สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 2

พบกันครั้งแรกกับอาจารย์สายมู

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“มัน... กลับมาแล้ว... และมันกำลังตามหาพวกคุณ...” เสียงแหบพร่าที่ทิ้งท้ายไว้ผ่านสายโทรศัพท์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของกรณ์ อดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ผันตัวมาจับคดีลี้ลับ แม้ว่าสัญญาณจะถูกตัดขาดไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังยังคงทำหน้าที่เตือนภัยได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องมือแพทย์ชนิดใด ในเมื่อตรรกะทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายกลิ่นอายความตายที่ลอยวนเวียนอยู่ในห้องเช่าแคบ ๆ นี้ได้ กรณ์จึงมีทางเลือกเดียว นั่นคือการก้าวเข้าสู่โลกไสยเวทที่เขาเคยปฏิเสธมาตลอดชีวิต เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะจะโคนหนักแน่นและมั่นคง บ่งบอกถึงตัวตนของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยก่อนจะหมุนลูกบิดเปิดประตูออก ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผลถึงกับชะงักไปชั่วขณะ หญิงสาวในชุดสูทผ้าลินินสีครีมตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปร่างเพรียวระหง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้ารูปไข่ที่นิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะกรอบประตูเบา ๆ ก่อนจะก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของเขาโดยไม่รอให้อذنอนุญาตแม้แต่น้อย "ยินดีที่ได้พบตัวจริงเสียที คุณอดีตหมอฝึกหัด... ฉันรำไพ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่กดดันให้คนฟังต้องยอมสยบโดยปริยาย อาจารย์รำไพ กวาดสายตาสำรวจรอบห้องเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มบางเบา "ดูเหมือนคุณจะต้อนรับแขกด้วยบรรยากาศที่อับอวลไปด้วยกลิ่นไอความตายพอดิบพอดีสินะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดนิสัยพูดทักทายตามตรงน่ะครับ" กรณ์หรี่ตามองเล็กน้อย เนตรวิเคราะห์วิญญาณในดวงตาข้างซ้ายของเขาเริ่มทำงานอัตโนมัติ รัศมีออร่าสีครามเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า บ่งบอกถึงตบะและพลังอาคมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงและยาวนาน ระดับพลังของเธอสูงกว่าที่เขาเคยประเมินไว้ในเอกสารลับเสียอีก "คุณรู้ตัวตนของผม และดูเหมือนจะรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ อาจารย์รำไพ" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ผายมือเชิญเธอนั่งลงที่โซฟาเก่า ๆ กลางห้อง "ผมคิดว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาว... โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายจากสายโทรศัพท์เมื่อครู่" อาจารย์รำไพไม่ปฏิเสธ เธอนั่งลงอย่างสง่างาม ไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหญิงสาววางตลับไม้สักแกะสลักลวดลายโบราณลงบนโต๊ะกระจก "คุณกำลังใช้เนตรวิเคราะห์วิญญาณสินะครับ กรณ์" รำไพเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง "ดวงตาที่มองเห็นโครงสร้างไสยเวทและพลังงานชีวิต... ของหายากในยุคปัจจุบันทีเดียวเชียว แต่ก็น่าเสียดายที่คุณใช้มันแค่มองเงา โดยไม่รู้ว่าเงากำลังกลืนกินร่างของคุณอยู่" "หมายความว่ายังไงครับ?" กรณ์ขมวดคิ้ว เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ความตื่นตัวพุ่งพล่านขึ้นถึงขีดสุด "หมายความว่า... สิ่งที่คุณกำลังสืบสวนอยู่ ไม่ใช่มนุษย์ฆ่ามนุษย์ และไม่ใช่แค่ผีอาฆาตมาดร้ายธรรมดา" อาจารย์รำไพเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง ดวงตาสนิทคู่ingนั้นสะท้อนภาพเงาของกรณ์ที่มีรอยสีดำจาง ๆ พาดผ่านบริเวณหัวใจ "เหยื่อทุกรายที่ตายในคดีนี้ ล้วนมีสัญลักษณ์บางอย่างสลักไว้ด้วย 'ยันต์ย้อนวิญญาณ' ซึ่งเป็นวิชาสายดำที่สูญหายไปจากสารบบไสยเวทมากว่าสามสิบปีแล้ว และคนที่ถือครองวิชานี้... กำลังใช้พวกคุณเป็นสะพานเชื่อมเพื่อดึงบางสิ่งกลับคืนสู่โลกมนุษย์" สิ้นคำพูดของเธอ บรรยากาศภายในห้องก็พลันลดอุณหภูมิลงอย่างฮวบฮวบ กลิ่นอับชื้นของดินปืนและซากศพโชยเข้าจมูกราวกับห้องทั้งห้องถูกย้ายไป0ตั้งอยู่กลางป่าช้าเก่า กรณ์ไม่รอช้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประเมินสถานการณ์ด้วยสัญชาตญาณของฮันเตอร์มือใหม่ "ถ้าอย่างนั้น ที่คุณมาที่นี่... คงไม่ใช่แค่มาเตือนผมเฉย ๆ สินะครับ" รำไพแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเสน่ห์ที่ชวนให้รู้สึกทั้งอันตรายและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน เธอหยิบแผ่นยันต์สีเหลืองเก่าคร่ำคร่าออกจากตลับไม้สัก ยื่นให้เขาด้วยท่าทีสบาย ๆ "ฉันมาเพื่อทำข้อเสนอ... ร่วมมือกับฉันไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุที่ตึกร้างย่านบางขุนเทียนคืนนี้เสีย ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นศพรายต่อไปที่มีชื่อจารึกไว้ในสมุดบันทึกของมัน" กรณ์รับแผ่นยันต์นั้นมาสัมผัส ความเย็นเฉียบแล่นริ้วผ่านปลายนิ้ว ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกระดาษสาโบราณ เสียงแจ้งเตือนจากระบบเนตรวิเคราะห์วิญญาณก็ดังขึ้นในหัวสมองของเขารัวเร็วราวกับสัญญาณชีพจรที่กำลังวิกฤต *(ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจเสริมระดับ SSS: 'รอยต่อแห่งความเป็นความตายที่ตึกร้างบางขุนเทียน')* *(เงื่อนไข: เดินทางร่วมกับอาจารย์รำไพ และคลี่คลายปมอาคมก่อนเที่ยงคืน)* *(คำเตือน: หากล้มเหลว วิญญาณของท่านจะถูกผนึกไว้ในตลับไม้สักถาวร)* กรณ์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้ลึกลับ ขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความตื่นเต้นในดวงตา รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อความท้าทาย "ตกลงครับ... หวังว่าอาจารย์จะคุ้มค่ากับการที่ผมต้องเอาชีวิตเข้าแลกนะ" รำไพหัวอกเบา ๆ ในลำคออย่างนึกขัน ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากตอบรับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงเคาะสามครั้งแบบเมื่อครู่ แต่เป็นเสียงเล็บข่วนกระจกหน้าต่างด้านนอกห้องอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังลอดเข้ามาจากช่องลม *"เปิดประตูให้ฉัน... กรณ์..."* ทั้งสองคนหันขวับไปมองหน้าต่างพร้อมกัน ในความมืดมิดยามวิกาล เงาร่างสีดำมหึมาทาบทับอยู่หลังกระจกใส ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังจ้องมองทะลุเข้ามาด้วยความอาฆาตมาดร้าย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เงาร่างนั้นมีใบหน้าถอดแบบมาจากกรณ์ราวกับส่องกระจกเงา ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%