จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 46

ความเหงาของผู้นำ

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
กลิ่นอเลือดจางๆ บนคมดาบย่อมล้างออกได้ด้วยน้ำ แต่คราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอยู่บนจิตสำนึก... ต่อให้ใช้มหาสมุทรทั้งใบก็มิอาจชะล้างให้สะอาดหมดจดได้ เซนยืนทอดสายตามองลงไปยังมหานครเบื้องล่างจากระเบียงหอคอยสูงชัน แสงสีส้มสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์ทอดเงาทอดยาวเป็นทางบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เมืองทั้งเมืองหลับใหลภายใต้การปกครองของเขา อาณาจักรที่ครั้งหนึ่งเคยล่มสลายบัดนี้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ชื่อเสียงเรียงนามที่ผู้คนต่างหวาดกลัวและเทิดทูนในเวลาเดียวกัน อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ปลายนิ้ว ชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วนหล่อหลอมให้เขากลายเป็น "จักรพรรดิ" ไร้บัลลังก์อย่างแท้จริง ทว่า... ความเงียบงันในยามวิกาลเช่นนี้กลับหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเกราะเหล็กกล้าพันชั่ง "ท่านเซนครับ... รายงานสรุปผลความเสียหายจากการปะทะที่ชายแดนตะวันตกถูกส่งมาถึงแล้วครับ" เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แผ่วเบาดังขึ้น เอลาร่าก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสำรวม นางวางม้วนกระดาษหนังแกประทับตราไว้บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อA mahogany ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเจ้านาย เซนไม่หันกลับมามอง เขายังคงมองเหม่อไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไร้ซึ่งความตื่นเต้น "มีทหารบาดเจ็บล้มตายเท่าไหร่ เอลาร่า" "ทหารราบเสียชีวิตสี่สิบสองนาย บาดเจ็บสาหัสอีกเกือบยี่สิบครับท่าน... แต่เราสามารถยึดป้อมปราการของศัตรูมาได้ตามแผนที่วางไว้ทุกประการ ความสูญเสียระดับนี้ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการขยายดินแดนนะครับ" เอลาร่ารายงานด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจตามวิสัยทัศน์ของทหารอาชีพ คุ้มค่า... คำนี้อีกแล้ว เซนหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด ใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมที่เคยร่วมเป็นร่วมตายในโลกเก่า แววตาที่เต็มไปด้วยความหวังก่อนที่พวกเขาจะดับสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาเพราะความผิดพลาดในการคำนวณกลยุทธ์ของเขาเอง ทุกหยดเลือด ทุกเสียงกรีดร้อง ทุกความตายที่เขาเป็นคน "ตัดสินใจ" ให้มันเกิดขึ้น เพื่อแลกกับชัยชนะและความอยู่รอด อำนาจที่ได้มา... มันต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนมากมายขนาดนี้เชียวหรือ "เอลาร่า" เซนเอ่ยเรียกขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ "ครับท่าน?" "เจ้าเคยถามตัวเองไหม... ว่าที่เรากำลังทำอยู่นี้ เพื่ออะไร" เซนหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตแม่ทัพ "เราฆ่า เรายึดครอง เราทำลายล้าง เพื่อสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่... แต่เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่ไม่มีใครแตะต้องได้แล้ว สิ่งที่เราเหลืออยู่คืออะไรกันแน่?" เอลาร่าชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่คาดคิดว่าผู้นำที่เยือกเย็นและเด็ดขาดคนนี้จะมีช่วงเวลาที่ตั้งคำถามกับความไร้แก่นสารของอำนาจ นางขยับตัวเล็กน้อยอย่างอึดอัด ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สำหรับข้าพเจ้า... อำนาจคือความปลอดภัยครับท่าน คือการปกป้องผู้คนที่ภักดีต่อเรา และการกำจัดศัตรูที่จะมาทำลายล้างพวกเรา หากไม่มีท่านถือหางเสือนี้ไว้ อาณาจักรนี้คงล่มสลายและผู้คนคงต้องล้มตายมากกว่านี้หลายร้อยเท่า การที่ท่านต้องแบกรับความโหดร้ายนี้ไว้ คือสิ่งที่ทำให้พวกเรายังมีชีวิตอยู่รอดได้ในโลกที่ไร้ความปรานีนี้ครับ" คำตอบของเอลาร่าสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ มันคือสัจธรรมที่เซนรู้ดีกว่าใคร โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเมตตา แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ ความแข็งแกร่ง และกลยุทธ์ ใครอ่อนแอก็ต้องถูกกลืนกิน หากเขาไม่เลือกที่จะเป็นผู้ควบคุมอำนาจ เขาก็จะเป็นเพียงแค่เหยื่อใต้ฝ่าเท้าของจักรพรรดิมาลอสหรือผู้มีอำนาจคนอื่นๆ แต่ทำไม... ยิ่งเขามีอำนาจมากเท่าไหร่ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างที่ไร้ซึ่งผู้คน ความไว้เนื้อเชื่อใจกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการระแวดระวัง แม้กระทั่งคนสนิทอย่างเอลาร่า ก็ยังมองเขาเป็นเพียง "สัญลักษณ์" ของผู้นำ มากกว่ามนุษย์คนหนึ่งที่มีความอ่อนแอ ความเหงาของผู้นำ... ไม่ใช่ความโดดเดี่ยวทางกายภาพ หากแต่มันคือระยะห่างระหว่างจิตวิญญาณของเขากับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกใบนี้ ไม่มีใครกล้าสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครกล้าพูดความจริงที่ขัดใจเขา และไม่มีใคร... ที่จะเข้าใจความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขาอยู่ทุกค่ำคืน เซนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง "เจ้าพูดถูก เอลาร่า... ผู้นำอย่างข้า ไม่มีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอ และไม่มีสิทธิ์ที่จะเหงา" เซนก้าวเดินผ่านนางไปช้าๆ พลางตบบ่าของแม่ทัพคู่ใจเบาๆ "ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีงานใหญ่อีกมากที่ต้องจัดการ" "รับทราบครับท่าน ขอตัวก่อนนะครับ" เอลาร่าโค้งคำนับด้วยความเคารพ ก่อนจะเดินถอยหลังออกไปจากห้อง ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้เซนอยู่กับความเงียบงันตามลำพังอีกครั้ง เซนเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน นิ้วเรียวยาวหยิบขวดเหล้าองุ่นขึ้นมาเทใส่แก้วคริสตัล น้ำสีแดงเข้มสะท้อนกับแสงไฟราวกับหยดเลือด เขาจิบมันช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนบาดคอไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกว่างเปล่าในอกจางหายไปเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอง... ประตูระเบียงที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกลมกระโชกแรงพัดเปิดออกอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว เปลวไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์เปลี่ยนจากสีส้มกลายเป็นสีฟ้าครามอันน่าสะพรึงกลัวในพริบตา เซนไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี ดวงตาสีณิลหรี่ลงเล็กน้อย มือข้างที่ไม่ได้ถือแก้วเหล้าเลื่อนไปกุมด้ามจับกริชเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ข้างเอวอย่างแนบเนียน เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่ง... หรือบางคน ที่ทรงพลังอย่างยิ่งกำลังก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขาโดยที่ระบบป้องกันเวทมนตร์รอบหอคอยไม่ส่งสัญญาณเตือนเลยแม้แต่น้อย "ช่างเป็นค่ำคืนที่อ้างว้างเสียจริง ว่าไหมล่ะ... ท่านจักรพรรดิผู้เกรียงไกร" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณมุมห้องที่แสงไฟสาดส่องไปไม่ถึง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงานั้น ช้าๆ จนกระทั่งแสงไฟสีฟ้ากระทบเข้ากับใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอันน่ากลัว ดวงตาคู่คมกริบจ้องมองตรงมาที่เซนด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เซนถึงกับชะงักค้าง แก้วคริสตัลในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้นเมื่อเขาจำได้แน่ชัดว่าบุคคลตรงหน้าคือใคร... คนที่ควรจะตายไปในสงครามครั้งก่อนเมื่อสามเดือนที่แล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลอร์ดออฟดาร์กเนส
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%