวยตามกระแสตลาด" กับ "ความสุขในการเล่าเรื่องที่หัวใจเรียกร้อง"
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสโซเชียลโหมกระหน่ำยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน นิยายแนวรักแฟนตาซีดาร์กๆ พล็อตแก้แค้นเชือดเฉือน และพระเอกสายธงแดงที่ใจร้ายแต่เร้าใจ กำลังกวาดยอดวิวหลักล้าน สำนักพิมพ์คู่แข่งยื่นข้อเสนอพร้อมเงินก้อนโตให้เธอเปลี่ยนแนวทางทันที โดยมีเงื่อนไขสั้นๆ ว่า *'เขียนตามที่ตลาดต้องการ แล้วคุณจะดังชั่วข้ามคืน'*
แต่นั่นไม่ใช่ "มินนี่" คนที่เคยนั่งยิ้มแก้มปริเวลาเห็นรี้ดเดอร์คอมเมนต์ว่านิยายแนวฟีลกู๊ดของเธอช่วยฮีลวันที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันได้...
ครืน... เสียงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนเรียกสติ ปลายสายคือคนที่เธอทั้งเกรงใจและแอบหวั่นไหวอยู่เสมอ
(ถ้าเลือกเงินก้อนโตแล้วมานั่งร้องไห้ฟูมฟายทีหลัง ฉันจะไม่ปลอบนะคะคุณนักเขียน)
เสียงทุ้มต่ำติดจะดุตามสไตล์ของธันวา บรรณาธิการหนุ่มผู้เนี่ยบและปากแข็งดังขึ้นทันทีที่เธอกดรับสาย น้ำเสียงของเขาเรียบสนើយจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่คนคุ้นเคยกันอย่างมินรีย่อมรู้ดีว่า อีกฝ่ายคงนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้ากองต้นฉบับที่สำนักพิมพ์แน่ๆ
"นี่คุณธันวา พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะเนี่ย! มินนี่แค่นั่งคิดทบทวนชีวิตเฉยๆ หรอกน่า" มินนี่แกล้งทำเป็นเสียงสูงกลบเกลื่อนความลังเลในใจ
(ฉันไม่ได้หมายความว่ายังไงทั้งนั้นค่ะ แค่เตือนในฐานะบก.ที่ไม่อยากแก้ต้นฉบับวนไปวนมาสามรอบเพราะคุณเขียนแบบไม่มีวิญญาณ... งานเขียนมันสะท้อนตัวตนคนเขียนนะคะมินนี่ ถ้าคุณฝืนใส่ฉากตบตีแย่งชิงที่ตัวเองเกลียดลงไปในนิยายฟีลกู๊ด รี้ดเดอร์เขาจับไต๋ได้ตั้งแต่สามบรรทัดแรกแล้ว)
คำพูดของธันวาเจาะลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธออย่างแม่นยำ ราวกับเขามองทะลุกระจกเข้ามาเห็นแววตาที่กำลังสั่นไหวของเธอในตอนนี้ มินนี่เม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวเล็กเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ เป็นจังหวะ เธอยอมรับว่าข้อเสนอเงินหลักแสนมันยั่วยวนใจคนเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนไม่น้อย ค่าห้อง ค่ากาแฟ ค่าแมวตัวอ้วนกลมที่นอนพุงกางอยู่ปลายเตียง ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น... แต่ถ้าเธอยอมจำนนต่อกระแส แล้วทิ้งรอยยิ้มของตัวละครที่เธอฟูมฟักมาเป็นปีล่ะ? นั่นมันเท่ากับการทรยศหัวใจตัวเองชัดๆ
"แล้วถ้ามินนี่เลือกเขียนแนวเดิม... แล้วยอดขายมันแป้กจนต้องกินมาม่าสิ้นเดือนล่ะคะ คุณธันวาจะยอมเป็นสปอนเซอร์เลี้ยงข้าวหมูแดงพิเศษไข่ต้มให้มินนี่ทุกวันไหมล่ะ" เธอยังคงพยายามหยอดคำกวนประสาทกลบเกลื่อนความกังวล
(1 มื้อต่อสัปดาห์ค่ะ มากกว่านั้นงบสำนักพิมพ์ไม่รองรับความอ้วนของคุณหรอก) ธันวาตอบกลับมาทันควัน ไร้ซึ่งความลังเล (แต่ถ้าคุณเลือกเขียนสิ่งที่รัก ฉันสัญญาว่าจะช่วยคุณขัดเกลาต้นฉบับนั้นให้กลายเป็นเล่มที่ดีที่สุดจนวางไม่ลง... เพราะนั่นคือเหตุผลที่ฉันเลือกคุณเป็นนักเขียนในสังกัดตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพราะคุณตามกระแสใคร)
หัวใจของมินนี่กระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องยกมือขึ้นมาสัมผัสแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คนอะไร ปากก็ดุ เคี่ยวก็เคี่ยว งานก็โหด แต่ทำไมเวลาพูดจาจริงจังถึงได้มีอณูความละมุนพุ่งทะลุจอออกมาได้ขนาดนี้กันนะ
"คุณธันวานี่... ขี้โกงจساسจังค่ะ" มินนี่พึมพำเบาๆ เสียงอ้อมแอ้มจนแทบไม่ได้ยิน (พูดแบบนี้ใครจะไปกล้าปฏิเสธเล่า)
(ว่าอะไรนะคะ พูดใหม่อีกทีซิ เสียงเบาเหมือนแมวป่วยเลย) ปลายสายแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แต่เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเขานั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังอมยิ้มอยู่แน่ๆ
"เปล่าสักหน่อยค่ะ!" มินนี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตากลมโตมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง คราวนี้ความลังเลที่เคยเกาะกุมจิตใจมลายหายไปจนหมดสิ้น นิ้วมือจรดลงบนแป้นพิมพ์อย่างมั่นใจ "มินนี่ตัดสินใจได้แล้วค่ะ... ฉันจะไม่เปลี่ยนแนว ฉันจะเขียนเรื่องราวของรอยยิ้มและความอบอุ่นนี่แหละ ให้มันรู้ไปสิว่าพลังฟีลกู๊ดจะสู้กระแสโซเชียลไม่ได้!"
(ดีมากค่ะ ตัดสินใจได้สักที ทีนี้ก็กรุณากลับไปปั่นต้นฉบับบทที่สี่สิบมาส่งฉันภายในมะรืนนี้ด้วยนะคะ อย่าหาข้ออ้างเรื่องแมวป่วยหรือเน็ตหลุดเด็ดขาด เพราะฉันเตรียมปากกาแดงรอตรวจไว้สามด้ามแล้ว)
"โห... บก.ธันวาใจร้ายที่สุดในสามโลก!" มินนี่โอดครวญลั่นห้อง แต่ริมฝีปากกลับฉีกยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
ระหว่างที่เธอกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยสติกเกอร์รูปแมวชูสองนิ้ว หน้าจอมือถือกลับแจ้งเตือนสายเรียกเข้าซ้อนขึ้นมา ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเลือดในกายของมินนี่เย็นเฉียบ... เป็นสายตรงจาก "บก.บริหารสำนักพิมพ์คู่แข่ง" คนที่ยื่นข้อเสนอเงินก้อนโตให้เธอนั่นเอง และพร้อมกันนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งจากหน้าห้องพักของเธอ...
ธันวาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ถือโทรศัพท์แนบหูไว้ และสายตานิ่งสนิทที่มองตรงมายังเธอผ่านบานกระจกใส!
(เปิดประตูให้ฉันหน่อยค่ะ... พอดีฉันผ่านมาแถวนี้ แล้วบังเอิญได้ยินเสียงคุณบ่นว่าอยากกินข้าวหมูแดงพอดี) ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มลอดผ่านสายตาที่ประสานกับเธอพอดิบพอดี
♡ สมุดบันทึกสีน้ำตาล ขอส่งต่อความเขินตัวบิดนี้ไปให้คุณรี้ดทุกท่านช่วยลุ้นตอนต่อไปด้วยนะคะ ♡
คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 19
การตัดสินใจครั้งใหญ่ของนักเขียน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!