สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 13

พิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นไอน้ำมันจันทน์ผสมกับกำยานกฤษณาตลบอบอวลไปทั่วบริเวณโกดังร้าง ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงเทียนเล่มโตเจ็ดเล่มสะท้อนเงาทอดยาวบนผนังปูนเปื่อย อาจารย์รำไพในชุดผ้าซิ่นทอโบราณเข้ารูปทะมัดทะแมง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต เผยให้เห็นลำคอระหงและแผ่นหลังที่ตั้งตรงราวกับเสาเข็ม สมาธิของเธอนิ่งสนิทดั่งผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น ในมือเรียวบางกำลังจรดปากกาอาคมลงบนแผ่นยันต์หนังเสือด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกอักขระขอมโบราณที่ถูกเขียนขึ้นเต็มไปด้วยพลังงานไสยเวทสีทองเรืองรองที่แผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวสั่นไหว เบื้องหน้าของเธอคือดวงวิญญาณของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ดวงตาสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นจดจ้องตรงมายังผู้ทำพิธี พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท "ตั้งสติไว้, ดวงวิญญาณเอ๋ย... บ่วงกรรมที่ผูกมัดเจ้าไว้ บัดนี้ได้เวลาคลี่คลายแล้ว" เสียงหวานนุ่มแต่ทรงอำนาจของอาจารย์รำไพเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเมตตาและเด็ดเดี่ยวที่สะท้อนผ่านแววตา ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปทางประตูทางเข้าโกดัง กรณ์กำลังยืนหลังพิงเสาปูนเก่าคร่ำคร่า สองมือถือปืนสั้นที่บรรจุนกระสุนอาคมพิเศษ สายตาคมกริบกวาดมองออกไปในความมืดเบื้องนอกผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าเข้มของระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ปรากฏสว่างวาบอยู่ตรงหน้า คอยรายงานความผิดปกติรอบตัวอย่างต่อเนื่อง `[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS!]` `[ตรวจพบการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง พิกัดทิศเหนือ 35 เมตร]` `[ระดับอันตราย: สูงมาก - พลังงานไสยเวทสายดำของสำนักกระดูกผีเข้าใกล้เขตอาคมแล้ว]` กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าหน้าที่ของเขาในตอนนี้ไม่ใช่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิธีกรรมเบื้องหลัง แต่คือการเป็น "โล่" ที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อปกป้องอาจารย์รำไพจากการรบกวนใดๆ ทั้งสิ้น "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ..." กรณ์พึมพำกับตัวเองเบื้องเบา นิ้วชี้วางทาบอยู่บนโครงปืนอย่างระมัดระวัง *เปร๊าะ!* เสียงเศษกระจกแตกดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมมืดด้านขวา ทว่าในความเงียบสงัดยามวิกาล มันกลับดังชัดเจนราวกับเสียงระฆังเตือนภัย กรณ์ไม่รอช้า เขาดีดตัวพุ่งหลบไปด้านหลังลังไม้เก่าทันที พร้อมกับที่ลูกกระสุนอาคมพุ่งแหวกอากาศเฉียดหัวไหล่เขาไปปักเข้ากับผนังปูนอย่างเฉียดฉิว "ซุ่มยิงเหรอ? เล่นไม่ซื่อเลยนะครับแบบนี้" กรณ์กัดฟันกรวด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเนตรวิเคราะห์วิญญาณสแกนหาต้นตอของวิถีกระสุน ที่ด้านบนคานเหล็กของโกดัง ร่างของชายสวมหมวกฮู้ดสีดำสนิทกำลังยืนหยัดอยู่บนความสูงสิบเมตร ในมือถือหน้าไม้โบราณที่เคลือบด้วยคราบน้ำมันพรายสีดำคล้ำ รอบตัวของมันแผ่ไอสีดำทมิฬออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ "หมอผีทศ" มือปราบวิญญาณรับจ้างแห่งสำนักกระดูกผีตามที่ระบบแจ้งเตือนจริง ๆ "ไอ้หนู... แกคิดว่าจะขวางทางผู้เฒ่ายืนยันความเด็ดขาดของสำนักเราได้งั้นรึ?" เสียงแหบแห้งราดด้วยความเย้ยหยันดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด หมอผีทศยกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะง้างคันศรเล็งตรงมาที่ร่างของกรณ์อีกครั้ง "ผมไม่ได้อยากจะขวางทางใครทั้งนั้นครับ... แต่บังเอิญว่าคนข้างหลังผมเขากำลังทำธุระสำคัญอยู่ รบกวนช่วยถอยไป... หรือไม่ก็ลงมาคุยกันดีๆ ดีกว่าครับ" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าอีกฝ่ายมีประสบการณ์และพลังเหนือกว่าเขาหลายขุม "ปากดีนักนะ เด็กเมื่อวานซืน!" หมอผีทศปล่อยลูกศรอาคมพรายพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วสูงราวกับอสนีบาต กรณ์พุ่งตัวหลบกลิ้งไปกับพื้น ฝุ่นละอองและเศษปูนกระจายฟุ้ง แรงระเบิดจากการปะทะของอาคมทำให้พื้นคอนกรีตแตกเป็นรอยร้าวลึก ภายในวงสโคปการมองเห็นของกรณ์ ระบบวิเคราะห์ทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อคำนวณจุดอ่อนของศัตรู `[วิเคราะห์เป้าหมาย: หมอผีทศ (ระดับปรมาจารย์ขั้นต้น)]` `[จุดอ่อนตรวจพบ: จุดรวมพลังงานไสยเวทอยู่ที่กะโหลกศีรษะเทียมบริเวณเอว หากทำลายได้ จะลดทอนพลังป้องกันลง 60%]` `[คำแนะนำจากระบบ: ใช้กระสุนอาคมชำระล้างยิงกดดัน เพื่อเปิดช่องว่างให้อาจารย์รำไพประกอบพิธีจนเสร็จสิ้นขั้นตอนที่เจ็ด]` กรณ์รับรู้ข้อมูลทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที เขากัดฟันลุกขึ้นยืน มือขวาถือปืนมั่น มือซ้ายหยิบยันต์สะท้อนกลับขึ้นมาเตรียมพร้อม "อยากเล่นแรงใช่ไหมครับ งั้นผมก็คงต้องต้อนรับให้สมเกียรติหน่อย!" เขายิงกดดันสวนกลับไปสามนัดซ้อน เสียงปืนดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วโกดัง หมอผีทศขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว ดีดตัวหลบกระสุนของกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับภูตผี พร้อมกับซัดกระดูกอาคมชิ้นเล็กนับสิบชิ้นพุ่งเข้าใส่กรณ์ราวกับห่าฝน *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* กรณ์ใช้ยันต์ในมือปัดป้องและสะท้อนกระดูกอาคมเหล่านั้นออกไปได้อย่างหวุดหวิด แรงกระแทกทำให้แขนชาหนึบ แต่เขาก็ไม่มีเวลามาใส่ใจ เพราะเสียงสวดมนต์ภาษาขอมโบราณของอาจารย์รำไพที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว วงแหวนอาคมสีทองรอบตัวเธอกำลังสว่างวาบเจิดจ้าจนแสบตา "อาจารย์... อีกนิดเดียวครับ!" กรณ์ตะโกนบอก พร้อมกับก้าวออกไปยืนขวางตรงกลางระหว่างวิถีการโจมตีของหมอผีทศกับร่างของอาจารย์รำไพอย่างไม่กลัวเกรงความตาย หมอผีทศเห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างสะใจ "โง่เขลาเบาปัญญา! คิดจะเอาตัวมารับความตายแทนคนอื่น งั้นก็จงดับสูญไปพร้อมกันซะเถอะ!" ร่างของหมอผีทศกระโดดลงมาจากคานเหล็กสูง มือทั้งสองข้างประสานกันจนเกิดกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดมหึมา พลังอาคมสายดำกดทับบรรยากาศในโกดังให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ในวินาทีวิกฤตที่พลังงานมืดกำลังจะพุ่งเข้าประจิตร่างของกรณ์ ดวงตาสีทองเรืองรองของอาจารย์รำไพก็ลืมโพลงขึ้นพร้อมกัน มือเรียวตบลงที่พื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่นหวั่นไหว! "สาธุ... จงไปสู่คติภพเถิด!" แสงสว่างสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งทะลุเพดานโกดังขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน พลังอาคมบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างกระแทกคลื่นพลังงานสีดำของหมอผีทศจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ทว่า... ในขณะที่ดวงวิญญาณของเหยื่อกำลังลอยละลิ่วขึ้นสู่สรวงสวรรค์ด้วยความสงบสุขนั้นเอง เสียงฝีเท้าอีกนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณรอบนอกโกดัง พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่กระโดดเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางทางออกไว้ทั้งหมด หมอผีทศยิ้มเหี้ยมเกรียมเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แกคิดว่าพวกเรามากันแค่คนเดียวอย่างนั้นเหรอไอ้หนู..." --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลิ่นอายไสยเวทมาด้วยกัน ณ ตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%