"อย่าก้าวเท้าซ้ายนำเด็ดขาด... กรณ์"
เสียงกระซิบที่ราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดของอาจารย์รำไพดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแก้วหูอื้ออึง อากาศรอบตัวในรัศมีสามเมตรบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอกคล้ายผิวน้ำยามถูกโยนหินลงไป มิติเบื้องหน้าไม่ได้เป็นห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ร้างตามที่ควรจะเป็นอีกต่อไปแล้ว ทว่ามันกลับกลายเป็นม่านหมอกสีชาดหนาทึบที่ส่งกลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปโบราณอบอวลจนน่าคลื่นไส้
หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าเข้มจาก 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ของผมกะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ติ๊ด-ติ๊ด" ถี่ยิบในโสตประสาท พร้อมกับข้อความตัวอักษรเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นซ้อนทับกันจนแทบอ่านไม่ทัน
⚠️ **[WARNING: สัญญาณชีวะของเป้าหมายตรงหน้าตรงกับฐานข้อมูล "ผู้บงการเงา" | ตรวจพบค่าพลังงานอาคมระดับ SSS กำลังปลดปล่อยขอบเขตอาณาจักรวิญญาณทับซ้อน | ระบบบังคับปิดการเชื่อมต่อภายนอกชั่วคราว]** ⚠️
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ อดีตนักศึกษาแพทย์อย่างผมถูกฝึกฝนให้มองโลกด้วยตรรกะและเหตุผล แต่สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาในวินาทีนี้อยู่นอกเหนือฟิสิกส์ใดๆ ที่ตำราแพทย์เคยสอน พื้นเบื้องล่างที่พวกเรายืนอยู่ไม่ได้ทึบตัน แต่มันโปร่งใสจนมองเห็นเงาดำนับพันดิ้นพล่านอยู่ใต้พื้นกระจกเงา ทุกครั้งที่ฝูงเงาเหล่านั้นกรีดร้อง แรงสั่นสะเทือนจะส่งตรงขึ้นมาถึงฝ่าเท้า ราวกับพวกมันกำลังพยายามพุ่งทะลุขึ้นมาลากตัวพวกเราลงไป
"อาจารย์ครับ ค่าพลังงานตรงหน้า... มันทะลุขีดจำกัดเครื่องมือวัดไปแล้วครับ" ผมเอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้าเพื่อประเมินสถานการณ์ มือขวาขยับกระชับยันต์อักขระโบราณที่อาจารย์รำไพมอบให้ไว้แน่นจนเหงื่อซึม
อาจารย์รำไพในชุดเสื้อคลุมสีเข้มทะมัดทะแมงปรายตามองผมแวบหนึ่ง แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความคมกลาวของนักล่าที่เจอเป้าหมายใหญ่ เธอยกพัดเหล็กโบราณในมือขึ้นสะบัดเบาๆ เกิดเสียงลมปราณกังวานใสตัดผ่านความเงียบ
"ตั้งสติไว้ให้ดี กรณ์ เขตอาคมนี้ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา แต่มันคือ 'เขตอาณาจักรวิญญาณ' (Domain Expansion) รูปแบบโบราณที่สูญหายไปจากสารบบไสยเวทไทยร่วมสมัย ผู้สร้างมันขึ้นมาไม่ได้ต้องการแค่กำจัดพวกเรา แต่เขาต้องการกลืนกินเจตจำนงและดึงเอาความกลัวก้นบึ้งในจิตใจออกมาทำให้เป็นจริง" อาจารย์รำไพกล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง ซึ่งช่วยดึงสติของผมให้กลับคืนมาได้อย่างชะงัก
ผมพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง "ถ้ามันคือการทับซ้อนของมิติและจิตวิทยา นั่นหมายความว่า... กาลเวลาในนี้จะไม่เดินตามนาฬิกาปกติ และทิศทางอาจถูกสลับขั้วด้วยสินะครับ"
"ฉลาดมาก" อาจารย์รำไพมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าขวาออกนำไปข้างหน้าอย่างมั่นคง "จำไว้ว่าทุกย่างก้าวต้องสอดคล้องกับทิศทางของดาวนพเคราะห์ หากเดินผิดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว อาคมสะท้อนกลับจะบดขยี้กระดูกทุกท่อนในร่างกายของนายจนแหลกสลาย"
ทันทีที่อาจารย์ก้าวผ่านเส้นแบ่งเขตสีชาด อากาศโดยรอบก็พลันแปรเปลี่ยน ประตูลึกลับนับร้อยบานผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่ารอบด้าน บานประตูแต่ละบานทำจากไม้สักเก่าคร่ำคร่า สลักลวดลายอักขระขอมโบราณที่กำลังเปล่งแสงสีทองหม่น บานประตูพวกนั้นส่งเสียงเปิด-ปิดดังเอี๊ยดอ๊าดประสานกันระงม ราวกับมีใครบางคนกำลังรอคอยให้พวกเราเลือกเปิดมันสักบาน
"ประตูมิติอาคมเปิดออกแล้ว..." ผมพึมพำกับตัวเอง สายตาจดจ้องไปยังประตูบานที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งมีรอยคราบสีดำคล้ายเลือดแห้งกรังไหลย้อยลงมาตามขอบวงกบ
ระบบเนตรวิเคราะห์วิญญาณของผมส่งเสียงเตือนสติขึ้นมาอีกครั้ง
*[คำแนะนำจากระบบ: ตรวจพบคลื่นสมองและเสียงกระซิบจากบุคคลในอดีตหลังบานประตูหมายเลข 3 ความน่าจะเป็นที่จะพบกับปมความทรงจำในอดีตของเป้าหมาย: 94.7%]*
ผมหันไปมองอาจารย์รำไพที่กำลังยืนนิ่งใช้พัดแตะที่ขมับเพื่ออ่านคลื่นพลังงานรอบตัว "อาจารย์ครับ ประตูพวกนี้ไม่ได้มีไว้สัญจร แต่พะยะ-- เอ่อ... แต่มันคือประตูทางเลือกที่เชื่อมโยงกับจิตใต้สำนึกและอดีตคดีที่เรากำลังตามหาใช่ไหมครับ"
อาจารย์รำไพหันกลับมามองผม แววตาคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนเอ่ย "ใช่ และที่แย่กว่านั้นคือ... หนึ่งในประตูเหล่านั้นไม่ได้นำไปสู่อดีตของเหยื่อ แต่เป็นอดีตของ 'สำนักอาคม' ที่ฉันพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต"
บรรยากาศรอบตัวพลันหนתทึบขึ้นในพริบตา ลมพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นกลางวงล้อมของประตูทั้งร้อยบาน เสียงหัวเราะแผ่วเบาเยือกเย็นลอยล่องมาตามสายลม ราวกับมีตัวตนที่สามกำลังยืนอยู่ร่วมกับเราในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
ผมกวาดสายตามองประตูบานแล้วบานเล่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว ร่างกายทุกส่วนพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะพุ่งทะยานออกมาจากหลังบานไม้เก่าๆ เหล่านั้น ในขณะที่อาจารย์รำไพยกพัดเหล็กขึ้นตั้งรับในท่าเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูบานตรงกลางเริ่มขยับเปิดออกเองช้าๆ จนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ร่างของเงาดำร่างหนึ่งก็ก้าวเท้าเหยียบพ้นธรณีประตูออกมา พร้อมกับเสียงทักทายที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้าย... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน"
ร่างนั้นก้าวพ้นม่านหมอกออกมาภายใต้แสงสลัว ใบหน้าที่ควรจะตายไปแล้วในคดีเมื่อสิบปีก่อนกลับปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาลี้ลับไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
"เข็มทิศมองวิญญาณ"
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 22
ประตูมิติอาคมเปิดออก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!