"เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมว่ารอยสักที่คอของเจ้าจะไม่ทรยศในจังหวะที่หัวคอขาด?"
ผมเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องใต้ดินของฐานทัพลับ แสงเทียนเพียงเล่มเดียวบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่าสั่นไหวไปตามกระแสลมโกรก เผยให้เห็นใบหน้าของชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าผม เขาคือ 'คาลอส' อดีตสายลับหน่วยข่าวกรองที่ถูกลืม ซึ่งบัดนี้กลายเป็นหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานของผม
คาลอสไม่ตอบทันที เขาเพียงแตะปลายนิ้วลงบนรอยสักรูปตรามังกรดำที่ขดตัวอยู่หลังใบหู ดวงตาของเขาสะท้อนความเย็นเยียบที่หาได้ยากในหมู่มนุษย์ทั่วไป ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารตราประทับของราชสำนักมาวางไว้กลางโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"จักรพรรดิมาลอสเชื่อในอำนาจมืดมากกว่าความจงรักภักดีครับท่านเซน" คาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ตราประทับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อยืนยันตัวตน แต่มันมีไว้เพื่อหลอกล่อให้คนของเขารีบต้อนรับผมเข้าสู่เขตวงใน... ยิ่งผมทำตัวลึกลับและไร้หัวนอนปลายเท้ามากเท่าไหร่ พวกเขาจะยิ่งระแวงและเผลอคายข้อมูลสำคัญออกมาเพื่อวัดใจผมมากขึ้นเท่านั้น"
ผมหยิบจดหมายฉบับที่ยับยู่ยี่ซึ่งผมกำไว้ในตอนจบของเมื่อคืนขึ้นมาคลี่ออกอีกครั้ง ข้อความข้างในนั้นไม่ได้ระบุถึงกลยุทธ์สงคราม แต่มันเป็นบันทึกส่วนตัวของเพื่อนร่วมทีมที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อน... ลายมือนี้คือลายมือของคนที่ตายไปแล้วตั้งแต่อยู่ในกองเพลิงที่สนามรบชายแดน แต่มันกลับถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกสดใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
"ถ้าเจ้าพบคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ในวังหลวง" ผมเน้นเสียงต่ำ "อย่าเพิ่งฆ่าเขา แต่จงทำให้เขารู้ว่า... เขาไม่มีวันหนีเงาของตัวเองพ้น"
เอลาร่าที่ยืนกอดอกพิงกำแพงหินอยู่ในมุมมืดก้าวออกมา เธอส่งดาบสั้นที่สลักลวดลายแปลกตาให้คาลอส สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่คาลอส แต่จ้องมองมาที่ผมด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้
"ท่านเซน การส่งคนเข้าไปในรังมังกรในเวลานี้เท่ากับการจุดชนวนระเบิดนะครับ" เอลาร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงหนักแน่นสมกับเป็นอดีตแม่ทัพ "มาลอสกำลังคลั่ง มันกำลังกวาดล้างขุนนางเก่าแก่ที่เหลืออยู่เพื่อเตรียมทำพิธีเซ่นสังเวย หากคาลอสถูกจับได้ แผนการยึดเมืองหลวงที่วางไว้ทั้งหมดจะพังทลายทันที"
"นั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีสายลับสองหน้าไงล่ะ เอลาร่า" ผมลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่หน้าแผนที่อาณาจักรที่ถูกขีดเขียนจนพรุนไปด้วยรอยปากกา "มาลอสคิดว่ามันกำลังใช้กระดานนี้เล่นงานผม แต่มันลืมไปว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง คนที่โกหกได้แนบเนียนที่สุดไม่ใช่คนที่มีอำนาจมากที่สุด แต่คือคนที่ไม่มีอะไรจะเสียเลยต่างหาก"
ผมหันไปสบตาคาลอส ชายผู้นี้มีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นตระกูลที่ถูกมาลอสสั่งฆ่าล้างตระกูล ความแค้นคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ไม่มีวันมอดดับตราบใดที่เป้าหมายยังหายใจอยู่
"คาลอส" ผมยื่นมือไปแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ "เมื่อเจ้าก้าวเข้าไปในกำแพงเมืองหลวง เจ้าไม่ใช่คนของฉันอีกต่อไป เจ้าคือคนของจักรพรรดิมาลอส เจ้าต้องทำตัวให้เลวร้าย ทำตัวให้หิวกระหายอำนาจจนมาลอสรู้สึกว่าเจ้าคือ 'พวกเดียวกัน' แต่จงจำไว้... ทันทีที่เสียงระฆังยามเที่ยงคืนของวันที่สามดังขึ้น จงเปิดประตูทิศใต้ด้วยกุญแจที่ข้าให้ไป"
คาลอสพยักหน้าเงียบๆ เขาเก็บจดหมายและของสำคัญไว้ในเสื้อชั้นใน ก่อนจะหมุนตัวเดินหายไปในความมืดมิดของอุโมงค์ เสียงฝีเท้าของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ผมยืนนิ่งอยู่ในห้องที่เงียบสงัด ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินหัวใจยังคงอยู่ที่เดิม แต่ในตอนนี้มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นดาบคมกริบที่พร้อมจะแทงทะลุหัวใจของจักรพรรดิมาลอส ผมไม่ได้สู้เพื่อชัยชนะของอาณาจักร ผมสู้เพื่อชำระบัญชีแค้นที่ถูกฝังกลบมานานเกินไป
"ท่านเซนครับ" เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้ "ข้าเพิ่งได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนม... มีคนพบเห็นตัวบุคคลที่ท่านกำลังตามหา เดินปะปนอยู่กับกลุ่มทหารรักษาพระองค์ของมาลอสที่เขตชายแดนเมื่อเช้านี้ครับ"
ผมหยุดชะงัก เลือดในกายเย็นวาบ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน จดหมายฉบับนั้น ข่าวลือเรื่องคนตายที่กลับมา และการส่งคาลอสเข้าไปในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะแบบนี้
"เอลาร่า... สั่งถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากจุดนัดพบเดี๋ยวนี้" ผมสั่งเสียงเข้ม
"ทำไมครับท่าน?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่ก้าวเดินไปที่โต๊ะแล้วจุดเทียนเพิ่มขึ้นอีกหลายเล่ม แสงสว่างจ้าเผยให้เห็นแผ่นกระดาษอีกฉบับที่ผมแอบซ่อนไว้ใต้แผนที่ เมื่อนำมาวางซ้อนกับจดหมายที่เพิ่งได้รับ รอยหมึกที่เลอะเทอะกลับก่อตัวเป็นแผนผังการดักซุ่มโจมตีที่ผมเองก็เกือบจะพลาดท่าไป
"เพราะคนที่อยู่ในวังหลวงไม่ใช่คนที่ข้าตามหา" ผมยิ้มมุมปากอย่างเลือดเย็น "แต่เขาคือนักฆ่าระดับสูงที่มาลอสส่งมาเพื่อเลียนแบบคนตาย และตอนนี้... เขากำลังยืนรอผมอยู่ในฐานทัพนี้ตั้งนานแล้ว"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ เสียงนั้นไม่ใช่ฝีเท้าของคาลอส หรือใครก็ตามที่ผมรู้จัก แต่เป็นฝีเท้าของคนที่มั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ล่าที่เหนือกว่า ผมชักดาบออกจากฝักและส่งสัญญาณให้เอลาร่าเตรียมตัว เมื่อประตูห้องเปิดออก ร่างของชายในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นตาของกองทัพจักรพรรดิก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับหยิบหัวของคาลอสที่เปื้อนเลือดโยนลงมาแทบเท้าผม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันมืดมิดของจักรพรรดิไร้บัลลังก์ไปพร้อมกับผมนะครับ ลอร์ดออฟดาร์กเนสสัญญว่าจะมอบความตื่นเต้นในตอนถัดไปให้สะใจยิ่งกว่าเดิมครับ
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 11
สายลับสองหน้า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!