สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 10

เบาะแสจากศิษย์พี่ผู้ทรยศ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคิดว่าการลบชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์จะทำให้รอดพ้นจากอาคมสายเลือดได้... อาจารย์ของเธอก็คงประเมินความแค้นของสำนักเราต่ำเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ, คุณรำไพ" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องใต้ดินหับห่อด้วยแผ่นยันต์กันอาเพศ กลิ่นอลหม่านของกำยานโบราณและคราบเลือดแห้งกรังคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ กรณ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือข้างขวาเผลอกุมด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บไว้ที่เอวแน่น ในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองสภาพห้องอย่างรวดเร็วผ่าน 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ' ระบบในหัวของเขากำลังรัวสัญญาณเตือนสีแดงฉานเป็นจังหวะกระชั้นชิด [ตรวจพบร่องรอยพลังไสยเวทระดับสูง: อาคมพันธนาการโลหิต (Blood Binding Curse)] [สถานะเป้าหมาย: อันตรายสูงสุด ความเสี่ยงในการสูญเสียสติสัมปชัญญะ 78%] "หุบปากซะ, ศิษย์พี่รอง" อาจารย์รำไพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าแววตาคู่คมกลับไหววูบอย่างรุนแรง เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากรณ์โดยกางแขนซ้ายออกเล็กน้อยเพื่อปกป้องเขาไว้ ปลายเล็บเรียวยาวของเธอมีคราบหมึกอาคมสีดำสนิทซึมอยู่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้ทางไสยเวทมาอย่างดุเดือดเมื่อไม่นานนี้ "คนที่ทรยศต่อครูบาอาจารย์และขโมย 'คัมภีร์อัคคีทมิฬ' ไปไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวแกเองไม่ใช่หรือไง?" ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าไหมสีดำสนิทหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกป้องด้วยรอยสักยันต์โบราณที่เลือนราง รอยแผลเป็นลึกยาว from ขมับถึงคางทำให้รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวและน่ากลัว เขาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้ตะเคียนทองทีละน้อย เสียงกระทบพื้นของรองเท้าหนังหนักอึ้งดังก้องกังวานในความเงียบ "ทรยศ? ช่างเป็นคำที่ฟังดูไร้เดียงสาสะเหลือเกินครับ" ชายคนนั้น—ผู้ซึ่งรำไพเพิ่งระบุตัวตนว่าเป็น 'ศิษย์พี่รอง' หรือ 'ทิน' ผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับอาจารย์ใหญ่แห่งสำนัก—ยิ้มเยาะ "พวกเราทุกคนต่างก็เป็นแค่หมากในกระดานที่อาจารย์ใหญ่สร้างขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด การรักษาตำราเล่มนั้นไว้ในสำนักที่กำลังจะผุพัง มีแต่จะทำให้ความรู้ยิ่งใหญ่ต้องสูญเปล่า... สู้เอามาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ดีกว่าหรือครับ?" กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานอย่างรวดเร็ว ตรรกะและข้อมูลที่เขาเคยรวบรวมมาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตพระนครเริ่มต่อจิ๊กซอว์เข้าหากัน รอยแผล สีหมึกอาคม และรูปแบบการลงอักขระที่พบในที่เกิดเหตุทุกคดี ล้วนมีลายมือและวิถีทางเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่บนตัวของทินคนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน "คุณทินสินะครับ" กรณ์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่นคง ร่างสูงขยับก้าวมาเคียงข้างรำไพอย่างรู้หน้าที่ "ถ้าคุณบอกว่าอาจารย์ใหญ่เป็นคนสร้างหมาก แล้วคุณคิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้เล่นอยู่จริงๆ หรือครับ? ลองก้มลงมองที่ข้อมือซ้ายของคุณดูสิครับ... รอยหมึกสีชาดที่กำลังลามขึ้นมาถึงข้อศอก นั่นไม่ใช่ร่องรอยของการบรรลุวิชา แต่เป็นอาการ 'ธาตุไฟแตกซ่าน' เพราะฝืนใช้ตำราต้องห้ามที่เกินระดับจิตวิญญาณของคุณจะแบกรับไหวต่างหาก" รอยยิ้มบนใบหน้าของทินแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยพกความมั่นอกมั่นใจฉายแววระแวงขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาเหลือบมองข้อมือซ้ายของตนเองโดยอัตโนมัติ และนั่นคือจังหวะที่อาจารย์รำไพไม่ปล่อยให้หลุดมือ "ตาฉันล่ะ" รำไพสะบัดข้อมือขวาอย่างรวดเร็ว ปรากฏกระดาษยันต์สีเหลืองหม่นสามแผ่นพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับกระสุนปืน ทินสะดุ้งเฮือก รีบยกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศเพื่อสร้างเกราะกำบังไสยเวท ทว่ากระดาษยันต์เหล่านั้นไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวเขา แต่พุ่งเลยไปปักลงบนเสาไม้ตะเคียนทั้งสี่มุมห้อง เกิดเป็นค่ายกลกักขังวิญญาณที่สطว่างวาบด้วยแสงสีทองอร่าม แสงสว่างนั้นขับไล่ความมืดและกลิ่นอาวุธวิญญาณออกไปชั่วขณะ ทินคำรามออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อแรงดันจากค่ายกลกดทับลงบนร่างของเขา จนต้องทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น "เก่งขึ้นนี่ครับ... น้องเล็ก" ทินกัดฟันกรอด เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขา "แต่คิดเหรอว่าค่ายกลกระดาษกระจอกแค่นี้จะขังฉันไว้ได้นาน? แกคิดว่าฉันยอมโผล่มาที่นี่ตัวเปล่าๆ เพื่อมาให้พวกแกจับกาลเทศะอย่างนั้นเหรอ?" สิ้นเสียงของทิน พื้นห้องใต้ดินทั้งหมดก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังก้องมาจากใต้พื้นดินราวกับเสียงของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์กำลังตื่นจากการจำศีล กรณ์รีบใช้เนตรวิเคราะห์วิญญาณกวาดมองลงไปเบื้องล่างทันที และภาพที่ปรากฏผ่านระบบทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด [คำเตือนวิกฤਤ: ตรวจพบมวลพลังงานวิญญาณอาฆาตจำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวรวมกัน] [เป้าหมาย: โครงกระดูกโบราณใต้ถุนเรือนร่างถูกปลุกด้วยอาคมโลหิต] [ระดับความอันตราย: SSS (วิญญาณบรรพบุรุษผู้ถูกจองจำ)] "ไม่ใช่แค่เขาที่ทรยศสำนักนะครับ, คุณรำไพ..." เสียงแหบพร่าและคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นจากความมืดมนเบื้องหลังทางขึ้นลงบันได เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ชายสูงวัยสวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก และที่สำคัญที่สุด—เขามีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับอาจารย์ใหญ่ผู้ล่วงลับที่รำไพเคยเคารพรัก รำไพเบิกตากว้าง ร่างกายของเธอนิ่งงั้นไปชั่วขณะราวกับถูกสายฟ้าฟาด "ทะ... ท่านอาจารย์? เป็นไปได้ยังไง..." "สวัสดีครับ ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" ชายสูงวัยยิ้มบางๆ แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟจากค่ายกลวบวาบ "เธอคิดจริงๆ หรือว่าคนอย่างฉันจะยอมตายง่ายๆ แค่เพราะโรคชรา... ในเมื่อ 'คัมภีร์อัคคีทมิฬ' เล่มนั้น บอกวิธีที่จะทำให้ฉันมีชีวิตอยู่เหนือความตายมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาลี้ลับไปกับผมในตอนนี้นะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ -
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%