สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 24

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ลืมตาขึ้นมาเสียทีเถอะครับ... อาจารย์รำไพ" เสียงของกรณ์สั่นพร่าเล็กน้อยท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นอนันต์ เบื้องหน้าของเขาคือร่างของอาจารย์สาวผู้สง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเสมอมา บัดนี้เธอกลับคุกเข่าลงกับพื้น ห้วงอาคมสีนิลทมิฬกำลังแผ่ซ่านกัดกินสติปัญญาและจิตวิญญาณของเธอทีละน้อย ภาพมายาแห่งอดีตอันเจ็บปวดกำลังเล่นงานจิตใจของหมอผีสาวผู้เก่งกาจ จนร่างบางนั้นสั่นเทาและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินอาบแก้ม จากเหตุการณ์ในตอนที่แล้ว ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวได้กลืนกินทั้งคู่หายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและแรงกดดันมหาศาลที่บีบอัดจนแก้วหูอื้ออึง กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาเป็นเพียงอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์ แต่ในโลกไสยเวทไทยประยุกต์เบื้องหน้านี้ ความรู้ทางกายภาพไม่มีความหมายเลย สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตอาจารย์ของเขาได้คือความเข้าใจในโครงสร้างพลังงานจิต และระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ที่กำลังส่งเสียงเตือนระรัวในโสตประสาท ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นสมองของเป้าหมาย (รำไพ) กำลังเข้าสู่ภาวะ "นรกภูมิประสาทหลอน" ระดับวิกฤต] [คำเตือน: หากจิตสำนักส่วนลึกถูกทำลาย ตัวตนของเป้าหมายจะสูญสลายไปตลอดกาล] [คำแนะนำจากระบบ: ใช้ 'วิชาแพทย์แผนปัจจุบันผสานคาถากำหนดลมหายใจ' (Korn's Neuro-Spiritual Pulse) เพื่อดึงสติกลับมา] กรณ์ไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไปหาอาจารย์รำไพอย่างระมัดระวัง รอบตัวเขามีรอยแตกของมิติภาพมายาที่สร้างความหวาดกลัวขึ้นมาเป็นระยะๆ ภาพความสูญเสียในอดีตที่อาจารย์รำไพปิดบังไว้ถูกฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์สยองขวัญ เสียงร่ำไห้และเสียงกรีดร้องของผู้คนในสำนักอาคมที่ล่มสลายดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว จนเธอเริ่มยกมือขึ้นกุมศีรษะและกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน "ออกไป... พวกแกออกไปให้พ้น!" รำไพสะบัดหน้าไปมา ดวงตาที่เคยคมปราบัดนี้เหม่อลอยและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา อาคมโบราณในตัวเธอกำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเพราะจิตใจที่อ่อนแอลง "อาจารย์ครับ! ตั้งสติก่อนครับ!" กรณ์เอื้อมมือออกไปคว้าไหล่บางทั้งสองข้าง แรงปะทะจากพลังไสยเวทด้านลบทำให้มือของเขารู้สึกชาดิ่งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต แต่เขากัดฟันแน่น ไม่ยอมถอย สัมผัสจากปลายนิ้วของกรณ์สะท้อนผ่านระบบ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' เขาเห็นจุดศูนย์กลางของพลังงานที่ผิดปกติในสมองและจักระของรำไพได้อย่างชัดเจน มันเหมือนกับการวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทผสมผสานกับการรักษาทางจิตวิญญาณ อาการหลอนเหล่านี้เกิดจากการที่จิตใต้สำนักยอมจำนนต่อความผิดบาปในอดีต "อาจารย์ไม่ได้ทำผิดพลาดคนเดียวนะครับ" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่อบอุ่นและหนักแน่น เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ไร้โฟกัสของเธอ "ความรู้ที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ผม... ความตั้งใจที่อยากปกป้องผู้คน สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าอาจารย์คือหมอผีผู้ปกป้อง ไม่ใช่ผู้ทำลาย!" "กรณ์..." รำไพพึมพำชื่อเขา เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับจะขาดใจ "ฉัน... ฉันปกป้องใครไม่ได้เลย... แม้แต่คนในสำนัก..." "ถ้าอดีตมันแก้ไขไม่ได้ เราก็สร้างปัจจุบันขึ้นมาใหม่สครับ!" กรณ์ใช้จังหวะที่คลื่นพลังงานของเธอกระเพื่อม ส่งกระแสจิตผ่านปลายนิ้วที่กดลงบนจุดชีพจรสำคัญตามตำราไสยเวทโบราณที่เขาเพิ่งวิเคราะห์ได้จากระบบ มันคือเทคนิคการฝังเข็มพลังจิตที่ผสานตรรกะทางการแพทย์เข้ากับคาถาขับไล่มาร วูบ! แสงสีทองอบอุ่นเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของกรณ์ พุ่งทะลวงเข้าสู่ม่านหมอกสีนิลที่ห่อหุ้มร่างของรำไพ แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกเบาๆ รอบตัว ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด กรณ์ส่งผ่านความจริงใจ ความมุ่งมั่น และความห่วงใยอันบริสุทธิ์ผ่านทางกระแสจิต ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ รำไพสะดุ้งเฮือก ร่างบางกระตุกเกร็งเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ กลับมามีประกายความคมชัดขึ้นทีละน้อย ภาพมายาทັງปวงรอบกายเริ่มแตกร้าวและสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาว ลมหายใจที่ติดขัดของเธอเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอมองหน้าลูกศิษย์หนุ่มผู้มีสติและหัวใจที่นิ่งสงบท่ามกลางพายุอารมณ์ รำไพเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกซาบซึ้งและทึ่งปะปนกันอยู่ในอก เธอไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่เธอเพิ่งรับมาเป็นผู้ช่วย จะกลายเป็นคนที่ดึงเธอกลับมาจากขอบเหวแห่งความตายทางจิตวิญญาณได้ "เธอ..." รำไพเปล่งเสียงออกมาได้ในที่สุด น้ำเสียงของเธอยังคงแหบพร่าเล็กน้อย "เธอทำได้ยังไงกัน... พลังสะกดจิตวิญญาณระดับนั้น มันเกินกว่าที่นักสืบมือใหม่จะทำได้นะ" "ผมก็แค่ใช้ความรู้ที่มี... ร่วมกับความเชื่อใจที่ผมมีต่ออาจารย์ครับ" กรณ์ยิ้มบางๆ อย่างโล่งอก แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มใบหน้าของเขา "พวกเราผ่านจุดที่อันตรายที่สุดมาแล้วครับอาจารย์ ตอนนี้เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่กันก่อน" ทว่า... ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความโล่งใจจะจางหายไปจากใบหน้าของทั้งคู่ ความเงียบงันอันน่าขนลุกก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบด้านอีกครั้ง แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังพลิกตัวตื่นขึ้นจากหลุมศพโบราณ ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นถี่และรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้ากรณ์พร้อมข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม [แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิด] [คำเตือน: เจ้าของอาณาเขตภาพมายานี้ไม่ใช่จิตใต้สำนักของเป้าหมาย... แต่มันคือ "ผู้ดูแลประตู" ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว] [คำสั่งฉุกเฉิน: จงระวังเงาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลังของพวกคุณ... และอย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด!] รำไพที่เพิ่งฟื้นตัวเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เธอคว้าแขนของกรณ์ไว้แน่น มืออีกข้างชักมีดอาคมโบราณออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้าของอาจารย์สาวผู้เก่งกาจกลับซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด เมื่อเงาดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ยืดขยายขึ้นจากพื้นดินด้านหลังของพวกเขา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบที่ดังชิดใบหู... "เจอ... ตัว... แล้ว..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กรณ์และอาจารย์รำไพมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%