“ถ้าคุณยังแก้ประโยคนี้ไม่เสร็จภายในห้านาที ฉันจะถือว่าคุณยินยอมให้ฉันเปลี่ยนพล็อตเรื่องทั้งหมดเป็นแนวสารคดีเกษตรกรรมแทนนะคะมินนี่!”
เสียงเข้มของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดในออฟฟิศยามวิกาล เขาขยับแว่นสายตาพลางจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาคมกริบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มินนี่ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยงจนเกือบตกเก้าอี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะรีบพิมพ์ตอบโต้ด้วยความเร็วแสง
“โอ๊ย! คุณธันวาคะ! นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะ พล็อตเกษตรกรรมอะไรล่ะคะ มินนี่เขียนนิยายรักนะไม่ใช่คู่มือปลูกผักออร์แกนิก!”
มินนี่เถียงกลับพร้อมส่งสติกเกอร์แมวหน้ามึนไปหนึ่งชุดใหญ่ เธอขยี้ตาที่เริ่มล้าจากการจ้องตัวอักษรมาเกือบสิบชั่วโมง งานเร่งด่วนที่สำนักพิมพ์สั่งมาแบบฟ้าผ่าทำเอาชีวิตของนักเขียนมือใหม่กับบรรณาธิการสายดุต้องกลายเป็น ‘รูมเมทจำเป็น’ ในออฟฟิศไปโดยปริยาย
ธันวาไม่ได้ตอบโต้ด้วยการพิมพ์ แต่เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นสะอาดแบบผู้ชายเจ้าระเบียบโชยเข้าจมูกมินนี่จนใจสั่นผิดจังหวะ เธอแกล้งทำเป็นสนใจหน้าจอจนลืมหายใจ
“ขยับไปนิด” ธันวาพูดสั้นๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมา มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะคีย์บอร์ดเพื่อแก้ประโยคที่เธอยังติดขัดอยู่ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านใบหูมินนี่จนเธอขนลุกซู่ ระยะห่างที่ใกล้จนแทบจะเรียกได้ว่า ‘เบียด’ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูจริงจังเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าว
“ตรงนี้ต้องสื่อถึงอารมณ์ ‘ถวิลหา’ ไม่ใช่ ‘ความต้องการ’ เข้าใจไหมคะ?” ธันวาพูดพลางกดปุ่มลบตัวอักษรของเธอทิ้งอย่างเลือดเย็น
“เข้าใจแล้วค่ะ! แต่คุณช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะ... มันใกล้เกินไปแล้วค่ะ!” มินนี่โวยวายแก้เขินพลางขยับเก้าอี้หนี
“ใกล้เหรอ?” ธันวายืดตัวตรงขึ้น มุมปากยกยิ้มจางๆ ที่มินนี่แทบไม่เคยเห็นมาก่อน “ก็เห็นคุณเอาแต่เหม่อ เลยต้องมาประชิดตัวให้ตั้งสติไงคะ หรือว่า... คุณเขิน?”
“ไม่ได้เขินค่ะ! แค่... ร้อน! แอร์ที่นี่พังหรือเปล่าคะ?”
“อ๋อเหรอคะ งั้นแปลว่าที่หน้าแดงนี่เพราะแอร์เสีย ไม่ใช่เพราะหน้าฉัน?”
มินนี่ถึงกับไปไม่เป็น เธอรีบหันกลับไปรัวนิสัยบนคีย์บอร์ดแก้เก้อ พยายามซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนราวกับลูกตำลึงสุก ธันวาหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง ทิ้งให้มินนี่นั่งหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในความเงียบ
ช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาขลุกอยู่ด้วยกันจนแทบจะจำเสียงลมหายใจของกันและกันได้ การทำงานล่วงเวลาที่ดูเหมือนจะเป็นฝันร้าย กลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้มินนี่ได้เห็นมุมอ่อนโยนของธันวาที่แอบหยิบขนมมาวางไว้ข้างโต๊ะเงียบๆ หรือการที่เขาคอยเช็กแก้วกาแฟให้เธออยู่เสมอ แม้ปากจะบ่นว่าเธอซุ่มซ่ามก็ตาม
“มินนี่”
เสียงเรียกของธันวาดังขึ้นผ่านแชตในมือถือที่วางอยู่ข้างๆ เธอเห็นข้อความเด้งขึ้นมาเลยหันไปมอง เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
[ธันวา: อีกบทเดียวจะเสร็จแล้วนะ]
[มินนี่: ดีใจจังค่ะ! เสร็จแล้วมินนี่ขอไปนอนยาวๆ เลยนะคะ]
[ธันวา: เสร็จแล้วไปหาอะไรกินกันไหมคะ? ฉันเลี้ยงเอง]
[มินนี่: โห... วันนี้คุณธันวามาแปลก กินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าคะเนี่ย?]
เธอส่งสติกเกอร์รูปกวนๆ ไปให้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้อารมณ์ขันของเธอหยุดชะงัก
[ธันวา: ถ้าไม่ไป... ฉันจะสารภาพความลับเรื่องที่คุณแอบวาดรูปฉันตอนหลับลงในกลุ่มไลน์บริษัท]
มินนี่ชะงักกึก มือถือในมือเกือบร่วง รูปวาดลายเส้นลวกๆ ที่เธอแอบวาดธันวาตอนเขานั่งหลับคางานเมื่อวันก่อนอยู่ในแท็บเล็ตเธอ! เขาเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
“คุณรู้ได้ยังไงคะ?!” เธอโพล่งออกมาโดยลืมตัว
ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง สายตาของเขามีความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก เขาละจากเก้าอี้แล้วเดินตรงมาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะเธอพอดี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
“ฉันรู้ตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้ามาฝึกงานแล้วค่ะ ว่าคุณน่ะ... ชอบสังเกตฉันมากกว่าที่ฉันสังเกตคุณ”
เขากระซิบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้ามือถือของเธอไปกดบางอย่าง แล้วยัดคืนใส่มือเธอทันที
“นั่นเบอร์ส่วนตัวของฉัน ถ้าคืนนี้คุณนอนไม่หลับ หรืออยากจะพูดอะไรที่มากกว่าเรื่องงาน... ก็โทรมานะคะ”
ธันวาเดินออกจากห้องทำงานไปทิ้งให้เธอนั่งนิ่งค้างอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังแข่งกับเสียงแอร์ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความที่เขาเพิ่งพิมพ์ทิ้งไว้ในแชตส่วนตัว... ข้อความที่ทำให้เธอกลั้นหายใจ
[ธันวา: ไม่ต้องรีบตอบก็ได้นะ... แต่ที่ฉันอยากกินข้าวด้วย ไม่ใช่แค่เพราะงานหรอกค่ะ]
[ธันวา: แต่มันเป็นเพราะ... ฉันเริ่มจะขาดคนเถียงข้างๆ ไม่ได้แล้วต่างหากล่ะคะ]
ทว่าในวินาทีที่มินนี่กำลังจะพิมพ์ตอบ มือของเธอก็สั่นจนเผลอไปกดปุ่ม ‘ยกเลิกข้อความ’ ที่เขาส่งมาเมื่อครู่ จนมันหายไปจากหน้าจอเหลือเพียงความว่างเปล่า... แต่จังหวะนั้นเอง เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงของธันวาที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู
เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบของมินนี่หยุดหมุน... “ลืมบอกไปค่ะ... ที่ฉันกดส่งไปเมื่อกี้ ฉันตั้งใจให้คุณอ่านนะ ไม่ได้ตั้งใจให้กดลบ”
ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาลุ้นและเขินตัวบิดไปกับเคมีคู่นี้ด้วยกันนะคะ เลิฟยูว์ค่ะ ♡
คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 8
โปรเจกต์เร่งด่วนที่ทำให้เราต้องใกล้กัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!