สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 15

คดีปริศนาในคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"คุณรำไพ ถอยหลังไปสามก้าว... ทันทีครับ!" น้ำเสียงของผมเฉียบขาดและเต็มไปด้วยแรงกดดัน มากพอที่จะทำให้ร่างเพรียวบางในชุดสูทผ้าไหมสีเข้มของอาจารย์รำไพชะงักฝีเท้าลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาถามซ้ำ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรง Cat-eye หันมามองผมด้วยความประหลาดใจระคนสงสัยเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่สัญชาตญาณของหมอผีสายเลือดโบราณจะทำงาน เธอดีดตัวถอยหลังตามคำสั่งของผมอย่างแม่นยำ ราวกับซ้อมแผนอพยพนี้มานับร้อยครั้ง ปัง! เสียงประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะของห้องชันสูตรศพสำนักงานนิติเวชสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกจากด้านนอกอย่างรุนแรง รอยร้าวราวดั่งใยแมงมุมแตกกระจายออกจากจุดศูนย์กลาง รัศมีความเย็นยะเยือกที่พัดพาเอา กลิ่นสาปสราง และกลิ่นดินปฏิกูลโชยทะลุผ่านรอยแยกเข้ามาเตะจมูกผมจนแสบโพรงจมูก ระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ในดวงตาซ้ายของผมส่งเสียงเตือนระงับแสบตา สีตัวอักษรบนหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงเปลี่ยนจากสีฟ้าใสกลายเป็นสีแดงฉานกระพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงระดับอันตรายขั้นวิกฤต **[คำเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]** **[ตรวจพบการเชื่อมต่อสัญญาณจิตจาก 'ผู้บงการตัวจริง' เจ้าของคดีฆาตกรรมเจ็ดป่าช้า...]** **[และบุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูก็คือ 'ร่างอวตาร' ของคนที่คุณรู้จักดีที่สุด... คนที่คุณเพิ่งไปชันสูตรศพของเขาที่นิติเวชเมื่อสามวันก่อน!]** ร่างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังบานประจกนั้น... ดร.ภูมิพัฒน์ แพทย์นิติเวชผู้เชี่ยวชาญรุ่นพี่ที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกหน้าผาอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าของเขายังคงมีรอยแผลเป็นจากการผ่าพิสูจน์ที่ผมลงมือเย็บด้วยมือของตัวเอง รอยด้ายสีดำสนิทร้อยเรียงบนผิวหนังซีดเซียวไร้เลือดฝาด แต่ทว่า นัยน์ตาทั้งสองข้างกลับว่างเปล่า ไม่มีแววตาของมนุษย์หลงเหลืออยู่ มีเพียงอักขระขอมโบราณสีเลือดที่หมุนวนอยู่ภายในลูกตาดำ คล้ายกับเฟืองจักรกลไสยเวทที่กำลังขับเคลื่อนร่างไร้ชีวิตนี้ให้เดินได้ "กรณ์ นั่นมัน... ร่างของดร.ภูมิพัฒน์จริงๆ ด้วย" เสียงของอาจารย์รำไพลอดไรฟันออกมาด้วยความตื่นตระหนก แม้เธอจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทและผ่านศึกมาโชกโชน แต่การเผชิญหน้ากับศพที่ถูกควบคุมด้วย 'อาคมดึงวิญญาณข้ามภพ' ระดับสูงเช่นนี้ เป็นสิ่งที่แม้แต่ตำราโบราณในสำนักของเธอก็แทบไม่เคยบันทึกไว้ "ไม่ใช่แค่ศพธรรมดาครับอาจารย์..." ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติเพื่อกดความกลัวที่กำลังไต่อันดับขึ้นมาจากขั้วหัวใจ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์ความเป็นไปได้ตามหลักตรรกะผสมผสานกับความรู้ไสยเวทที่เพิ่งเรียนรู้ "นี่คือ 'หุ่นเชิดพยนต์มนตรา' ที่ใช้ร่างมนุษย์ที่มีพลังจิตแก่กล้าขณะมีชีวิตมาเป็นสื่อกลาง ผู้บงการไม่ได้ต้องการแค่มาขู่เรา... แต่มันกำลังส่ง 'โทรจิต' ผ่านคลื่นสมองของศพตัวนี้ เพื่อประกาศสงคราม" ตึง! ร่างของดร.ภูมิพัฒน์เอื้อมมือที่แข็งทื่อราวกับท่อนไม้ เคาะลงบนกระจกนิรภัยสามครั้งเป็นจังหวะ ราวกับรหัสมอร์สโบราณที่แปลความหมายได้ว่า *'พวกแก... กำลังจะเดินเข้าสู่หลุมศพของตัวเอง'* สิ้นเสียงเคาะครั้งที่สาม ร่างนั้นก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นเพดาน ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะก้องกังวานในโสตประสาท ที่ทำให้แก้วหูของผมแทบปริแตก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในห้องตรวจศพที่เย็นเยียบ ห้าวันต่อมา... คฤหาสน์ตระกูล 'วรกุลไพศาล' ตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่หลายไร่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลผสมผสานความเป็นไทยแท้ดั้งเดิมสะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน ทว่า บรรยากาศรอบตัวในยามบ่ายแก่ๆ กลับปกคลุมไปด้วยความอึมครึม ไอหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ ราวกับตัวคฤหาสน์กำลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยม่านพลังงานบางอย่าง ผมก้าวลงจากรถยนต์คลาสสิกของอาจารย์รำไพ จัดปกเสื้อสูทสีเทาอ่อนให้เรียบร้อย มือขวาถือกระเป๋าหนังใบย่อมที่บรรจุอุปกรณ์ตรวจสอบพลังงานและยันต์คุ้ม กันภัย ขณะที่อาจารย์รำไพก้าวตามลงมาด้วยท่าทางสง่างาม แว่นกันแดดถูกถอดเก็บใส่กระเป๋า เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่กำลังกวาดสายตามองสำรวจสถาปัตยกรรมของตัวคฤหาสน์อย่างพินิจพิเคราะห์ "ฮวงจุ้ยที่นี่แปลกมากครับกรณ์" อาจารย์รำไพกระซิบเบาๆ ขณะเดินเคียงคู่กันขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนหน้าคฤหาสน์ "กระแสน้ำวนเบื้องหน้าหักเหเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง ปกติแล้วฮวงจุ้ยแบบนี้จะส่งเสริมเรื่องอำนาจและเงินทอง แต่มันมี 'จุดอับ' ทางทิศหรรดี... ทิศใต้ของความตายและวิญญาณอาฆาต บ้านหลังนี้ถูกสร้างทับซ้อนบน 'ทางสามแพร่งแห่งวิญญาณ' ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษแล้ว" "สอดคล้องกับข้อมูลที่ผมได้รับมาเลยครับ" ผมพยักหน้ารับ ข้อมูลจากระบบวิเคราะห์วิญญาณเริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ ในหัว "ทายาทรุ่นปัจจุบัน คุณชานนท์ เป็นคนจ้างวานเรามาสืบเรื่อง 'เสียงร้องโหยหวนทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงในห้องใต้ดิน' แต่ผมสังหรณ์ใจว่า คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของดร.ภูมิพัฒน์อย่างแน่นอนครับ" ประตูไม้สักทองบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรเปิดออกโดยพ่อบ้านชราหน้าตาเคร่งขรึม ดวงตาของเขาหลุบต่ำลงเล็กน้อยเมื่อผายมือต้อนรับพวกเราเข้าสู่โถงรับแขก กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและกลิ่นหอมของกำยานโบราณลอยอบอวลปะปนกันจนชวนเวียนหัว "คุณชานนท์กำลังรออยู่ครับ เชิญทางนี้" เสียงแหบแห้งของพ่อบ้านเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนาไร้ซึ่งสรรพเสียง ราวกับพวกเรากำลังเดินอยู่บนผิวน้ำที่นิ่งสงบแต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษ ใบหน้าหล่อเหลาแต่ซีดเซียว ร่างกายผอมบางราวกับคนอดนอนมาหลายคืน นั่งรออยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ ดวงตาของเขาลึกโหลและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทันทีที่เห็นพวกเราก้าวเข้ามา เขาก็รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนรน "คุณคือ... นักสืบไสยเวทกับอาจารย์ที่ทางสมาคมแนะนำมาใช่ไหมครับ? ได้โปรด... ช่วยผมด้วย บ้านหลังนี้กำลังจะฆ่าผม!" ชานนท์โพล่งออกมาทันทีโดยไม่มีการทักทายตามมารยาท เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ผมส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษเพื่อลดทอนความตื่นตระหนกของเขา เดินเข้าไปใกล้ด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเป็นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณชานนท์ ผมกรณ์ และนี่อาจารย์รำไพ... ขอความกรุณาเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้เราฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นได้ไหมครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องใต้ดินทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง... และที่สำคัญที่สุด ทำไมคุณถึงมั่นใจว่าสิ่งนั้น 'ไม่ใช่' เสียงของคนปกติ?" ชานนท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาหันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่หลังม่าน ก่อนจะโน้มตัวกระซิบด้วยเสียงสั่นเทา "เพราะ... เพราะเสียงที่ร้องโหยหวนนั้น มันเรียกชื่อผมครับ... และเสียงนั้น มันเป็นเสียงของ 'คุณปู่ทวด' ที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าสิบปีก่อน... ทั้งๆ ที่ร่างของท่านถูกฝังอยู่ในสุสานประจำตระกูล และห้องใต้ดินนั้น... ถูกล็อกตายมาตลอดครึ่งศตวรรษโดยไม่มีใครเคยเปิดออกเลย!" บรรยากาศในห้องโถงรับแขกพลันเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณเรือนใหญ่ที่ส่งเสียงติ๊กต็อกหนักแน่นราวกับกำลังนับถอยหลังสู่บางสิ่งบางอย่าง ขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประเมินสถานการณ์ หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมอย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า! **[แจ้งเตือนระบบภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS!]** **[เป้าหมายในห้องใต้ดินไม่ใช่ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ แต่เป็น 'ประตูผนึก' ที่กำลังจะแตกสลาย]** **[คำเตือน: หากเปิดห้องใต้ดินในคืนนี้ 'ร่างอวตาร' ของผู้บงการจะปรากฏตัวต่อหน้าคุณ และ... เพื่อนร่วมทางของคุณคนหนึ่ง จะถูกเลือกให้เป็น 'ภาชนะ' ถัดไป!]** หัวใจของผมกระตุกวูบ สายตาหันขวับไปมองอาจารย์รำไพที่กำลังยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าของเธอไร้ความเกรงกลัว แต่ดวงตากลับสะท้อนภาพเงาประหลาดที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเรา... เงาที่มีรูปร่างคล้ายมือมนุษย์นับสิบค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาจากพื้นพรมเพื่อคว้าข้อเท้าของเธอ! "อาจารย์ครับ... อย่าขยับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันอย่างอบอุ่นและเหนียวแน่นเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%