กลิ่นฉุนของน้ำมันจันทน์ผสมกำยานยังคงลอยอวลอยู่ในห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ บนตึกแถวเก่าแก่ย่านเยาวราช แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบโครงกระดูกจำลองบนโต๊ะทำงานและกองแฟ้มคดีอาชญากรรมที่กองระเกะระกะ กรณ์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของอดีตนักศึกษาแพทย์กำลังคีบแผ่นยันต์สีเหลืองเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยสมาธิอันแน่วแน่ แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปน มีเพียงความกระหายใคร่รู้ในเชิงประจักษ์ผสมผสานกับตรรกะอันแม่นยำ
"อย่าจ้องนานเกินไปนะครับกรณ์ อาคมสายล่างชุดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มองด้วยตาเปล่าเฉยๆ"
เสียงทุ้มกังวานแต่นุ่มนวลของอาจารย์รำไพดังขึ้นจากมุมห้อง หญิงสาวในชุดสูทผ้าไหมไทยสีเข้มเข้ารูปกำลังรินชาจีนร้อนๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นล้อมกรอบใบหน้าสวยคมที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบนิดๆ ก่อนจะปรายตามองลูกศิษย์จำเป็นที่กำลังเผชิญหน้ากับพลังงานลี้ลับระดับที่คนธรรมดาแค่มองผ่านก็อาจมีอาการไข้ขึ้น
"ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้างการลงอักขระครับอาจารย์" กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังไม่ละไปจากแผ่นยันต์ "เส้นสายของหมึกจีนผสมเลือดอาถรรพ์พวกนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นอย่างไร้ระเบียบ ถ้ามองด้วยหลักการเรขาคณิต มันคือการสร้างวงจรไฟฟ้าแรงสูงดีๆ นี่เอง เพียงแต่ตัวเก็บประจุไม่ใช่ซิลิคอน แต่มันคือวิญญาณอาฆาตที่ถูกกักขังไว้ด้วยพันธนาการทางจิตวิทยา"
อาจารย์รำไพวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวลงมองแผ่นยันต์ในมือของชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกโมกข์ที่เจ้าตัวใช้ประจำลอยมาแตะจมูก "น่าสนใจดีนี่ครับคุณหมอ... คุณเริ่มมองเห็น 'ระบบ' ที่ซ่อนอยู่หลังความงมงายแล้วสินะครับ"
ทันใดนั้นเอง โลกทั้งใบในสายตาของกรณ์ก็พลันบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นราวกับมีม่านน้ำกั้น เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ในห้องเงียบหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงหริ่งหรีดเรไรรอบดึกและเสียงลมหายใจหอบสะท้านที่ไม่ได้มาจากตัวเขาและอาจารย์รำไพ
*[ติ๊ง! ตรวจพบการวิเคราะห์โครงสร้างอาคมระดับกลางสำเร็จ]*
*[เงื่อนไขการปลดล็อกระบบเสร็จสิ้น: ความเข้าใจในตรรกะไสยเวทบรรลุ 100%]*
*[กำลังแปลงข้อมูลพลังงานจิตเป็นแต้มประสบการณ์... ได้รับ +1,500 EXP]*
*[ยินดีด้วยครับโฮสต์! คุณได้รับสิทธิ์ในการปลดล็อกทักษะเฉพาะตัวระดับสูง]*
*[กรุณาเลือกทักษะที่ต้องการปลดล็อก: [1] เนตรทะลวงกรรม [2] ชันสูตรวิญญาณ [3] หัตถ์เทวดาลบล้างอาคม]*
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรณ์ ตัวอักษรเรืองแสงสีทองพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจของอดีตนักศึกษาแพทย์เต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้น นี่ไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือระบบที่ติดตามเขามาตั้งแต่คืนวันอุบัติเหตุบนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
กรณ์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย นิ้วมือของเขากดลงไปที่ตัวเลือกที่สองทันทีด้วยความมั่นใจในเส้นทางของตนเอง
*[ท่านได้เลือกทักษะ: 'ชันสูตรวิญญาณ' (Soul Autopsy)]*
*[กำลังติดตั้งระบบประสาทสัมผัส... 3... 2... 1... ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์]*
วูบ!
คลื่นความร้อนสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่สมองของกรณ์ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง เขากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือซ้ายกุมขมับแน่นขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ภาพตรงหน้าเปลี่ยนจากห้องทำงานรกๆ กลายเป็นเฉดสีขาวดำอันเย็นเยือก ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
"กรณ์ เป็นอะไรไปครับ!" เสียงของอาจารย์รำไพดังขึ้นด้วยความตกใจ มือเรียวเอื้อมมาแตะที่ไหล่หนaเพื่อพยุง แต่กรณ์โบกมือปฏิเสธเบาๆ
"ผม... ไม่เป็นไรครับอาจารย์" กรณ์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายในดวงตาส่อประกายแสงสีฟ้าจางๆ ทับซ้อนกับม่านตาปกติ
เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้ง โลกใบเดิมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บนกองแฟ้มคดีเก่าๆ บนโต๊ะ มีละอองแสงสีเทาหม่นลอยฟุ้งกระจายอยู่เต็มไปหมด ละอองแสงเหล่านั้นเกาะกลุ่มกันหนาแน่นบริเวณแฟ้มคดีฆาตกรรมศาลเจ้าแม่เมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นคดีที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ในสายตาของทักษะ 'ชันสูตรวิญญาณ' ที่เพิ่งปลดล็อก มันกลับตะโกนฟ้องความจริงออกมาอย่างชัดเจน
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้กองแฟ้มนั้น ช้าๆ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงนของอาจารย์รำไพ เขายื่นมือออกไปสัมผัสสันแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลที่เก่าเก็บ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัวราวกับม้วนวิดีโอที่ถูกเร่งความเร็ว
*ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มลงกราบไหว้รูปปั้นเทพเจ้าในศาลเจ้ารกร้าง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เสียงร้องขอความเมตตาที่ไม่มีใครได้ยิน เงาดำทะมึนรูปร่างประหลาดพุ่งเข้าโอบรัดร่างของเธอจากด้านหลัง เสียงกระดูกหักดังกรอบแกลบ และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ...*
"ฮộc!" กรณ์สะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวดความร้อนสูงลวก หน้าผากของเขามีเหงื่อกาฬผุดพรายออกมาเต็มไปหมด ลมหายใจหอบถี่ด้วยความตกใจกับความทรงจำอันดิบเถื่อนที่เพิ่งถูกถ่ายทอดผ่านวัตถุ
อาจารย์รำไพหรี่ตามองลูกศิษย์หนุ่มด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด เธอกอดอกแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน "ดูเหมือนว่าคุณจะเพิ่งเปิดประตูบานใหม่ได้สินะครับคุณหมอ... สิ่งที่คุณเห็นเมื่อครู่นี้ มันบอกอะไรกับเราบ้างล่ะ?"
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ดวงตาสีฟ้าจางๆ ค่อยๆ เลือนหายไป ความนิ่งสงบแบบแพทย์นิติเวชกลับมาสู่สีหน้าของเขาอีกครั้ง
"คดีศาลเจ้าแม่เมื่อสามปีก่อน... ไม่ใช่อุบัติเหตุครับอาจารย์" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาว "ผู้หญิงคนนั้นถูกฆาตกรรม... และฆาตกรไม่ได้ใช้มีดหรือปืน แต่ใช้ 'อาคมสะกดวิญญาณ' ดึงเอาลมหายใจสุดท้ายของเธอออกไปเพื่อทำพิธีบางอย่าง"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาจารย์รำไพจางหายไปทันที แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่น่ากลัวกว่าเดิม เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษรายงานการชันสูตรศพฉบับจริงขึ้นมาเปิดดู
"ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง..." อาจารย์รำไพพูดเสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แปลว่าไอ้สารเลวคนนั้น... มันกำลังกลับมาเริ่มพิธีกรรมเดิมอีกครั้งแล้ว"
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดภายในห้องทำงาน ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะจากมนุษย์ทั่วไป เพราะอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว และกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยทะลุบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามาเตะจมูก
อาจารย์รำไพหันขวับไปมองที่ประตูทันที มือเรียวเอื้อมไปหยิบมีดหมอโบราณที่วางอยู่ข้างแจกันดอกไม้ขึ้นมาถือไว้มั่น
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ต้องออกไปตามหาความจริงแล้วนะครับกรณ์..." อาจารย์รำไพพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เพราะความจริง... มันกำลังเดินมาหาเราถึงหน้าประตูห้องแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 4
ระบบปลดล็อก: สกิล 'ชันสูตรวิญญาณ'
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!