"ลดดาบลงเถอะเซน... การข่มขู่เวลาที่หยุดนิ่งแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ศัตรูที่อยู่หลังม่านมิตินั่นเกรงกลัวคุณหรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่ดูเหมือนจะดังก้องออกมาจากความว่างเปล่า ปลุกผมให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความกดดัน แสงสีดำที่เคยตรึงร่างกายผมไว้เริ่มแตกสลายราวกับเศษกระจกที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นหิน กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูก ผมหายใจเข้าลึก ควบคุมสติให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม แววตาของเอลาร่าที่ยืนอยู่เบื้องหลังสะท้อนความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักรบ เธอไม่แม้แต่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้ดีว่าในสงครามนี้ คำถามที่ไร้ประโยชน์คือจุดเริ่มต้นของความตาย
"ศัตรูไม่ได้มาเพื่อเจรจา เอลาร่า" ผมเอ่ยขึ้นขณะเก็บดาบเข้าฝัก เสียงของผมราบเรียบจนน่าใจหาย "พวกมันมาเพื่อดูว่าเราจะพังทลายลงอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับ 'ความว่างเปล่า'"
สถานการณ์ตรงหน้าคือหน้าด่านปราการอาร์คเธีย เมืองชายขอบที่ผมเลือกใช้เป็นหลุมศพให้กับกองทัพของจักรพรรดิมาลอส กองทัพนับหมื่นที่สวมเกราะสีเลือดกำลังเคลื่อนพลเข้ามาในระยะสายตา ธงตราสัญลักษณ์จักรวรรดิโบกสะบัดท่ามกลางฝุ่นควัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยไม่ใช่จำนวนทหาร แต่มันคือการเคลื่อนที่ที่ไร้ระเบียบของพวกมัน มาลอสกำลังประมาท... เขาคิดว่าแค่ใช้กำลังบดขยี้เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ผมจะยอมสยบ
"พวกมันเริ่มเดินทัพด้วยขบวนหน้ากระดานกว้างเกินไปครับท่าน" เอลาร่าก้าวมาข้างกาย มือกระชับด้ามหอกแน่น "ถ้าเราใช้แผนเดิม คือการยิงธนูจากกำแพงเมือง พวกมันจะใช้โล่เวทมนตร์ต้านทานและบุกถึงประตูด้านในได้ภายในไม่กี่นาที"
ผมมองไปยังพื้นที่รอบปราการ มันคือทุ่งโล่งที่ถูกขุดหลุมพรางไว้บางส่วน แต่นั่นไม่ใช่ทีเด็ดของเรา "ใครบอกว่าเราจะใช้ธนูต้านรับจากกำแพงเมืองกันล่ะ?"
เอลาร่าชะงัก เธอหันมามองผม ดวงตาคมกริบคู่นั้นเริ่มเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของผม
"สั่งการให้หน่วยวิศวกรเปิดคูน้ำทางทิศตะวันออก... ไม่ใช่เพื่อระบายน้ำ แต่เพื่อเปิดช่องว่างให้กับ 'ของขวัญ' ที่เราเตรียมไว้ให้พวกมัน" ผมชี้นิ้วไปยังทุ่งราบเบื้องหน้า "มาลอสอยากได้เมืองนี้ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกมันเข้ามาให้ลึกที่สุดเท่าที่มันจะปรารถนา แต่จงจำไว้... ทันทีที่เท้าของพวกมันแตะพื้นที่เขตสังหาร ให้จุดชนวนกรงขังมิติที่ผมติดตั้งไว้"
"ท่านหมายความว่า..."
"ใช่ เราจะไม่ป้องกันเมืองนี้ด้วยกำแพงหิน" ผมกล่าวเสียงหนักแน่นขณะเดินขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงที่สุดของป้อมปราการ ลมแรงพัดให้เสื้อคลุมของผมสะบัดไหว "เราจะป้องกันเมืองด้วยการทำให้กองทัพของมาลอส 'หายไป' ในช่องว่างมิติที่ไม่มีวันหวนกลับ"
เสียงแตรศึกดังสนั่นหวั่นไหว กองหน้าของกองทัพจักรพรรดิพุ่งทะยานเข้ามาเหมือนฝูงมดที่คลุ้มคลั่ง พวกมันไม่ได้เกรงกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย เพราะภายใต้อำนาจมืดของมาลอส ทหารเหล่านั้นต่างก็กลายเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึก ผมมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่เคยตายไปต่อหน้าต่อตาในสงครามครั้งก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัว แต่นั่นไม่ใช่เวลาสำหรับการอาลัย มันคือเวลาสำหรับการล้างแค้น
เมื่อกองหน้าของศัตรูเหยียบเข้าสู่รัศมีที่กำหนด ผมกำมือแน่น "เอลาร่า... เดี๋ยวนี้!"
เสียงระเบิดกัมปนาทไม่ได้มาจากอาวุธ แต่มันมาจากมิติที่บิดเบี้ยว ท้องฟ้าเหนือทุ่งราบปราการอาร์คเธียฉีกขาดออกเป็นเส้นสีดำสนิท แรงดึงดูดมหาศาลดูดกลืนทหารนับพันที่กำลังวิ่งเข้าหาเมืองราวกับหลุมดำที่หิวกระหาย เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่วสมรภูมิ กองทัพที่เคยเกรียงไกรเริ่มเสียหลัก ความมั่นใจของพวกมันพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นสหายร่วมรบถูกกลืนหายไปกับความมืดมิด
เอลาร่ามองภาพนั้นด้วยความทึ่ง "กลยุทธ์ของท่าน... มันช่างโหดร้ายและไร้ความปราณีอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดจริงๆ"
"ในสนามรบ ความเมตตาคือจุดจบของชีวิต" ผมตอบโดยไม่ละสายตาจากสมรภูมิ "มาลอสอาจจะคิดว่าเขาคือกฎเกณฑ์ของโลกนี้ แต่เขาประเมินพลังของการบิดเบือนมิติที่เขาสร้างขึ้นมาเองผิดไป"
ทว่า ในขณะที่ชัยชนะดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม ความเงียบสงัดก็เข้าครอบงำพื้นที่นั้นอีกครั้ง ท้องฟ้าที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัว แต่แทนที่จะเป็นความว่างเปล่า กลับมีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีเงินยวบยาบที่ดูไม่คุ้นตา ไอพลังงานสีทองอร่ามที่แผ่ออกมาทำให้ผมต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
นั่นไม่ใช่ทหารของมาลอส... และมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากโลกนี้
ร่างนั้นค่อยๆ หันมาทางผม ดวงตาสีฟ้าครามที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งจ้องมองทะลุผ่านทุกสิ่งมาที่ตัวผม ก่อนที่ปากจะขยับเพียงเบาๆ ด้วยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ
"เซน... แกใช้ 'กุญแจ' ผิดประตูแล้ว"
มือของผมสั่นเทาขณะชักดาบออกมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ผมกับมาลอสที่เป็นผู้เล่นบนกระดาน... และดูเหมือนว่าคนที่กำลังไล่ล่าผมอยู่ตัวจริง กำลังก้าวเท้าเข้ามาในสมรภูมิแห่งนี้แล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปสู่จุดจบของโลกใบนี้กับผมในฐานะ "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" นะครับ
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 19
เปิดฉากสงครามครั้งแรก
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!