สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 19

ค่ำคืนแห่งการซุ่มโจมตี

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอับชื้นของธูปหอมโบราณและสารเคมีฆ่าเชื้อในห้องสืบสวนผสมปนเปกันจนชวนวิงเวียน ทว่าสิ่งที่ทำให้ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวถึงขีดสุดในยามวิกาลเช่นนี้ หาใช่กลิ่นอายเหล่านั้นไม่ แต่เป็นเสียง “แกรก… แกรก…” แผ่วเบาที่ดังลอดมาจากใต้พื้นไม้สักอัดลายโบราณ ผม—กรณ์ อดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ผันตัวมาจับคดีไสยเวท—ค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงบนสมองบันทึกคดี ดวงตาเพ่งมองผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังจุดที่เสียงนั้นลอยมา ภายในห้องทำงานขนาดกลางของสำนักงานนักสืบวิญญาณของเรา ยามนี้เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างเผยให้เห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมของผม และที่มุมห้อง… อาจารย์รำไพกำลังยืนไขว่ห้างพิงชั้นหนังสือโบราณ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ผม แต่มันกำลังหรี่ลงมองต่ำไปยังรอยต่อของแผ่นไม้ปูพื้นซึ่งเริ่มมีคราบของเหลวสีดำซึมออกมาอย่างช้าๆ “กลิ่นไอซับซ้อนเกินกว่าอาคมชั้นต่ำทั่วไปนะครับอาจารย์” ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจระบบ *‘เนตรวิเคราะห์วิญญาณ’* จะส่งเสียงเตือนรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิดจนสมองแทบระเบิด [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบพลังงานไสยเวทสายพิษและอาคมควบคุมสัตว์เดรัจฉานระดับสูง ระดับอันตราย: B+ แนะนำให้ถอยร่นและตั้งรับในเขตวงมหาอุดทันที] อาจารย์รำไพไม่ตอบทันที เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาเคลียแก้มอย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ส่งยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงพุ่งตรงไปปักลงบนรอยแยกของพื้นไม้อย่างแม่นยำราวจจับวาง “อย่าประมาทไป กรณ์” สุเสียงนุ่มลึกแต่เฉียบขาดของอาจารย์เอ่ยเตือน “คนที่ส่งอาคมชุดนี้มา ไม่ได้หวังแค่จะมาขโมยเอกสารคดีตระกูลวงศ์สุวรรณ แต่พวกมันต้องการ ‘ล้างบาง’ ห้องนี้ให้ราบคาบต่างหาก” สิ้นคำพูดของเธอ ยันต์กระดาษแผ่นนั้นก็เกิดประกายไฟสีเขียวมรกตลุกพรึบขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงราวกับเสียงของแมลงนับพันตัวที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความมืด “แกรก! ฟ่อ—!” เสียงคำรามแหบพร่าดังสะท้อนก้องขึ้นพร้อมๆ กับที่แผ่นไม้ปูพื้นตรงกลางห้องระเบิดออก เศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายเกลว ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมา สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเงาร่างเลื้อยที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีนิลกาฬสะท้อนแสงไฟ มันไม่ใช่แค่ตะขาบหรือแมงป่องธรรมดา แต่มันคือ ‘อสุรกายไสยเวท’—ตะขาบยักษ์ความยาวกว่าสองเมตรที่มีหัวเป็นกะโหลกมนุษย์ และมีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่จ้องมองมาที่เราอย่างกระหายเลือด ร่างกายของผมถูกความเย็นยะเยือกเข้าเกาะกุมชั่วขณะ ตามสัญชาตญาณของแพทย์และฮันเตอร์มือใหม่ อะดรีนาลีนหลั่งไหลสูบฉีดไปทั่วร่าง มือขวาเอื้อมไปหยิบกริชอาคมที่เหน็บไว้ข้างเอวโดยอัตโนมัติ “ระวังครับ! มันมีอาคมพรางตาเคลือบอยู่ สามตัว… ไม่สิ ห้าตัว!” ผมตะโกนลั่น พร้อมกับก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าเพื่อขวางหน้าอาจารย์รำไพไว้ แม้จะรู้ดีว่าหญิงสาวข้างกายอาจจะเก่งกาจกว่าผมหลายเท่าตัว แต่หน้าที่ของคู่หูก็คือการไม่ยอมให้คนข้างหลังต้องเผชิญหน้ากับอันตรายลำพัง อาจารย์รำไพเหลือบมองแผ่นหลังของผมแวบหนึ่ง มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา “ทำได้ดีนี่ นายแพทย์กรณ์… รู้จักประเมินสถานการณ์ก่อนลงมือ แต่จำไว้ว่า สำหรับพวกเดรัจฉานวิญญาณเหล่านี้ การบุ่มบ่ามเข้าไปฟันมีแต่จะทำให้พิษมันกระจายตัว” ทันทีที่พูดจบ อาจารย์รำไพก็ยกมือขึ้นร่ายคาถาด้วยภาษาขอมโบราณที่รวดเร็วและทรงพลัง เสียงสวดของเธอดังก้องกังวานราวกับระฆังวัดโบราณในยามวิกาล แสงสีทองเรืองรองแผ่ขยายออกจากฝ่ามือของเธอ กลายเป็นม่านพลังรูปทรงบาตรพระที่ครอบคลุมพวกเราทั้งสองคนไว้ ตะขาบยักษ์ตัวแรกพุ่งเข้าชนม่านพลังสีทองอย่างจัง เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือน ทว่าม่านอาคมของอาจารย์รำไพกลับแข็งแกร่งเกินกว่าจะทะลุผ่านได้ง่ายๆ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่พลังโจมตีทางกายภาพของพวกมัน แต่เป็น ‘ละอองพิษไสยเวท’ ที่เริ่มระเหยออกมาจากตัวพวกมัน กลายเป็นควันสีม่วงเข้มที่กัดกร่อนขอบโต๊ะทำงานจนผุกر่อนกลายเป็นจุลภายในพริบตา “กรณ์ ใช้เนตรวิเคราะห์ของเธอหาจุดอ่อนของอาคมควบคุม! มันต้องมี ‘ยันต์แม่บท’ ถูกฝังไว้ที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ ไม่ง่ายเลยที่พวกมันจะเจาะเขตสมาคมเข้ามาถึงชั้นในได้โดยที่ยามหน้าตึกไม่รู้เรื่อง” อาจารย์รำไพสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของเธอ แสดงให้เห็นว่าการต้านทานอาคมสัตว์พิษฝูงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่1สำหรับเธอ ผมพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ปิดเปลือกตาลงครึ่งหนึ่งเพื่อเปิดการทำงานของ *‘เนตรวิเคราะห์วิญญาณ’* ในระดับสูงสุด โลกตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเส้นใยแสงสีต่างๆ สีแดงคือพลังงานอันตราย สีฟ้าคือพลังอาคมป้องกัน และสีเทาคือร่องร่องรอยของมนุษย์ ดวงตาของผมกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ผ่านชั้นหนังสือ ผ่านกองเอกสารคดี จนกระทั่งไปสะดุดกับแจกันดอกไม้โบราณที่ตั้งอยู่บนมุมตู้เอกสาร—ตรงนั้น… มีเส้นใยแสงสีดำทมิฬพุ่งเชื่อมต่อกับใต้พื้นไม้ที่พวกมันโผล่ขึ้นมา! “เจอแล้วครับอาจารย์! ที่แจกันมุมห้อง มีตะปูอาคมฝังอยู่ใต้ฐาน!” ผมไม่รอช้า พุ่งตัวฝ่ากลุ่มควันพิษไปอย่างรวดเร็ว มือซ้ายควักยันต์ชำระล้างที่เตรียมไว้ออกมา มือขวาเงื้อกริชอาคมเตรียมพร้อม ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ผมเอื้อมมือไปแตะถึงตัวแจกันนั้นเอง… พื้นไม้เบื้องล่างก็ยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาสودสายหนึ่งที่พุ่งเร็วยิ่งกว่าลูกธนู มันไม่ใช่ตะขาบ แต่มันคือ ‘งูเงือกวิญญาณ’ ที่อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเคลือบพิษสีเขียวเรืองแสง พุ่งตรงมาที่ลำคอของผมในระยะประชิด! ลมหายใจของผมสะดุดกึก ระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบทำให้มองเห็นเกล็ดสีดำสนิทและดวงตากลมโตไร้ความรู้สึกของมันได้อย่างชัดเจน สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดแต่ร่างกายกลับตอบสนองไม่ทันเสียแล้ว *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืด เสียงหวีดร้องโหยหวนของวิญญาณอสูรดังลั่นจนแก้วหูแทบแตก ก่อนที่ร่างของงูเงือกวิญญาณจะขาดเป็นสองท่อนและสลายกลายเป็นไอสีดำต่อหน้าต่อตาผม ผมหอบหายใจถี่รัว เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบอาจารย์รำไพที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว มือขวาของเธอยังคงถือด้ามมีดหมอโบราณที่ส่องประกายแสงเรืองรอง สายตาที่เธอมองมามีความดุและเอือระอาปะปนกันอยู่เล็กน้อย “บอกแล้วใช่ไหมครับ ว่าอย่าประมาท” อาจารย์รำไพถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปรายตามองไปที่แจกันเป้าหมาย “จัดการส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยมาคุยกันว่าใครเป็นคนส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นนี้มาต้อนรับเราในคืนนี้” ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา พยักรับด้วยความรู้สึกที่ทั้งโล่งอกและฮึกเหิม มือเอื้อมไปดึงตะปูอาคมออกจากฐานแจกันพร้อมกับซัดยันต์ชำระล้างลงไปอย่างแม่นยำ เสียงคำรามสุดท้ายเงียบหายไป พร้อมๆ กับกลุ่มควันพิษที่ค่อยๆ จางลงจนหมดสิ้น ทว่า… ในขณะที่ผมกำลังจะหันไปรายงานผลระบบกับอาจารย์ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งในหัว เสียงนั้นไม่ได้มาพร้อมกับความตื่นเต้นเช่นเคย หากแต่มันเป็นเสียงเตือนระดับสูงสุดที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบรหัสพลังงานปริศนาเชื่อมโยงจากภายนอกอาคาร เป้าหมายของอาคมสัตว์พิษไม่ใช่การทำลายสำนักงาน แต่เป็นการ ‘ล่อลวง’ ให้ท่านใช้งานเนตรวิเคราะห์วิญญาณในระดับสูง] [คำเตือน: เจ้าของอาคมได้ล็อกพิกัดเป้าหมายทางจิตวิญญาณของท่านเรียบร้อยแล้ว… และในขณะนี้ กำลังมี ‘ผู้มาเยือน’ ที่ท่านรู้จักดี กำลังก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาจากชั้นล่าง] ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเราในตอนนี้, ครับ — *เข็มทิศมองวิญญาณ*
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%