“ของที่ฝากไว้... งั้นหรือครับ?”
กรณ์ทวนคำพลางขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณนักศึกษาแพทย์ที่เคยผ่านการวิเคราะห์เคสฉุกเฉินมากระตุ้นเตือนให้เขาตระหนักว่า บุรุษในเงามืดผู้นี้ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน ระบบ ‘เนตรวิเคราะห์วิญญาณ’ ในดวงตาซ้ายของเขาสั่นไหว ข้อมูลตัวเลขและอักขระอาคมพุ่งพล่านจนพร่ามัว ค่าพลังที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าชายผู้นี้สูงเสียจนระบบแสดงผลออกมาเป็นเพียงสีแดงฉาน—สถานะ: อันตรายสูงสุด
“ผมไม่เคยฝากอะไรไว้กับคุณ และผมเชื่อว่าเราไม่ได้มีธุระอะไรที่ต้องจัดการร่วมกัน” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบพยายามคุมจังหวะการหายใจ
รำไพก้าวออกมาจากมุมมืดด้านหลังกรณ์ มือเรียวบางที่พันธนาการด้วยสายสิญจน์อาคมยกขึ้นประทับตรงหน้าอก เธอไม่ได้แสดงความหวาดหวั่น แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววครุ่นคิด “กรณ์ ถอยออกมา... นี่ไม่ใช่คน แต่มันคือ ‘ร่างอาคม’ ที่บรรจุเจตจำนงของเจ้าสำนักที่ตายไปแล้ว”
ชายตรงหน้าหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาราวกับเสียงกระดูกลั่นทับซ้อนกัน “อาจารย์รำไพ ความรู้ของคุณยังคับแคบนัก ที่ข้าต้องการไม่ใช่แค่ของ แต่คือ ‘ภาชนะ’... ภาชนะที่จะรองรับวิชาอาคมที่สาบสูญไปพร้อมกับข้า”
การต่อสู้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำประกาศ แต่เริ่มต้นด้วยแรงอัดอากาศที่พุ่งเข้าปะทะราวกับกำแพงล่องหน กรณ์ไหวตัวทัน เขาดีดตัวหลบไปด้านข้างพร้อมกับสะบัดยันต์ ‘เกราะศิลาพิทักษ์’ ที่เขาซุ่มเตรียมไว้ในกระเป๋าเสื้อ รอยแตกบนพื้นปูนบ่งบอกถึงความรุนแรงของพลังที่มองไม่เห็น
“รำไพ! จุดอ่อนของมันอยู่ที่ไหน!” กรณ์ตะโกนถามขณะที่เนตรวิเคราะห์วิญญาณเริ่มจับจุดไหลเวียนของมานาในพื้นที่
“จุดศูนย์รวมอาคมอยู่ที่ ‘ตราประทับ’ บนหน้าผากของมันครับ! แต่มันมีการป้องกันซ้อนทับอยู่ถึงเจ็ดชั้น!” รำไพตวัดมือเรียกแส้สายสิญจน์ที่อาบด้วยเลือดนกหัสดีลิงค์เข้าฟาดฟัน ลำแสงสีทองปะทะกับม่านพลังมืดจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วโถงอาคาร
ทั้งสองทำงานประสานกันอย่างไร้ที่ติ กรณ์รับหน้าที่เป็น ‘ตา’ ในการวิเคราะห์โครงสร้างค่ายกลที่ซับซ้อน ส่วนรำไพเป็น ‘คมดาบ’ ที่คอยทะลวงผ่านชั้นป้องกันที่หนาแน่น
“ชั้นที่สาม... ล้าง!” กรณ์ตะโกนบอกตำแหน่ง “รำไพ เบี่ยงซ้ายไปสามสิบองศา!”
รำไพไม่รีรอ เธอหมุนตัวพลิ้วไหวราวกับร่ายรำ แส้ในมือสะบัดออกเป็นเส้นสายที่คมกริบตัดผ่านช่องว่างที่กรณ์ชี้เป้าได้อย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่รำไพทำลายชั้นอาคมได้ กรณ์จะส่งกระแสจิตเข้าไปรบกวนจังหวะการหมุนเวียนของพลังงานในร่างนั้น ทำให้บอสใหญ่ชะงักงันเป็นจังหวะสั้นๆ
“เจ้าพวกมดปลวก!” ร่างอาคมคำราม พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน บานหน้าต่างในโถงแตกละเอียด เศษแก้วพุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่ราวกับห่าฝน
“กรณ์ ระวัง!” รำไพกระโจนเข้าปกป้องโดยไม่สนใจตัวเธอเอง เธอสร้างม่านอาคมรูปโดมต้านรับเศษแก้วไว้ แต่แรงปะทะก็มากพอที่จะทำให้เธอกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย
“อาจารย์!” กรณ์ตาแดงก่ำ ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอก เขาไม่ได้สู้เพื่อชัยชนะของนักสืบ แต่เขาสู้เพื่อปกป้องคนที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน เขาปิดระบบเนตรวิเคราะห์เพื่อรวบรวมพลังทั้งหมดไปที่จุดเดียว—ฝ่ามือขวาที่ปรากฏอักขระโบราณซึ่งเขาเพิ่งค้นพบจากตำราที่รำไพให้ไว้
“ปิดเกมครับ!” กรณ์พุ่งตัวผ่านเงาร่างที่ชะงักงัน เขาไม่เล็งไปที่หน้าผากตามที่คิดไว้ในตอนแรก แต่เขาเลือกที่จะสัมผัสลงบน ‘จุดกำเนิด’ ตรงตำแหน่งหัวใจของร่างนั้น เพราะเขาพบว่านั่นคือแหล่งพลังงานที่แท้จริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นอาคมลวงตา
ฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับหน้าอกของร่างนั้น เสียงอักขระแตกกระจายดังสนั่นราวกับแก้วน้ำที่ถูกบดละเอียด ร่างอาคมค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำ ลอยหายไปในอากาศที่เริ่มสงบนิ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กรณ์หอบหายใจถี่ เขาทรุดตัวลงข้างๆ รำไพที่นั่งพักอยู่ “จบแล้วครับ...”
รำไพยิ้มอ่อนๆ แม้ใบหน้าจะซีดเผือด “คุณทำได้ดีมาก กรณ์... คุณเติบโตขึ้นมากจริงๆ”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย ระบบที่เคยเงียบหายไปกลับส่งเสียงแจ้งเตือนที่หนักแน่นจนหน้าจอในดวงตาของกรณ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
**[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจระดับ SSS เสร็จสิ้น - ตรวจพบร่องรอยอาคมที่ไม่ได้มาจากโลกนี้]**
**[ข้อความจากผู้ดูแลระบบ: การสยบบอสเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความจริงที่คุณตามหาอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งก้าว]**
กรณ์มองไปที่พื้นซึ่งฝุ่นผงสีดำเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกันใหม่ แต่มันไม่ได้กลับกลายเป็นร่างอาคมเดิม กลับกลายเป็นจดหมายฉบับหนึ่งที่ประทับตราครั่งด้วยสัญลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... สัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนข้อมือของพ่อเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
ในจดหมายมีข้อความเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาเพียงประโยคเดียว: “อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะคนที่คุณตามหา... นั่งอยู่ข้างคุณมาตลอด”
กรณ์หันไปมองรำไพช้าๆ ใบหน้าของอาจารย์สาวที่เคยอบอุ่นกลับดูเรียบเฉยอย่างประหลาดในเงามืด ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีนิลสนิทที่ไม่มีจุดสะท้อนของแสงใดๆ และเธอก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ในที่สุด... ก็หาตัวคนที่เหมาะสมจะมาแทนที่ผมได้เสียทีนะครับ... กรณ์”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับผมในบทนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 27
ชัยชนะเหนือความมืด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!