เศษปูนขนาดมหึมาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดสีม่วงเข้มไม่ได้ทำลายเพียงแค่โครงสร้างทางกายภาพของวิหารแห่งการล่มสลาย แต่มันกำลังกัดกร่อนจิตวิญญาณของผู้ที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้นทีละน้อย
เซน ไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ว่าเศษซากปรักหักพังจะเฉียดใบหน้าของเขาไปเพียงไม่กี่เซนต์ นัยน์ตาสสีนิลของเขายังคงสะท้อนภาพของร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันและอณูเวทมนตร์อันบิดเบี้ยว ร่างนั้นเคยเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตาย เคยร่วมดื่มฉลองชัยชนะในค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้า และเคยร่วมแบกรับความหวังของหมู่คณะ... แต่ในเวลานี้ สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงเปลือกนอกที่ถูกครอบงำด้วยเงาสีดำสนิทของจักรพรรดิมาลอส
"นายเปลี่ยนไปมากทีเดียว อาเธอร์" เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา จนแทบไม่เหลือร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ แต่ถ้าสังเกตให้ดีที่มุมปลายนิ้วของเขากำดาบคาตานะในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
อาเธอร์หัวנסออกมารemเสียงแหบต่ำ ราวกับเสียงของโลหะสองชิ้นเสียดสีกัน ปีกสีดำที่งอกออกมาจากแผ่นหลังสะบัดไล่ฝุ่นควัน ดวงตาของอดีตกองหน้าผู้เคยเปี่ยมด้วยเกียรติยศบัดนี้กลายเป็นสีม่วงเรืองแสงอย่างไร้แววตาของมนุษย์
"เปลี่ยนไปงั้นหรือ... เซน เพื่อนยาก" อาเธอร์ก้าวเท้าช้าๆ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเขาทรุดตัวลงทุกย่างก้าวเนื่องจากพลังงานความมืดที่รั่วไหล "ฉันไม่ได้เปลี่ยน นายต่างหากที่ยังคงจมปลักอยู่กับภาพลวงตาของโลกที่เน่าเฟะนี่ นายคิดว่าการดิ้นรนของนายจะเปลี่ยนอะไรได้งั้นหรือ? องค์มาลอสทรงมอบสัจธรรมที่แท้จริงให้แก่ฉัน... อำนาจที่ไร้ขีดจำกัด และการหลุดพ้นจากความอ่อนแอ"
เอลาร่าที่พุ่งตัวเข้ามาสมทบข้างกายเซน ยกหอกยาวในมือขึ้นตั้งรับด้วยท่าทีระแวดระวัง ใบหน้าของเธอยุ่งเหยิงด้วยความตึงเครียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับ "ท่านเซน อย่าไปฟังมันครับ! นั่นไม่ใช่สหายของท่านอีกต่อไปแล้ว มันเป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกพลังของมาลอสกัดกินจนหมดสิ้นหัวใจแล้ว!"
เซนยกมือซ้ายขึ้นเป็นสัญญาณให้อเอลาร่าหยุด เขายังคงจ้องมองอดีตเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่วิเคราะห์คำนวณทุกความเป็นไปได้ในสมรภูมิ สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับเครื่องจักรกลยุทธ์ การสูญเสียอาเธอร์ไปในกองกำลังของมาลอส ไม่เพียงแต่ทำให้ฝ่ายเราเสียกำลังรบระดับหัวแถว แต่มันยังหมายความว่า... ความลับทั้งหมดเกี่ยวกับแผนการบุกรุกป้อมปราการแห่งทิศเหนือที่พวกเขาเคยร่างร่วมกัน ได้ตกไปอยู่ในมือของศัตรูเรียบร้อยแล้ว
"นายรู้ดี อาเธอร์..." เซนก้าวเท้าเดินหน้าไปหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังก้องกังวานท่ามกลางเสียงถล่มของเพดานวิหาร "ว่าคนที่จะตัดสินความถูกผิดของโลกใบนี้ ไม่ใช่คำพูดเพ้อเจ้อเรื่องสัจธรรม แต่มันคือผลลัพธ์บนกระดานหมากรุก และในตอนนี้... นายกำลังเดินหมากผิดตา"
"หفสดี หมากรุกงั้นรึ!" อาเธอร์คำรามลั่น ประกายแสงสีม่วงพุ่งทะยานจากร่างของเขาจนกลายเป็นเสาเพลิงพุ่งทะลุเพดานวิหาร "นายคิดว่านายเป็นผู้ควบคุมเกมมาตลอดสินะ เซน! แต่ความจริงก็คือ นายมันก็แค่ตัวเบี้ยที่เดินไปตามทางที่องค์มาลอสทรงกำหนดไว้แต่แรกแล้ว!"
พรึบ!
ร่างของอาเธอร์หายวับไปจากสายตา ความเร็วนั้นเหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"ระวังครับ!" เอลาร่าตะโกนสุดเสียงพร้อมกับเหวี่ยงหอกเข้าปะทะกับเงาสีดำที่พุ่งเข้าใส่เซนจากด้านข้างอย่างจัง!
เคร้ง!
ประกายไฟสว่างวาบ แรงปะทะทำให้ร่างของเอลาร่ากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เท้าของเธอขูดกับพื้นหินจนเกิดรอยลากยาว เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเธอแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการโจมตีเพียงครั้งเดียว อาเธอร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ดาบใหญ่ในมือของเขาอาบไปด้วยไอหมอกสีดำทมิฬ
เซนไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นหลุดลอยไป เขากระชับดาบในมือพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ดาบคาตานะสะท้อนแสงสีเงินยวงหวาดเสียวเฉียดลำคอของอาเธอร์ แต่ทว่า... อดีตเพื่อนสนิทกลับยกดาบขึ้นป้องกันได้อย่างแม่นยำ ราวกับเขาสามารถอ่านใจและวิถีดาบของเซนได้ทุกกระบวนท่า
ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาสีดำสนิทไร้ความรู้สึกของอาเธอร์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเซน
"นายลืมไปแล้วหรือไง เซน..." อาเธอร์กระซิบด้วยเสียงที่เย็นเยียบชวนขนหัวลุก "ว่าทุกกระบวนท่าที่นายใช้อยู่... ฉันเป็นคนช่วยคิดค้นมันขึ้นมากับมือเมื่อสามปีก่อน"
เซนไม่ตอบคำถามนั้น กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตัวขึ้นขีดสุด พลังงานมานาสีครามเริ่มแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาเพื่อกดดันกลับ แต่ก่อนที่เซนจะทันได้ใช้ท่าไม้ตายเพื่อเผด็จศึก อาเธอร์กลับยิ้มเยาะมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและน่าสยดสยอง
"นายคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อฆ่านายคนเดียวงั้นรึ เซน..." อาเธอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ผิดแล้ว... เป้าหมายที่แท้จริงขององค์มาลอส ไม่ใช่การทำลายวิหารแห่งนี้ แต่เป็นการส่ง 'ของขวัญ' ไปยังฐานที่มั่นหลักที่เอลาร่าเพิ่งทิ้งกองกำลังไว้ต่างหาก"
หัวใจของเซนกระตุกวูบ ภาพในหัวประมวลผลย้อนกลับอย่างรวดเร็ว กองกำลังสำรองที่เขาให้ประจำการไว้ที่หุบเขาอัสดง... ค่ายพักแรมที่ไม่มีแนวป้องกันเวทมนตร์ระดับสูง...
"แย่แล้ว..." เอลาร่าที่พยุงตัวลุกขึ้นมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักถึงแผนการที่แท้จริงของศัตรู
อาเธอร์ถีบตัวถอยหลังออกไปพร้อมกับหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาสะท้อนก้องไปทั่วซากปรักหักพังที่กำลังพังทลายลงมาเบื้องล่าง ในวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเซนและเอลาร่าก็เริ่มเรืองแสงด้วยอักขระเวทมนตร์สีม่วงเข้ม วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติขนาดมหึมาปรากฏขึ้นใต้ร่างของพวกเขาโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว
พลังงานดูดกลืนมหาศาลดึงรั้งร่างของทั้งสองไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ อาเธอร์ยืนมองพวกเขาจากระยะปลอดภัย พร้อมกับยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหารราบครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปกับความมืด
และในขณะที่วิหารทั้งหลังกำลังถล่มทับลงมา เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่ารอบตัวพวกเขา เป็นเสียงที่เซนไม่เคยคิดว่าจะได้ยินเร็วกว่ากำหนด
*“ยินดีต้อนรับสู่กับดักของข้า... เจ้าหนูเซน ผู้เล่นหมากรุกที่น่าสงสาร”*
ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางอันมืดมนนี้ร่วมกันเสมอนะครับ
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 37
การทรยศของเพื่อนเก่า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!