กลิ่นคาวสนิมและกลิ่นธูปโบราณที่ยังติดอยู่บนปลายจมูกคือเครื่องยืนยันว่า เหตุการณ์นองเลือดในโกดังร้างริมคลองเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
กรณ์วางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะไม้สำนักงานอย่างเบามือ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ—หน้าต่างระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ซึ่งตอนนี้กำลังแสดงรายงานสรุปผลการปิดคดีแรกในชีวิตของเขาอย่างเป็นทางการ
[ติ๊ง! ปิดฉากภารกิจระดับ D: วิญญาณพยาบาทแห่งลุ่มน้ำ]
[สถานะ: สำเร็จลุล่วงด้วยคะแนนความแม่นยำ 98%]
[ของรางวัล: แต้มวิญญาณ +500, ทักษะติดตัว 'เนตรต้านทานอาคมชั้นต้น' ถูกปลดล็อก]
ความเหนื่อยล้าจากการปะทะกับไสยเวทร้ายเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย ความอบอุ่นจากมิตรภาพและการทำงานเป็นทีมร่วมกับอาจารย์รำไพก็เข้ามาช่วยบรรเทาความตึงเครียดในใจลงไปได้มาก บนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง อาจารย์สาวในชุดเสื้อคลุมผ้าลินินสีครีมกำลังบรรจงเช็ดทำความสะอาดมีดหมอโบราณด้วยน้ำมันจันทน์อย่างเงียบเชียบ ท่าทางที่สุขุมและเยือกเย็นของเธอมักจะสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กรณ์เสมอ แม้ว่าเบื้องหลังความงดงามนั้นจะเต็มไปด้วยความลับดำมืดของสำนักอาคมที่สูญหายก็ตาม
"แผลที่หัวไหล่ยังตึงอยู่ไหมครับอาจารย์" กรณ์เอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบในห้องทำงาน
อาจารย์รำไพชะงักมือเล็กน้อย เธอยกสายตาขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่มผู้มีแววตาเฉียบคมขึ้นทุกวัน มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู "แค่รอยขีดข่วนจากอาคมชั้นต่ำของพวกสวะ ไม่คณามือฉันหرอกกรณ์... แต่เธอเถอะ ใช้เนตรวิเคราะห์วิญญาณเกินขีดจำกัดแบบนั้น ร่างกายยังรับไหวอยู่ใช่ไหม หมออนาคตไกลอย่างเธอไม่ควรมาเสี่ยงตายกับเรื่องพวกนี้เลยนะ"
"ถ้าผมไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะครับ ในเมื่อความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องพวกนี้ไม่ได้ โลกใบนี้ก็ยังต้องการคนที่มองเห็นความมืดและจัดการมันด้วยเหตุผลและอาคมที่ถูกต้อง" กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขายkยิ้มบางๆ ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าต่างระบบที่ยังคงกะพริบแสงสีฟ้า
นี่คือโลกไสยเวทไทยประยุกต์ที่ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์ พลังงาน และจิตวิญญาณ ทุกอย่างมีที่มาและมีสมการรองรับ ไม่ต่างอะไรกับการผ่าตัดรักษาโรค เพียงแต่มีคาถาอาคมและอักขระขอมโบราณเข้ามาแทนที่เข็มฉีดยา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย เสียงเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาท—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนแบบเดิม แต่มันเป็นเสียงแหลมสูงที่เจาะลึกเข้าไปถึงก้านสมอง ราวกับสัญญาณเตือนภัยในโรงพยาบาลยามที่คนไข้กำลังจะหัวใจวาย
*กริ๊งงงง!*
หน้าต่างระบบสีฟ้าที่เคยสงบ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในพริบตา ตัวอักษรสีดำสนิทปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยความเร็วสูงจนกรณ์ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
[คำเตือน! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานไสยเวทระดับวิกฤต]
[แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับสูง: พบการใช้งาน 'คุณไสยเงา' มากกว่าสิบจุดพร้อมกันทั่วทั้งเขตมหานคร]
[ติ๊ง! ภารกิจใหม่ถูกบังคับเปิดใช้งาน: ตามล่าผู้ใช้คุณไสยเงา]
[รายละเอียดภารกิจ: ยับยั้งพิธีกรรมปลุกอาถรรพ์มหานคร และค้นหาตัวการเบื้องหลังที่กำลังชักใยความตายทั่วเมือง ก่อนที่เขตอาคมหลักของเมืองจะล่มสลายภายใน 24 ชั่วโมง]
สีหน้าของกรณ์เปลี่ยนจากความโล่งใจกลายเป็นความเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาเผลอเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังสีแดงเพลิงที่มุมขวาบนของจอระบบ
อาจารย์รำไพวางมีดหมอลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานด้านลบที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง แม้จะปิดสนิทก็ตาม
"รำไพ..." กรณ์หันไปมองอาจารย์สาว น้ำเสียงของเขาแห้งผาก "นี่มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมหรือการแก้แค้นส่วนตัวแบบเมื่อคืนแน่ๆ"
อาจารย์รำไพก้าวเท้าเร็วๆ เข้ามาประชิดหน้าจอโฮโลแกรม นิ้วเรียวยาวแตะลงบนอากาศเพื่ออ่านรายละเอียดที่ระบบรวบรวมมา รูม่านตาของเธอหดเกร็งด้วยความตกใจเมื่อเห็นพิกัดของจุดที่เกิดความผิดปกติ
"ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ..." อาจารย์รำไพพึมพำ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่กรณ์ไม่เคยเห็นมาก่อน "นี่คือ 'ค่ายกลโลหิตเงาทมิฬ' อาคมต้องห้ามที่สูญหายไปจากตำราโบราณร่วมร้อยปี... คนที่ใช้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตคน แต่พวกมันกำลังจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสุสานไร้เงา!"
ก่อนที่ทั้งสองจะได้ปรึกษาถึงแผนการขั้นต่อไป แสงไฟนีออนบนเพดานสำนักงานก็กะพริบติดๆ ดับๆ สลับกับเสียงหอนโหยหวนของสุนัขจรจัดที่ดังสะท้อนมาจากตรอกซอกซอยด้านนอก พร้อมกันนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ช้าๆ หนักแน่น และเต็มไปด้วยเจตนาคุกคาม
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่มีเสียงฝีเท้าของผู้มาเยือน มีเพียงไอเย็นจัดที่ซึมลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้เข้ามา และเมื่อกรณ์ก้มลงมองที่หน้าจอระบบอีกครั้ง ตัวเลขถอยหลังก็กระโดดข้ามขั้นตอนสำคัญไปอย่างน่ากลัว
[ตรวจพบเป้าหมายระยะประชิด: ผู้ใช้คุณไสยเงาลำดับที่ 0]
[ยินดีต้อนรับสู่เกมล่าชีวิต... ฮันเตอร์รุ่นน้อง]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับผมมาจนถึงบทนี้นะครับ
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 7
เสียงแจ้งเตือนภารกิจระดับ S
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!