"อาจารย์ครับ... อย่าขยับ!"
เสียงทุ้มต่ำของผมหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความระมัดระวังสูงสุด ในวินาทีนั้น อุณหภูมิรอบตัวภายในห้องใต้พื้นบ้านของเรือนไทยโบราณหลังเก่าแก่ริมคลองบางหลวงลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวขุ่นที่ปลายจมูก กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาปสางของซากอินทรีย์สารที่เน่าเปื่อยมานานนับทศวรรษตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก
อาจารย์รำไพหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเหยียบลงบนแผ่นไม้กระดานผุ ๆ ทันที ปลายเกือกหนังสีดำของเธอลอยอยู่เหนือรอยต่อของไม้เพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม สมญานาม 'หมอผีสาวผู้ไร้ความหวาดกลัว' ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เธอย่อตัวลงช้า ๆ อย่างมั่นคง ปลายนิ้วเรียวสวยที่มีรอยด้านบางจากการจับด้ามมีดหมอแตะลงบนพื้นผิวไม้เพื่อถ่ายAuraตรวจสอบพลังงานรอบด้าน
ในฐานะอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับตรรกะและกายวิภาคศาสตร์ ผมกลับมองเห็นสิ่งที่เหนือวิทยาศาสตร์กระแสหลักด้วย 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ระบบเนตรทิพย์ที่ตื่น
ขึ้นในตัวผมระรัวเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบสนามพลังงานอาคมสายมืดระดับสูง (Dark Necromancy Field) ความหนาแน่น 85% พิกัดใต้พื้นไม้สักทอง มีการลงอักขระคาถาตรึงวิญญาณ (Ghost-Binding Talisman) เพื่อกักเก็บพลังงานแค้น 4 จุดรอบทิศทาง]
"ตาคมดีนี่กรณ์" อาจารย์รำไพกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต "ถ้าฉันก้าวพลาดไปอีกนิดเดียว สายสิญจน์อาคมที่ฝังไว้ใต้ถุนคงถูกตัดขาด และวิญญาณอาฆาตที่ถูกผนึกไว้ใต้บ้านหลังนี้คงหลุดออกมาสิงร่างพวกเราเป็นแน่"
ผมไม่ตอบคำว่ากล่าวชมนั้น มือขวาชักไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปตามรอยแตกของพื้นกระดาน รัศมีลำแสงสีขาวนวลเผยให้เห็นคราบสีดำคล้ำที่แห้งกรังเป็นวงกลม คราบนั้นไม่ใช่รอยน้ำธรรมดา แต่มันคือคราบน้ำมันพรายผสมเลือดอาคมที่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
"ดูจากลักษณะการลงอักขระแล้ว..." ผมพึมพำกับตัวเองขณะดึงสมุดบันทึกภาคสนามออกมาจดข้อมูลอย่างรวดเร็ว "ไม่ใช่การทำคุณไสยเพื่อป้องกันบ้านเรือนทั่วไปแน่ครับอาจารย์ มันคือ 'พิธีสะดึงโลหิต'—ศาสตร์โบราณที่ใช้สะกดวิญญาณเจ้าของทรัพย์สินเดิม เพื่อไม่ให้พวกเขามีสิทธิ์ทวงคืนมรดกในโลกหลังความตาย"
อาจารย์รำไพพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เธอหยิบตลับผงตะไบชนวนเก่าคร่ำครึออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมตัวยาว โรยผงสีเทาลงบนพื้นไม้กระดาน ทันทีที่ผงชนวนสัมผัสกับคราบน้ำมันพราย มันก็เกิดปฏิกิริยาฟู่ขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับกลุ่มควันสีม่วงจาง ๆ ที่ลอยอวลขึ้นมาเป็นรูปร่างของอักขระขอมโบราณ
"ถูกต้อง..." เสียงของอาจารย์รำไพราบเรียบแต่ทรงอำนาจ "เจ้าของบ้านคนก่อนไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคชราตามใบมรณะบัตรปลอมนั่น แต่ถูกฆาตกรรมทางไสยศาสตร์โดยญาติสนิทที่ต้องการฮุบโฉนดที่ดินผืนนี้ และเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณตามอาฆาต พวกมันจึงจ้างหมอผีสายดำมาทำพิธีฝังทั้งเป็น... ไม่ใช่แค่ร่างเนื้อ แต่ฝัง 'ชื่อเสียงและตัวตน' ของเขาให้จมหายไปจากพงศาวดารตระกูล"
บรรยากาศภายในห้องใต้พื้นบ้านยิ่งกดดันมากขึ้นไปอีกเมื่อเงาตะคุ่มรอบตัวเริ่มขยับไหว เสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายคนพยายามเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมาจากความมืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงผีหลอกเด็กทั่วไป แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนแก้วหูและกดทับหน้าอกจนหายใจไม่ออก
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ตั้งสมาธิควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตรรกะและความรู้ทางการแพทย์บอกผมว่ามนุษย์เรากลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ในฐานะฮันเตอร์นักสืบไสยเวท สิ่งที่มองไม่เห็นนี่แหละคือหลักฐานชิ้นเอกที่พวกเราต้องคลี่คลาย
"ถ้าเราจะหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันการฆาตกรรม เราต้องเปิดพื้นตรงจุดศูนย์กลางนี้ออกสินะครับ" ผมถามพร้อมกับชี้ไปยังจุดที่อักขระหนาแน่นที่สุด
"ใช่กรณ์..." อาจารย์รำไพชักมีดหมอเล่มยาวออกจากฝัก ใบมีดสะท้อนแสงไฟฉายวาววับ ปล ายคมมีดจดลงบนรอยต่อไม้ "แต่ระวังให้ดี การเปิดผนึกนี้จะปลุก 'ผู้เฝ้าสมบัติ' ให้ลุกขึ้นมาทวงถามความยุติธรรม เตรียมตัวให้พร้อม... ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม"
"ครับอาจารย์ ผมพร้อมแล้ว" ผมกระชับถุงมือหนังที่ลงอักขระป้องกันวิญญาณเข้าปะทะ พร้อมกับเปิดใช้งาน 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' เต็มกำลังเพื่อสแกนหาจุดอ่อนของโครงสร้างอาคมเบื้องล่าง
"หนึ่ง... สอง... สาม!"
*แคร่ก!*
เสียงไม้กระดานโบราณถูกงัดจนปริแตกออก เสียงคำรามต่ำที่ดังก้องราวกับฟ้าผ่าในฤดูหนาวสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแตกราวกับเขื่อนแตก ทว่า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงไฟฉาย กลับไม่ใช่แค่โครงกระดูกมนุษย์ธรรมดาที่ถูกฝังไว้ในหลุมแคบ ๆ
โครงกระดูกนั้นอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้ด้วยตะปูสังฆวานรขนาดใหญ่ตอกทะลุกระดูกข้อมือติดกับแผ่นไม้ และที่หน้าอกของโครงกระดูก มีสมุดบันทึกหนังมนุษย์เล่มหนาเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังวางทับอยู่ บนหน้าปกสมุดมีตราประทับตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ยังคงปรากฏเด่นชัด
ผมก้มลงมองสมุดบันทึกเล่มนั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือหลักฐานชิ้นประวัติศาสตร์ที่ระบุชื่อผู้บงการฆาตกรรมอย่างชัดเจน แต่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พวกเราค้นพบมันง่ายดายขนาดนี้
ทันใดนั้นเอง หน้ากระดาษแผ่นแรกของสมุดบันทึกเล่มนั้นก็เปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด ตัวหนังสือลายมือหวัด ๆ ปรากฏขึ้นด้วยรอยหมึกสีแดงสดราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่นี้เอง
*"ยินดีต้อนรับ... ผู้สืบทอดความลับของตระกูล... พวกแกมาได้จังหวะเวลาที่พิธีบูชายัญรอบใหม่กำลังจะเริ่มพอดี..."*
เสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากดังขึ้นที่ชั้นบนของเรือนไทย เสียงลงน้ำหนักเท้าที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดัง *'คลิก'* สะท้อนเข้ามาในความเงียบ
มีคนปิดตายทางออกทั้งหมดแล้ว... และพวกมันกำลังรอให้เราติดอยู่ในหลุมศพนี้ด้วยกัน
[แจ้งเตือนระบบภารกิจเร่งด่วน: ปลดล็อกบอสลับ "เงาอาฆาตตระกูลเก่า" และผู้บงการตัวจริงที่ปิดล้อมพื้นที่ ระดับอันตราย: SSS!]
อาจารย์รำไพหันขวับมามองผม แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่เฉียบคมราวกับใบมีด "ดูท่าทางเราจะเจอ 'แขกไม่速เชิญ' ตัวจริงเสียงจริงเข้าแล้วล่ะนะกรณ์"
"ครับอาจารย์..." ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่ผมรู้ดีว่าเราไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง "ดูเหมือนว่างานนี้... พวกเราคงต้องออกแรงกันมากกว่าที่คิดเสียแล้วล่ะครับ"
---
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปกับพวกเรานะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 16
ความลับที่ถูกฝังกลบ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!