สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 26

ขีดจำกัดสุดท้ายของระบบ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังของเจ้ากลายเป็นผงละเอียดล่ะก็" เสียงนั้นแหบพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ด้วยมือ ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วผ่านอากาศที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกำมะถันและสนิมเหล็ก กรณ์พยายามหรี่ตามองผ่านกลุ่มควันสีดำที่ยังคงหมุนวนอยู่ตรงหน้า แรงบีบอัดมหาศาลที่เคยตรึงเขาไว้กับพื้นดูเหมือนจะสลายไปชั่วขณะ ทว่าความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกในกระดูกกลับไม่ได้จางหายไปไหน อาจารย์รำไพที่ยืนบังอยู่เบื้องหน้าขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทาขณะร่ายอาคมป้องกันตัว แสงสีทองเรืองรองจากอักขระโบราณที่สลักบนฝ่ามือดูหม่นแสงลงเมื่อปะทะกับไอความมืดที่แผ่ออกมาจากร่างปริศนานั้น "อาจารย์... ถอยไป" กรณ์กระซิบ ร่างกายของเขาฟ้องว่ากำลังถึงขีดจำกัด แต่ในห้วงลึกของจิตใจ เสียงแจ้งเตือนของระบบกลับดังก้องด้วยจังหวะที่ผิดปกติ [แจ้งเตือนระบบ: สภาวะวิกฤตถึงขีดจำกัดสูงสุด] [ตรวจพบการผสานพลังงาน: ไสยเวทโบราณ x วิทยาศาสตร์ควอนตัม] [สถานะเนตรมหาศาสตรา: กำลังเข้าสู่โหมดปลดล็อก... 78%... 89%...] "ข้าบอกให้ถอยไงครับอาจารย์!" กรณ์ตะโกนลั่น เขาพยุงร่างที่สั่นเทาขึ้นยืน มือข้างหนึ่งคว้าเอาเหรียญอาคมที่อาจารย์รำไพมอบให้ขึ้นมาสอดเข้ากับแกนประมวลผลของ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ที่ดวงตาข้างซ้าย ร่างปริศนาในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคุ้นตาจนน่าขนลุก มันคือร่างโคลนที่ซ้อนทับด้วยไอวิญญาณอาฆาตของคนในตระกูลที่เคยสาบสูญไปพร้อมกับวิชาไสยศาสตร์ต้องห้าม ชายคนนั้นยกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาสีโลหิตจ้องมองมายังกรณ์ราวกับกำลังมองเหยื่อที่กำลังจะถูกเฉือน "เจ้าหนุ่มผู้ใช้เครื่องจักรแทนคาถา... น่าสนใจนัก" มันว่าพลางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เปลวไฟสีน้ำเงินก็พุ่งทะลุพื้นคอนกรีตขึ้นมาราวกับงูพิษที่หมายจะกัดกินวิญญาณของกรณ์ "กรณ์! อย่าใช้มันนะ!" รำไพร้องเตือน เธอรู้ดีว่าหากกรณ์ฝืนเชื่อมต่อระบบเข้ากับพลังวิญญาณบริสุทธิ์ในระดับนี้ ร่างกายของเขาอาจจะรับไม่ไหวจนแตกสลายไปเสียก่อน แต่กรณ์ไม่ได้ฟังแล้ว เขาหลับตาลง วินาทีนั้น โลกที่เขามองเห็นไม่ได้มีเพียงแค่ภาพของสิ่งมีชีวิตและวิญญาณอีกต่อไป *ระบบแสดงผลใหม่: โครงสร้างโมเลกุลของเปลวไฟสีน้ำเงิน = พลังงานความร้อนสูงจัด + การสั่นสะเทือนของอนุภาควิญญาณ* "คำนวณความถี่... ปรับค่าความต่างศักย์..." กรณ์พึมพำ ดวงตาข้างซ้ายของเขาเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีทองอร่ามราวกับดวงตาของเทพเจ้าแห่งช่างศิลป์และอาคม พลังงานที่กระจายอยู่รอบตัวไม่ได้ไหลเข้าสู่ร่างกายในฐานะศัตรูอีกต่อไป แต่ถูก 'เนตรมหาศาสตรา' วิเคราะห์และดัดแปลงให้กลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นยอด *ครืน!* อากาศรอบตัวกรณ์ระเบิดออกด้วยแรงดันมหาศาล เปลวไฟสีน้ำเงินที่พุ่งเข้ามาปะทะกับไอพลังที่เขาปล่อยออกมาสลายหายไปกลายเป็นละอองแสง เขาไม่ได้ใช้คาถาอาคมแบบที่รำไพทำ แต่เขาใช้การ 'หักล้างด้วยสมการ' "มัน... มันทำได้ยังไงกัน" ร่างปริศนาพึมพำ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งเริ่มสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ กรณ์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงที่ดวงตาของเขาเจิดจ้าจนยากจะจ้องมอง เขารู้สึกได้ถึงทุกอณูของอากาศ ทุกทิศทางของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในห้องใต้ดินแห่งนี้ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักสืบที่ตามหาความจริง แต่เขากำลังเป็นผู้ 'ควบคุม' ความจริงนั้นด้วยตนเอง "วิทยาศาสตร์คือการอธิบายกฎของธรรมชาติ" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้แม้แต่ความมืดต้องสยบ "และไสยเวท... ก็เป็นเพียงกฎของธรรมชาติที่คนในสมัยก่อนยังหาคำอธิบายไม่ได้" เขายกมือขึ้น แสงสีทองรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าหากันจนเกิดเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ยันต์แบบที่เคยเห็น แต่มันคือ 'สูตรโครงสร้าง' ที่สามารถกักขังวิญญาณร้ายได้ตลอดกาล ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะปล่อยพลังตัดสิน ชายปริศนากลับไม่ได้หลบหนี มันกลับหัวเราะร่วนจนร่างที่สั่นไหวนั้นค่อยๆ จางหายไป แต่ทิ้งคำพูดที่ทำให้หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ "เจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมเครื่องจักร... แต่เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือว่า ระบบที่เจ้าใช้อยู่นั้น... ใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมาให้เจ้ากันแน่?" เงาของชายคนนั้นเลือนหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูของกรณ์ "ขอบคุณที่อัปเกรดพลังให้... หวังว่าเราจะได้พบกันในสถานะที่ต่างออกไปนะ กรณ์" เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นต่อเนื่องรัวเร็วราวกับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ [ระบบเนตรมหาศาสตรา: ทำการซิงค์ข้อมูลเสร็จสิ้น] [เตือนภัยระดับสูงสุด: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากฐานข้อมูลภายนอก] [คำสั่งลับจากผู้สร้างระบบ: ยืนยันตัวตนผู้ใช้... สถานะปัจจุบัน: ตัวหมากที่รอการสังหาร] กรณ์ทรุดเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาลถาโถมเข้ามาอีกครั้ง รำไพรีบวิ่งเข้ามาประคองเขาไว้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและสับสน "กรณ์! เธอเป็นอย่างไรบ้าง? นั่นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!" กรณ์มองไปยังปลายนิ้วตัวเองที่ยังคงมีเศษเสี้ยวของแสงสีทองเต้นระริก เขาไม่ได้ตอบคำถามของอาจารย์ แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้น ในเงานั้น... ดวงตาข้างซ้ายของเขาไม่ได้มีเพียงสีทอง แต่มีสัญลักษณ์อักขระแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้น มันคือตราประทับที่บ่งบอกว่าเขากำลังถูก 'ล็อกเป้า' จากสิ่งที่ทรงพลังกว่าผีร้ายที่เขาเพิ่งเผชิญหน้าไป และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องใต้ดินก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* เสียงเคาะที่แผ่วเบา แต่หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น จนทั้งสองคนต้องชะงักงัน "ไม่ต้องกลัวนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำจากอีกฝั่งของประตูเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงบิดกลอนที่ดังชัดเจนในความเงียบ "ผมมาเพื่อรับของที่ผมเคยฝากไว้กับคุณ... กรณ์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกรณ์มาถึงวินาทีวิกฤตินี้ครับ หากอยากรู้ว่าใครคือเจ้าของระบบตัวจริง โปรดรอติดตามตอนต่อไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%