สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 11

คดีฆาตกรรมกลางกองถ่ายภาพยนตร์

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
เสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตกไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ปกติ แต่มันพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับกระแสลมเย็นจัดที่กดอุณหภูมิในสตูดิโอจำลองยุค ร.๕ ให้ดิ่งฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสางของซากศพที่ตายมานานนับแรมปีตีตลบอบอวลกลบกลิ่นเครื่องสำอางราคาแพงจนหมดสิ้น "นั่น... นั่นมันไม่ใช่การแสดงแล้ว!" ผู้กำกับหนุ่มใหญ่หน้าถอดสี ถอยหลังกรูจนสะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ลืมมาดผู้กำกับร้อยล้านที่เคยเกรี้ยวกราดใส่ทีมงานเสียสนิท กลางฉากจำลองเรือนไทยโบราณ "มัทนา" นางเอกสาวแถวหน้าของประเทศกำลังยืนบิดเกร็ง ร่างกายของเธอโค้งงอผิดรูปราวกับกระดูกสันหลังถูกหักเป็นท่อนๆ ดวงตาทั้งสองข้างขาวโพลนไร้แววตา มีเพียงเส้นเลือดฝอยสีดำคล้ำที่ปูดโปนขยายตัวลามจากลำคอขึ้นมาถึงใบหน้า เส้นผมสีดำสนิทที่เคยถูกเซ็ตไว้อย่างประณีตบัดนี้หลุดลุ่ยแผ่สยาย ปลายเส้นผมเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวสีดำเหนียวหนืดที่หยดติ๋งลงกระทบพื้นไม้สักทอง กรณ์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง สัญชาตญาณแพทย์อดีตนักศึกษาแพทย์ประเมินสภาพร่างกายของหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ชีพจรเต้นเร็วและแรงเกินมนุษย์ อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติอย่างน่าใจหาย แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ดวงตาของคนทั่วไปมองเห็น สำหรับกรณ์แล้ว... เนตรวิเคราะห์วิญญาณกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ภาพตรงหน้าของเขามีเส้นใยอเวจีสีแดงฉานนับร้อยเส้นพุ่งทะลักออกมาจากร่างของนางเอกสาว พันธนาการร่างนั้นไว้กับเงาดำมหึมาที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลัง เงาดำนั้นมีรูปร่างบิดเบี้ยว สวมชุดไทยโบราณชุ่มเลือด และกำลังส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยด้วยคลื่นความถี่ที่ทำเอาสมองของกรณ์ปวดแปลบ "อาจารย์ครับ เธอน่าจะโดน 'พรายกระซิบ' ผสมกับวิญญาณอาฆาตสายโหงวเฮงขั้นสูง แรงอาฆาตพุ่งตรงไปที่เครื่องประดับโบราณชิ้นนั้น" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ พลางพยักเพยิดไปยังสร้อยทองคำแท้โบราณประดับทับيمทิม ซึ่งเป็นหนึ่งใน props สำคัญของฉากที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง อาจารย์รําไพในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปทะมัดทะแมง ไม่ตอบคำถามทันที ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองไปทั่วบริเวณกองถ่าย นิ้วเรียวสวยสะบัดออกเบาๆ เพื่อวาดอักขระคาถาปะทะกับลมอาคมที่พัดโหมกระหน่ำจนม้วนฟิล์มและอุปกรณ์ไฟสולารอตกลงมาแตกกระจาย "ไม่ใช่แค่พรายกระซิบธรรมดาหรอกครับคุณกรณ์..." อาจารย์รําไพเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่กรณ์สัมผัสได้เป็นครั้งแรก "นี่มัน 'อาถรรพ์นาฏศิลป์โบราณ' วิญญาณนางรำที่ถูกฆ่าตายในโรงละครหลวงสมัยก่อนเพื่อฝังเป็นอาถรรพ์เสาเอก และดูเหมือนว่า... มีคนจงใจ 'ปลุก' มันขึ้นมาผ่านบทละครเรื่องนี้" กลางกองถ่ายที่วุ่นวาย ทีมงานต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน เสียงโวยวายและเสียงร้องไห้ระงมปะปนกัน แต่ในรัศมีห้าเมตรที่กรณ์และอาจารย์รําไพยืนอยู่ กลับมีม่านพลังงานใสๆ บางเบาครอบคลุมไว้ด้วยยันต์กระดาษสาที่อาจารย์รําไพซัดออกไปก่อนหน้านี้เพื่อกันไม่ให้ความตื่นตระหนกของผู้คนมารบกวนพิธีกรรมระงับเหตุ "กรี๊ดดดด! กูไม่ยอม! มึงต้องตายตามกูไปไอ้พวกคนบาป!" เสียงหวานใสของนางเอกสาวถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามแหบพร่าของผู้หญิงแก่ที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง ร่างบางพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ เล็บที่เคลือบด้วยยันทราคมสีดำยาวเฟื้อยพุ่งตรงมายังลำคอของกรณ์ในเสี้ยววินาที กรณ์ไม่ถอย เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว สมองประเมินวิถีการโจมตีตามหลักฟิสิกส์ผสานกับความรู้ทางไสยเวทที่ร่ำเรียนมา มือขวาคว้าด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บไว้ที่เอวออกมารับการจงใจแทงได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้แขนของเขาสั่นสะท้านไปถึงหัวไหล่ แต่เขากลับอาศัยจังหวะที่ร่างนั้นพุ่งเลยไป หมุนตัวเข้าประชิดพร้อมกับกดฝ่ามือที่เขียนยันต์ระงับอารมณ์ลงกลางหลังของหญิงสาวทันที "อัก!" เสียงอุทานหลุดมาจากลำคอของมัทนา ร่างของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยขาวโพลนเริ่มมีประกายตาสีดำกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย แต่เงาดำเบื้องหลังกลับยิ่งคำรามลั่นและแผ่ไอสีดำทมิฬออกมาหนาแน่นยิ่งขึ้น "อาจารย์ครับ! สัญญาณชีพเธอกำลังจะหยุดเต้น พลังงานวิญญาณมันกัดกินอวัยวะภายในของเธอแล้ว!" กรณ์ตะโกนบอกเมื่อเหลือบไปเห็นค่าพลังชีวิตที่ปรากฏในเนตรวิเคราะห์วิญญาณของเขาลดฮวบลงจนน่าใจหาย อาจารย์รําไพไม่รอช้า เธอก้าวเข้าไปประชิดด้านหน้าร่างของนางเอกสาว มือเรียวควี่ย์ขวดแก้วบรรจุน้ำมนต์ธรณีสารขึ้นมา ก่อนจะบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงกังวานทรงพลัง ภาษาขอมโบราณหลุดออกจากริมฝีปากบางเฉียบเป็นจังหวะจะโคน ทันใดนั้น หยดน้ำมนต์ก็สว่างวาบเป็นสีทองอร่ามพุ่งเข้าใส่หน้าผากของมัทนาเต็มแรง "ออกไปซะ!" เสียงตวาดทรงอำนาจดังสนั่นสะเทือนไปทั่วสตูดิโอ ร่างของมัทนากระตุกอย่างรุนแรง สำลักน้ำสีดำข้นคลัชออกมาเต็มพื้น ก่อนที่ร่างหมดสติของเธอจะทรุดฮวบคราบลงสู่อ้อมแขนของกรณ์ที่เข้าไปรับไว้ได้ทันท่วงที ความเงียบงันเข้าปกคลุมกองถ่ายชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของกรณ์และอาจารย์รําไพ วิญญาณอาฆาตตัวนั้นสลายหายไปในอากาศแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ และสร้อยทองคำโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งตอนนี้... อัญมณีสีทับทิมเม็ดกลางได้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และมีรอยร้าวลึกปรากฏขึ้นทีละน้อย กรณ์ค่อยๆ วางร่างของนางเอกสาวลงให้พ้นจากจุดอันตราย ก่อนจะหันไปมองอาจารย์รําไพที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบริเวณขมับ ดวงตาของอาจารย์สาวไม่ได้มองไปที่ผู้ป่วยที่นอนหมดสติ แต่เธอกำลังจ้องมองไปยังกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่มุมห้อง ซึ่งไฟสถานะสีแดงของมันยังคงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกว่ากำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ "คุณกรณ์..." อาจารย์รําไพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นผิดปกติ ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าวิญญาณอาฆาตเมื่อครู่ "ดูที่กล้องตัวนั้นสิครับ มันไม่ได้กำลังบันทึกภาพเพื่อส่งไปที่ห้องควบคุมของกองถ่าย... แต่มันกำลังสตรีมสดภาพเมื่อครู่นี้ออกไปยังภายนอก" กรณ์ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเท้าเข้าไปใกล้หน้าจอคอมพิวเตอร์ของทีมงานที่ถูกเปิดทิ้งไว้ หน้าจอสีดำกำลังแสดงผลการอัปโหลดไฟล์วิดีโอไปยังไอพีแอดเดรสปริศนา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนตัวอักษรสีแดงฉานที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ *[ระบบตรวจพบการทำพิธีกรรม 'ปลุกผีซ้ำวิญญาณ' - เป้าหมายต่อไปคือคุณ]* ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในสตูดิโอรวมถึงสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็ส่งเสียงกรีดร้องพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หน้าจอทุกจอติดสว่างขึ้นพร้อมกับแสดงภาพวิดีโอวงจรปิดเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ซ้ำไปซ้ำมา แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ... ในภาพวิดีโอนั้น ไม่ได้มีแค่ร่างของมัทนาและพวกเขาเท่านั้น แต่ยังมี 'บุคคลปริศนาคนที่สาม' ยืนยันจ้องมองพวกเขาจากเงาดำมืดหลังฉาก โดยที่ไม่มีใครในห้องสังเกตเห็นเลยแม้แต่คนเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาลี้ลับไปกับผมในตอนนี้นะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ -
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%