จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 49

การกวาดล้างครั้งใหญ่

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในสายลมยามราตรี ไม่ได้ทำให้เซนรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำสนิททอดมองภาพเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ทุ่งหราบาล์มที่เคยเขียวขจี บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของกองทัพหลวงนับหมื่นนายที่กำลังแตกพ่ายไม่เป็นขบวน เสียงกรีดร้องโหยหวนของทหารผู้หลงกลยุทธ์ผสมปนเปไปกับเสียงเหล็กกระทบกันอย่างไร้ทิศทาง นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ได้มาเพราะความโชคดี แต่มันคือผลลัพธ์จากการคำนวณอย่างไร้ความปรานี "ท่านเซนครับ... กองทัพหน้าของพวกมันถูกบดขยี้จนหมดสภาพแล้ว แนวรับสุดท้ายของแม่ทัพฟรานซิสพังทลายลงตามคาดครับ" เอลาร่าก้าวเข้ามาคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยโลหิต ชุดเกราะสีเงินของนางมีคราบเขม่าดำและรอยเลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อน แต่แววตาของนางกลับเปล่งประกายด้วยความเคารพอย่างสูงสุด นางคือผู้บัญชาการที่นำทหารราบเข้าตีตลบหลังตามแผนที่เซนวางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว เซนยังคงไม่หันไปมอง เขายกมือขึ้นปัดเศษขี้เถ้าที่เกาะอยู่ตรงหัวไหล่ออกเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกหลุดออกมาจากริมฝีปากภายใต้หน้ากาก "มันยังไม่จบหรอก เอลาร่า... ฟรานซิสไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ง่ายๆ แบบนี้ เขามีประสบการณ์รบมาครึ่งชีวิต ความโลภและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของชนชั้นขุนนาง จะทำให้เขาเลือกทำในสิ่งที่พวกเราคาดไม่ถึง" เอลาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ท่านหมายความว่า... พวกมันยังมีกำลังสำรองซ่อนอยู่อย่างนั้นหรือครับ? หน่วยลาดตระเวนของเรายืนยันแล้วว่า กองกำลังหลักของจักรพรรดิมาลอสถูกส่งมาที่นี่ทั้งหมดไม่ต่ำกว่าสี่หมื่นนาย และพวกมันก็แตกทัพไปหมดแล้ว" "กำลังสำรองทางกายภาพน่ะหมดแล้ว" เซนหันกลับมามองคู่คิดของตน แววตาคู่สีดำสนิทไร้ซึ่งประกายความยินดี มีเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนภาพความตาย "แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... หมากตัวสำคัญที่สุดยังไม่ได้ขยับ" ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยไร้เมฆก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันราวกับพายุหมุน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบนจนเหล่าทหารกล้าที่กำลังฉลองชัยชนะถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น อากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก เอลาร่าหน้าถอดสี รีบชักดาบออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ "นี่มัน... พลังเวทมนตร์ระดับหายนะ! หรือว่าจักรพรรดิมาลอสจะ..." "ไม่ใช่มาลอสหรอก..." เซนพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสนิท แต่กล้ามเนื้อทั่วร่างกลับตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย สมองอันรวดเร็วของเขากำลังประมวลผลสถานการณ์อย่างบ้าคลั่งเพื่อหาทางหนทีไล่ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เพื่อนร่วมทีมเคยต้องสังเวยชีวิตให้กับพลังเวทมนตร์ต้องห้ามแวบเข้ามาในหัว แต่มันถูกปัดทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยความเยือกเย็น "นั่นคือ 'คัมภีร์โลหิตบรรพกาล' อาวุธโบราณที่ถูกผนึกไว้ในห้องใต้ดินของราชสำนัก... ดูท่าทางว่าฟรานซิสจะยอมเอาวิญญาณของตัวเองแลกกับพลังเพื่อมาสังหารพวกเราสินะครับ" เปรี้ยง! สายฟ้าสีเลือดผ่าลงกลางสนามรบ แรงระเบิดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนพื้นดินแยกออกเป็นทางยาว ร่างของแม่ทัพฟรานซิสที่ควรจะบาดเจ็บปางตาย บัดนี้ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้าจนน่ากลัว พลังงานสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับเปลวเพลิงแห่งความมืดมิด "ไอ้สารเลวเซน!... แกบังAอาจมาทำลายศักดิ์ศรีของตระกูลขุนนางเก่าแก่เช่นข้า! วันนี้พวกแกทุกคนจะต้องตายไปพร้อมกับซากศพของกองทัพพวกแก!" เสียงคำรามของฟรานซิสสั่นสะท้านไปทั่วหุบเขา แรงกดดันระดับภัยพิบัติแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เหล่าทหารของเซนเริ่มมีความตื่นตระหนกก่อตัวขึ้น ความฮึกเหิมจากการชนะศึกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวต่อหน้าพลังที่เหนือมนุษย์ เอลาร่ากัดฟันแน่น พยายามฝืนยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนั้น แต่เหงื่อกาฬกลับไหลท่วมตัว "ท่านเซน! กำลังใจของกองทัพกำลังจะแตกกระเจิงแล้วครับ ถ้าปล่อยให้มันร่ายเวทบทนั้นสำเร็จ พวกเราทั้งหมดได้กลายเป็นจุลแน่! จะให้ข้าสั่งระดมพลธนูยิงสกัดมันเลยไหมครับ?" เอลาร่าตะโกนแข่งกับเสียงพายุที่โหมกระหน่ำ "ยิงไปก็ไร้ประโยชน์ เกราะเวทมนตร์จากคัมภีร์นั่นหนาแน่นเกินกว่าลูกธนูธรรมจะเจาะทะลุได้" เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงควบคุมได้ แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ ดึงความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดจากอดีตมาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงแห่งความมينต์ในสมอง "จดจำคำสั่งของข้าให้ดี เอลาร่า... สั่งให้ทหารราบถอยร่นไปตั้งแนวรับที่แนวหินผาด้านหลังทันที ส่วนเจ้า... คอยคุ้มกันด้านข้างให้ข้า" "แล้วท่านล่ะครับ จะทำอะไร?!" เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเซนก้าวเดินสวนสนามเข้าไปหาพายุพลังงานสีเลือดนั้นเพียงลำพัง โดยมีเพียงดาบยาวในมือที่เปล่งแสงสีฟ้าเย็นยะเยือก เซนไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ยกหน้ากากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มของนักล่าผู้เย้ยหยันแม้กระทั่งความตาย "ข้าจะสอนให้มันรู้ว่า... ต่อให้เจ้าจะแลกวิญญาณกับปีศาจสักกี่ตัว แต่ถ้าเดินหมากพลาดแม้แต่ตาเดียว แกก็เป็นได้แค่เบี้ยที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งบนกระดานนี้เท่านั้นแหละครับ" ทันใดนั้น เซนก็พุ่งทะยานเข้าหาใจกลางพายุสีเลือดด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเอลาร่าและทหารนับหมื่นนาย ดาบในมือของเขาตวัดออกเป็นวงโค้งที่สมบูรณ์แบบ ตัดผ่านม่านพลังงานมืดราวกับกระดาษบางๆ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะปักทะลวงหัวใจของฟรานซิส พื้นเบื้องล่างที่พวกเขาเหยียบอยู่ก็เกิดยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากความมืดมิดใต้พื้นพิภพ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้มาจากฟรานซิส... และไม่ใช่เสียงของจักรพรรดิมาลอส "ยินดีต้อนรับสู่เกมจริง ๆ เสียที... ผู้เล่นแห่งความมืด" เซนชะงักฝีมือลงเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เมื่อพบว่าเงาดำนับร้อยสายกำลังพุ่งขึ้นมาจากหลุมพราง ล้อมรอบตัวเขาและกองทัพไว้หมดสิ้นทางหนี และหนึ่งในเงาเหล่านั้น... คือร่างของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในสมรภูมิเมื่อสามปีก่อน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลอร์ดออฟดาร์กเนส
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%