โลหะเย็นเฉียบของใบมีดสนิมเขรอะกดทาบอยู่บนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ลำคอ เสียงหอบหายใจรดรดต้นคอมาพร้อมกับกลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินและกลิ่นคาวเลือดที่ฝังรากลึกในเนื้อผ้า
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... หัวหน้า"
เซนไม่แม้แต่จะกะพริบตา นัยน์ตาสสีนิลของเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเย็นชาที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึก ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองไปยังคมมีดที่จ่ออยู่ แต่กำลังพิจารณารอยแผลเป็นบนใบหน้าของชายฉกรรจ์ตรงหน้า รอยแผลที่ลากยาวจากโหนกแก้มลงมาถึงมุมปาก—สัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ในอดีตที่เขาเคยฝากไว้
บารอน... อดีตมือขวาผู้ทรยศในหน่วยรบเงาของเขาเอง
"แกน่าจะตายไปที่ผาอสูรทมิฬแล้วนี่, บารอน" น้ำเสียงของเซนเรียบสนิท ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ มันเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอ
มือที่ถือมีดของบารอนสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเคียดแค้นชิงชังที่สะสมมานานแรมปี แรงกดที่คมมีดเพิ่มขึ้นจนผิวหนังบริเวณลำคอของเซนเริ่มปริแยกและมีหยดเลือดสีชาดซึมออกมา
"ตายเหรอ? หึ... แกคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมตายง่ายๆ ในนรกขุมนั้นงั้นเหรอ, เซน!" บารอนคำรามในลำคอ ดวงตาเบิกโพลงด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ "แกมันก็แค่ไอ้คนเห็นแก่ตัวที่โยนพวกเราลงไปในกองไฟ เพื่อเอาตัวรอดคนเดียว!"
ความรู้สึกผิดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที ภาพเหตุการณ์ในอดีต—เสียงกรีดร้องของสหายร่วมรบ กองเพลิงที่แผดเผาทุกสิ่ง และความไร้พลังของตนเอง—ฉายวาบขึ้นในหัวเสี้ยววินาที แต่เซนก็กดมันลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความเด็ดเดี่ยว จิตใจที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนในโลกเกมออนไลน์มรณะสอนเขาว่า อดีตแก้ไขไม่ได้ สิ่งเดียวที่มีค่าคือปัจจุบันบนกระดานหมากรุกนี้
ฉับพลัน เอลาร่าที่ยืนกอดอกพิงผนังหินอยู่มุมมืด ขยับตัวเพียงเล็กน้อย เงาร่างของเธอก็พุ่งวาบราวกับภูตพราย ดาบเล่มบางเฉียบถูกชักออกจากฝักและพาดไว้ที่หลังคอของบารอนในเสี้ยววินาที
"ข้าว่าเจ้าควรลดมีดลง ก่อนที่หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าโดยที่ยังไม่ได้ฟังข้อเสนอของนายท่าน" เสียงของเอลาร่าเย็นเยียบและเฉียบคมไม่แพ้กัน
บารอนชะงัก เขารู้ดีว่าฝีมือดาบของอดีตแม่ทัพเอลาร่านั้นน่ากลัวแค่ไหน หากเขาขยับอีกเพียงนิดเดียว ชีวิตของเขาคงจบลงตรงนี้ เขากัดฟันกรอด ก่อนจะค่อยๆ ลดมีดลงแล้วถอยหลังไปสองก้าวอย่างจำยอม
เซนยกมือขึ้นแตะรอยแผลที่ลำคอ ปลายนิ้วเปื้อนคราบเลือดสีแดง เขายกมันขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดออกอย่างไร้ความรู้สึก เขาเดินผ่านหน้าบารอนไปช้าๆ แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนลังไม้เก่าๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้องขังใต้ดิน สายตากวาดมองไปยังกลุ่มคนสิบกว่าคนที่ถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่มุมห้อง—พวกเขาทั้งหมดคือ "สินค้า" ที่ล้มละลายทางจิตวิญญาณ พวกทาส แรงงานเถื่อน และอาชญากรตกอับที่จักรพรรดิมาลอสไม่เห็นค่า
"เจ้าเรียกพวกมันว่ากองทัพงั้นเหรอ, บารอน?" เซนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาจับจ้องไปที่ชายร่างผอมโซคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดانแต่ไร้เรี่ยวแรง "เศษสَالَเหล่านี้เนี่ยนะที่จะเอาไปโค่นบัลลังก์ของมาลอส?"
บารอนแค่นหัวเราะอย่างสมเพช "แกคาดหวังอะไรวะ? พวกมันก็แค่พวกเดรัจฉานที่รอวันตายในคุกนี่ ถ้าไม่มีแก พวกมันก็เป็นแค่ปุ๋ยชั้นดี"
เซนลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ชายร่างผอมโซคนนั้น กลิ่นอับของความสิ้นหวังคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับทาสหนุ่มผู้มีรอยสักตราประทับแห่งความเป็นทาสบนหน้าผาก
"ชื่ออะไร?" เซนถาม เสียงทุ้มนุ่มแต่มีอำนาจกดดันโดยธรรมชาติ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความระแวงจ้องมองเซน "คาล... แล้วแกสนองอะไรฉันได้ล่ะ, ไอ้คุณชายแต่งตัวดี? จะซื้อฉันไปเป็นแรงงานขุดเหมือง หรือจะเอาไปเป็นเป้าซ้อมธนู?"
เซนไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะที่รอยสักรูปโซ่ตรวนบนหน้าผากของคาล พลังงานเวทมนตร์สีดำจางๆ ไหลเวียนผ่านปลายนิ้วของเขา รอยสักนั้นสั่นระริกก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย โซ่เหล็กที่ล่ามข้อเท้าของคาลหลุดร่วงลงมากระทบพื้นหินเสียงดังสนั่น
ทาสทุกคนในห้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นใครปลดพันธนาการเวทมนตร์ระดับสูงนี้ได้ง่ายดายเช่นนี้มาก่อน
"ข้าไม่ได้ซื้อพวกเจ้ามาเพื่อเป็นทาส" เซนกวาดสายตามองทุกคนในห้อง น้ำเสียงกังวานก้องไปทั่วห้องใต้ดินอันมืดมิด "และข้าไม่ได้สนใจว่าอดีตพวกเจ้าจะเป็นโจรฆ่าคน หรือเป็นเพียงแค่เศษสวะที่สังคมทอดทิ้ง มาลอสและขุนนางปลิ้นปล้อนพวกนั้นมองพวกเจ้าเป็นแค่มดปลวก... แต่ในสายตาของข้า พวกเจ้าคือหมากตัวสำคัญ"
เอลาร่าก้าวเข้ามาสมทบ เธอโยนถุงหนังใส่เหรียญทองลงไปตรงหน้าบารอน เสียงเหรียญกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง บารอนก้มมองมันด้วยความประหลาดใจ
"ค่าตัวของพวกมัน... และค่าจ้างของแกในฐานะครูฝึก" เซนกล่าวต่อ "ถ้าพวกแกอยากล้างแค้นคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกแก ถ้าพวกแกอยากมีชีวิตอยู่เพื่อกุมชะตากรรมของโลกใบนี้ด้วยมือของตัวเอง จงหยิบดาบขึ้นมา"
คาลค่อยๆ พยุงร่างอันสั่นเทาของตนเองลุกขึ้นยืน เขามองดูมือทั้งสองข้างที่บัดนี้ไร้ซึ่งโซ่ตรวน ความรู้สึกบางอย่างที่ตายด้านไปนานนับปี—ความหวัง และความกระหายที่จะมีอำนาจ—เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เขาหันไปมองดาบขึ้นสนิมเล่มที่ตกอยู่ใกล้ๆ แล้วก้มลงหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของเหล็กเย็นๆ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากตรวนทาสอย่างสิ้นเชิง
บารอนมองหน้าเซนอยู่นาน เขากลืนน้ำลายลงคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก รอยแผลเป็นบนหน้ากระตุกยิ้ม "แกยังบ้าไม่เปลี่ยนเลยนะ, เซน... เอาล่ะ ในเมื่อเงินมันหนาพอ ฉันจะสอนไอ้พวกสวะพวกนี้ให้กลายเป็น 'เงา' ที่แม้แต่ปีศาจยังต้องหวาดกลัว"
เซนพยักหน้ารับเล็กน้อย เขากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องใต้ดินเพื่อไปวางแผนขั้นต่อไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านบน บันไดหินสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก
*โครม!*
ประตูเหล็กบานใหญ่ของคุกใต้ดินถูกพังกระเด็นเข้ามาด้วยพลังเวทมนตร์ระเบิด กลิ่นอายของกองกำลังอัศวินโล่เหล็กแห่งราชสำนักแผ่ซ่านเข้ามาจนหายใจไม่ออก แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบชุดเกราะสีเงินวาววับ และธงสัญลักษณ์รูปมังกรสามหัวของจักรพรรดิมาลอส
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเดินนำหน้าเหล่าอัศวินเข้ามา รอยยิ้มเยาะหยันประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาสีฟ้าครามมองตรงมาที่เซนราวกับผู้ล่ากำลังมองเหยื่อในกรง
"ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเจ้าที่หลุมหลบภัยหนูสกปรกแห่งนี้... อดีตสหายรัก" เสียงทุ้มกังวานของบุคคลที่ไม่คาดฝันเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้ดาบศักดิ์สิทธิ์มาที่อกของเซน "เกมจบแล้ว, เซน เจ้าหนีไม่พ้นหรอก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความมืดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า—ลอร์ดออฟดาร์กเนส
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 6
กองทัพทาสผู้ภักดี
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!