กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดชั้นดีจางหายไปจากความรู้สึกทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของเนื้อโลหะบนโต๊ะชันสูตร
ในห้องดับจิตใต้ดินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่ส่งเสียงครางฮัมต่ำๆ ในยามวิกาลราวกับจะขับกล่อมความตาย ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กรณ์ในชุดเสื้อกราวน์สีขาวสะอาดตา ปรับแว่นสายตาเล็กน้อยขณะใช้คีมสเตนเลสคีบเศษเส้นใยสีแดงปริศนาที่ติดอยู่ตามซอกเล็บของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า
"ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีรอยฟกช้ำ กระดูกไม่หักแม้แต่ท่อนเดียว..."
กรณ์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาสีเข้มกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ในฐานะอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ 'ธน ์' นักศึกษาคณะโบราณคดีปีสามผู้นี้ เป็นปริศนาที่ท้าทายหลักการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างยิ่ง ธนากรเสียชีวิตคาห้องสมุดโดยไม่มีสัญญาณชีพจรเต้นผิดจังหวะ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือด และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของศพเบิกโพลงค้างไว้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับได้เห็นบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะมองเห็น
แต่สิ่งที่ทำให้อะดรีนาลีนในกายของกรณ์หลั่งพล่าน ไม่ใช่ปริศนาทางการแพทย์เหล่านั้น...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ดังขึ้นในโสตประสาทของกรณ์เพียงผู้เดียว พร้อมกับแสงสีฟ้าเรืองรองที่ฉายวาบขึ้นในม่านตา ระบบที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อสามวันก่อนเริ่มทำงานอย่างอัตโนมัติ
[ระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' เริ่มต้นทำงาน]
[กำลังสแกนเป้าหมาย... ธนากร (อายุ 21 ปี)]
[ผลการวิเคราะห์: ร่างกายสมบูรณ์ 100% แต่สถานะวิญญาณ... 'ว่างเปล่า']
[คำเตือนระดับอันตราย: ตรวจพบร่องรอยการดึงทึ้งวิญญาณด้วยอาคมสายดำโบราณ ร่างนี้เป็นเพียงเปลือกไร้จิตวิญญาณที่ถูกสูบพลังออกไปจนหมดสิ้น]
กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือที่ถือเครื่องมือแพทย์นิ่งสนิท แม้เขาจะเคยสงสัยในเรื่องไสยเวทและโลกหลังความตายมาบ้าง แต่การได้เห็นข้อมูลจากระบบยืนยันต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ก็ทำให้ความเชื่อมั่นในโลกวัตถุวิสัยสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"วิญญาณถูกดึงออกไป... แบบนี้ไม่เรียกว่าฆาตกรรมธรรมดาแล้วสิครับ" กรณ์พึมพำเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องดับจิตที่เงียบสงัด
"ถ้ามัวแต่ยืนตั้งคำถามกับศพที่พูดไม่ได้ เธอคงไม่ได้คำตอบหรอกนะ คุณหมอเด็กปั้น"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องดับจิต กรณ์ไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร 'อาจารย์รําไพ' ก้าวเท้าออกจากเงาสลัวของเสาคอนกรีต ร่างเพรียวระหงในชุดสูทกางเกงสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวเนียนยิ่งดูโดดเด่น เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต เผยให้เห็นกรามคมชัดและดวงตาคู่นคมที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งหัวใจของผู้คน อาจารย์สาวผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทโบราณเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร ชายตามองศพตรงหน้าด้วยแววตาเรียเฉยราวกับคุ้นเคยกับภาพเหล่านี้ดี
"อาจารย์รําไพ... ดึกดื่นเช่นนี้ อาจารย์เข้ามาในเขตหวงห้ามของโรงพยาบาลได้อย่างไรครับเนี่ย" กรณ์หันไปถามด้วยรอยยิ้มเจือความสงสัย แม้จะร่วมงานกันมาบ้าง แต่ผู้หญิงคนนี้มักจะปรากฏตัวในเวลาและสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิดเสมอ
"ห้องดับจิตที่มีกลิ่นอายอาคมตกค้างรุนแรงขนาดนี้ ต่อให้ฉันอยู่ที่มหาวิทยาลัยอีกฟากหนึ่ง ก็ยังสัมผัสได้เลยกรณ์" อาจารย์รําไพปรายตามองคราบพลังงานสีดำจางๆ ที่ลอยวนอยู่เหนือร่างของธนากร "ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไป 'แตะ' ในสิ่งที่ไม่ควรแตะเข้าให้แล้ว ศาลานาคาโบราณหลังคณะโบราณคดี... คงเป็นที่ที่เขาไปสินะ"
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย วิเคราะห์คำพูดของอาจารย์สาวประกอบกับข้อมูลที่เขามี "ศาลานาคาที่เพิ่งถูกขุดพบเมื่อสัปดาห์ก่อนเหรอครับ? ผมจำได้ว่าธนากรเป็นหัวหน้าทีมขุดค้นในโปรเจกต์นั้น"
"ถูกต้อง" อาจารย์รําไพก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานและดอกไม้จันทน์ลอยแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นอยาของความตาย เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าผากของศพเบาๆ ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็วาบขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ ก่อนที่เสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงงูขู่จะดังแว่วออกมาจากลำคอของศพไร้วิญญาณ
กรณ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ระบบในหัวของเขาสั่นเตือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
[ตรวจพบพลังงานอาคมระดับสูง: 'พันธนาการนาคราช']
[คำเตือน: เจ้าของวิญญาณดวงนี้กำลังถูกกักขัง หากไม่ชิงตัวกลับมาก่อนพระอาทิตย์ตกดินพรุ่งนี้ วิญญาณของธนากรจะถูกหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาคม และสูญสลายตลอดกาล]
"อาจารย์..." กรณ์มองหน้าอาจารย์สาวด้วยแววตานิ่งสนิท ความลังเลใจถูกปัดทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อตระหนักว่านี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมทั่วไปที่ตำรวจจะคลี่คลายได้ "เราต้องทำอย่างไรต่อครับ"
อาจารย์รําไพชักมือกลับ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย แววตาคู่นั้นฉายประกายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "ดูเหมือนเธอจะเริ่มเข้าใจกฎของโลกใบนี้ดีขึ้นแล้วนี่ กรณ์... เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้เราจะไป 'เคาะประตู' บ้านของฆาตกรที่ขโมยวิญญาณเด็กคนนี้ไปกัน"
ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากถามรายละเอียดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยในโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไฟฟ้าในห้องดับจิตดับพรึบลงทันที เหลือเพียงแสงสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบวับแวมสาดส่องใบหน้าของทั้งสองคน
และในความมืดมิดนั้นเอง... เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่ง ก็ดังขึ้นจากเปลือกตาของศพธนากรที่ค่อยๆ ขยับลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทไร้แววตา
*“มัน... กลับมาแล้ว... และมันกำลังตามหาพวกคุณ...”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 1
ศพปริศนากับเสียงกระซิบตอนตีสาม
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!