สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 14

อัปเกรดเลเวลระบบขั้นที่ 2

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคุณกรณ์ยังแทงเข็มทิศลงบนจุดตายของยันต์ธาตุทองด้วยองศาเดิมแบบนั้น ร่างกายเนื้อของคุณจะรับภาระสะสมจากพลังย้อนกลับไม่เกินสิบห้าครั้ง... และผลลัพธ์สุดท้ายคือเส้นลมปราณในอกจะแตกละเอียดเหมือนแก้วเปราะนะครับ" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมของอาจารย์รำไพดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องใต้ดินของสำนักอาคมเก่าแก่ กลิ่นอายของธูปหอมโบราณและเขม่าควันจางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศ แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเงาร่างระหงของหญิงสาวในชุดผ้าซิ่นร่วมสมัย เธอกำลังใช้ปลายด้ามไม้เท้าลงอาคมเคาะเบาๆ ลงบนพื้นกระเบื้องศิลา เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างพลังงานรอบตัวกรณ์ที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ กรณ์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ ซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น **[ระบบเนตรวิเคราะห์วิญญาณ: อัปเดตสถานะผู้ใช้งาน]** **[ชื่อ: กรณ์ / อาชีพ: นักสืบไสยเวทฝึกหัด (เลเวล 14)]** **[ค่าพลังปราณวิญญาณ: 850/850]** **[ทักษะติดตัว: เนตรทิพย์ขั้นต้น, คาถาชำระอาถรรพ์ (ระดับกลาง), และวิชาแพทย์แผนปัจจุบันผนวกไสยเวท]** "ผมไม่มีทางเลือกอื่นนี่ครับอาจารย์" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเคย ขณะใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบเหงื่อบริเวณขมับ "คดีฆาตกรรมต่อเนื่องปมอาถรรพ์เจ็ดป่าช้าเมื่อคืนก่อน หากผมไม่เลือกวิธีแทงทะลวงจุดอับของยันต์สะกดวิญญาณในเสี้ยววินาทีนั้น พวกเราคงไม่ได้ยืนหายใจคุยกันอยู่ตรงนี้หรอกครับ" อาจารย์รำไพหันมามองลูกศิษย์หนุ่มผู้มีพื้นฐานเป็นอดีตนักศึกษาแพทย์ เธอแอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างนึกทึ่งในความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุภาพเรียบร้อยเสมอต้นเสมอปลายของเขา "ความกล้าหาญและการตัดสินใจด้วยตรรกะกึ่งสัญชาตญาณคือจุดเด่นของคุณ... แต่ในโลกไสยเวท ความฉลาดอย่างเดียวไม่พอหรอกครับกรณ์ ร่างกายของคุณคือภาชนะ หากภาชนะแตกสลาย ต่อให้รู้กลโกงของภูตผีวิญญาณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์อะไร" รำไพเดินเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่กลางอกของกรณ์ "โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับ 'มัน' ผู้อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดนี้ พลังระดับที่คุณมีตอนนี้... ยังเปราะบางเกินไป" ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนเสื้อเชิ้ต เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่กรณ์เฝ้ารอคอยก็ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน *ติ๊ง!* **[ระบบตรวจพบเงื่อนไขพิเศษผ่านการทดสอบขีดจำกัดร่างกาย!]** **[ผู้ใช้งาน 'กรณ์' แสดงศักยภาพในการประยุกต์ใช้ไสยเวทผสานกับตรรกะทางการแพทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม]** **[ระบบทำการอัปเกรดเลเวลสู่ขั้นที่ 2: ปลดล็อกฟังก์ชัน 'คลังแสงอาคมประยุกต์' และรับรางวัลพิเศษประจำขั้น!]** แสงสว่างวาบสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากหน้าจอโฮโลแกรม อาบไล้ไปทั่วทั้งร่างของกรณ์จนเกิดเสียงกระแสไฟฟ้าสถิตดังเปรี๊ยะปร่ะ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ทุกเส้นประสาทที่เคยล้าจากการใช้งานพลังงานอย่างหนักหน่วงเมื่อคืน กลับถูกชำระล้างด้วยกระแสพลังงานอุ่นซ่านที่ทรงพลังและสะอาดสะอ้าน รำไพผถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากคลื่นพลังงานรอบตัวของกรณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศภายในห้องใต้ดินถึงกับบิดเบือนเป็นระลอกคลื่นจางๆ "นี่มัน... พลังปราณวิญญาณของคุณก้าวกระโดดขึ้นมาเกือบเท่าตัว..." รำไพพึมพำด้วยความทึ่ง สายตาคมกวาดมองการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของชายหนุ่ม "และกลิ่นอายอาคม... มันไม่ใช่แค่การป้องกันตัวแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว" กรณ์ยืนนิ่ง หลับตาลงเพื่อซึมซับการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ระบบไม่ได้เพียงแค่เพิ่มตัวเลขพลังชีวิต แต่ได้หลอมรวมองค์ความรู้ทางไสยเวทโบราณเข้ากับฐานข้อมูลตรรกะทางการแพทย์ในสมองของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ภาพของเส้นพลังงาน ลมปราณ และจุดตายทางไสยเวทนับร้อยจุดปรากฏขึ้นในหัวราวกับแผนที่สามมิติ *ติ๊ง!* **[ยินดีด้วย! ท่านได้รับรางวัลพิเศษระดับตำนาน: 'เกราะอาคมสะท้อนกลับ' (Reflective Amulet Armor)]** **[คุณสมบัติพิเศษ: เมื่อผู้ใช้งานถูกโจมตีด้วยอาคม ไสยเวทมนตร์ดำ หรือจิตอาฆาต เกราะนี้จะไม่เพียงแต่ดูดซับความเสียหาย แต่จะทำการ 'วิเคราะห์โครงสร้าง' ของคาถานั้นๆ แบบเรียลไทม์ แล้วสะท้อนพลังงานกลับไปยังผู้โจมตีด้วยความรุนแรงคูณสอง พร้อมสลายคำสาปให้ไร้ผลในทันที!]** รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนมุมปากของกรณ์ เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสองข้างเปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ ชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "เป็นอย่างไรบ้างครับอาจารย์..." กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามนิสัย แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้นกว่าเดิมหลายเท่า "ผมคิดว่าตอนนี้... ถ้าเจ้าของเงาสีดำในคดีนั้นโผล่มาอีกครั้ง ผมคงไม่ต้องใช้วิธีเสี่ยงตายแบบเดิมเพื่อจัดการมันแล้วล่ะครับ" รำไพหรี่ตามองลูกศิษย์หนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน พลังระดับนี้... แม้แต่หมอผีรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มาหลายสิบปียังต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นสิบๆ ปี แต่กรณ์กลับก้าวกระโดดมาถึงจุดนี้ได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน "อย่าเพิ่งลำพองใจไปครับกรณ์..." รำไพกำลังจะเอ่ยเตือนต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทว่า... *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝ่ามือกระแทกเข้ากับประตูไม้สักโบราณของสำนักอาคมดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามพังมันเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ผสมผสานกันหลายร้อยเสียงดังระงมลอดผ่านรอยแตกของบานประตูเข้ามา กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและความชื้นแฉะตีทะลักเข้ามาในห้องจนน่าสะอิดสะเอียน รำไพชักกระบี่อาคมออกจากฝักในพริบตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "นั่นไม่ใช่ภูตผีธรรมดา... หรือแม้แต่พวกนักไสยเวทฝึกหัด" กรณ์ก้าวเท้าขยับมาอยู่เบื้องหน้าอาจารย์สาวโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังบานประตูที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงหล่นลงมา ในจังหวะที่ประตูไม้บานใหญ่กำลังจะพังทลายลงมาพร้อมกับเงาดำมหึมาที่แผ่รังสีอำมหิตปกคลุมไปทั่วบริเวณ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าของกรณ์โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า **[คำเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]** **[ตรวจพบการเชื่อมต่อสัญญาณจิตจาก 'ผู้บงการตัวจริง' เจ้าของคดีฆาตกรรมเจ็ดป่าช้า... และบุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูก็คือ 'ร่างอวตาร' ของคนที่คุณรู้จักดีที่สุด... คนที่คุณเพิ่งไปชันสูตรศพของเขาที่นิติเวชเมื่อสามวันก่อน!]** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางของกรณ์และอาจารย์รำไพมา ณ ตอนนี้นะครับ --- **[โปรดติดตามตอนต่อไป]** *นามปากกา: เข็มทิศมองวิญญาณ*
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%