กลิ่นอเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน มันไม่ใช่กลิ่นของการสู้รบอันทรงเกียรติ แต่เป็นกลิ่นของความตายที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยความโลภ
เซนยืนนิ่งอยู่บนระเบียงหอคอยสังเกตการณ์ของป้อมปราการร้าง ภายใต้เงาดำทะมัดทแมงของหมอกยามวิกาลที่ปกคลุมหุบเขามรณะ ดวงตาสนิมเหล็กของเขาจับจ้องไปยังจุดประกายไฟเล็กๆ ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากแนวป่าทึบเบื้องล่าง พวกมันคือ "กองโจรหมาป่าทมิฬ" กลุ่มก้อนเนื้อมนุษย์ที่คิดว่าตัวเองเป็นนักล่า แต่หารู้ไม่ว่าพวกมันกำลังเดินเข้าสู่กรงของสิงโต
"เหยื่อติดเบ็ดแล้วครับ ท่านเซน"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่หนักแน่นดังมาจากด้านหลัง เอลาร่าก้าวออกมาจากเงาเสาหิน อดีตแม่ทัพหญิงกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกองกำลังเบื้องล่างที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาอย่างประมาท บนใบหน้าเรียบตึงของเธอไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสุขุม
เซนไม่ตอบทันที เขายกปลายนิ้วขึ้นลูบรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือ—สัมผัสคุ้นเคยที่คอยเตือนสติถึงความผิดพลาดในอดีต ภาพเพื่อนร่วมทีมที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความประมาทผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่มันถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็วด้วยความเย็นชาที่เขาฝึกฝนจนกลายเป็นสัญชาตญาณที่สอง
"พวกมันไม่ได้ฉลาดขึ้นเลย เอลาร่า" เซนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทจนเกือบกลืนไปกับสายลมราตรี "ความโลภทำให้สายตามนุษย์แคบลงเสมอ... เมื่อเห็นเหยื่อชิ้นโตอย่างไร้การป้องกัน พวกมันก็พร้อมจะวิ่งเข้าใส่โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าเบื้องหน้าคือเหวหรือความตาย"
"จะให้เริ่มสัญญาณเมื่อไหร่ครับ?" เสียงของทหารรับจ้างคนหนึ่งดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับคันธนูที่ขึ้นสายตึงเปรี๊ยะ
"ยังก่อน..." เซนยกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเคาะเบาๆ กับราวระเบียบเป็นจังหวะเนิบนาบ "ปล่อยให้พวกมันเดินเข้ามาลึกกว่านี้อีกนิด ให้กลิ่นของทองคำและเสบียงกรองทิพย์ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวพวกมันให้ถึงขีดสุด... เราจะตีปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด ไม่ให้เหลือแม้แต่แมลงสาบสักตัวที่จะรอดกลับไปรายงานข่าวให้จักรพรรดิมาลอสได้ยิน"
เบื้องล่าง ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร หัวหนหากองโจรนามว่า 'บาร์ร็อก' กำลังควบม้าพยศนำหน้าลูกน้องนับร้อยชีวิต รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมประดับอยู่บนใบหน้าอันรกเรื้อด้วยหนวดเครา เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมองเห็นแสงไฟริบหรี่จากป้อมปราการที่ไร้การป้องกัน
"ฮ่าๆๆๆ! วันนี้พวกเราโชคดีชะมัด!" บาร์ร็อกตะโกนลั่น ปลุกเร้าลูกน้องด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยัน "ป้อมรกร้างนี่มีข่าวลือว่าซ่อนสมบัติโบราณเอาไว้เพียบ! เข้าไปกวาดให้เรียบ ใครขัดขวางฆ่าให้หมด!"
เสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเหิมของเหล่ากองโจรดังระงมก้องป่า พวกมันพากันวิ่งกรูผ่านประตูทางเข้าหินผาที่เปิดอ้าซ่าราวกับเชิญชวน ไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่น้อยว่า บนผนังหินสองข้างทาง มีเงาดำนับสิบของทหารราบภายใต้การนำของเอลาร่ากำลังขยับตัวอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี
กรุบ... กรุบ... กรุบ...
เสียงฝีเท้าและเสียงเกือกม้าเหยียบย่ำเข้ามาในลานกว้างใจกลางป้อมปราการ พื้นที่โล่งเตียนที่ถูกออกแบบมาให้เป็น "ลานประหาร" อย่างแท้จริง กองโจรนับร้อยกระจายตัวออกอย่างไร้ระเบียบ บ้างพยายามพังประตูคลังสมบัติปลอมที่เซนจงใจสร้างล่อเป้าไว้ บ้างก็หัวเราะร่าด้วยความเมามายจากการปล้นชิงหมู่บ้านรอบนอกมาก่อนหน้านี้
เซนมองภาพนั้นจากมุมสูง แววตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี
*เด็กน้อยเอ๋ย... เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือที่ส่งหมาล่าเนื้อพวกนี้มาหาวัตถุดิบ... มาลอส...* เซนคิดในใจ ภาพเหตุการณ์จากตอนที่แล้วสะท้อนกลับมาในหัว เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของศัตรูตัวฉกาจที่ยั่วเย้าเขาผ่านกระแสจิตยังคงก้องกังวาน *ถ้าเช่นนั้น... ก็จงดูให้เต็มตา ว่าวัตถุดิบที่เจ้าต้องการ จะกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับไปเด็ดหัวแกอย่างไร*
"เอลาร่า... จุดไฟ"
สิ้นคำสั่งของเซน ประกายไฟจากคบเพลิงถูกโยนลงสู่พื้นดินที่ถูกราดด้วยน้ำมันดิบชั้นดีรอบทิศทางในเสี้ยววินาที
พรึบ!
เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นราวกับกำแพงอัคคีที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก ปิดตายเส้นทางเข้าออกทุกทางในพริบตา เสียงหัวเราะสนุกสนานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนก กองโจรนับร้อยแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่านอย่างไร้ทิศทางเมื่อรู้ตัวว่าพวกมันตกลงมาในหลุมพรางเสียแล้ว
"ยิงธนู!"
เสียงคำรามก้องของเอลาร่าดังทะลุเสียงไฟ ห่าฝนลูกศรอาบยาพิษนับร้อยพุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งห่าฝน เจาะทะลุเกราะและร่างเนื้อของพวกโจรล้มตายราวกับใบไม้ร่วง เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เซนยังคงยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง เขากวาดสายตามองความพินาศที่ตนเองเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นอย่างใจเย็น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน
กระทั่ง... สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่กำลังคลานหนีตายออกจากกองเพลิง ร่างนั้นสวมชุดเกราะหนาผิดแปลกจากพวกกองโจรทั่วไป ท่าทางการเคลื่อนไหวและการฝึกฝนบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่โจรป่ากระจอกๆ
เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นอายความคุ้นเคยบางอย่างเตะจมูก ทันใดนั้น ร่างที่กำลังคลานหนีก็หยุดชะงัก มันเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกเหล็ก พร้อมกับโยนวัตถุดทรงกลมบางอย่างขึ้นมาบนฟ้าตรงมายังระเบียบที่เขายืนอยู่
"ระวัง!" เอลาร่าพุ่งเข้ามาผลักเซนหลบในเสี้ยววินาที
ตูม!
แรงระเบิดมหาศาลฉีกกระชากหอคอยหินจนพังทลาย ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว เซนสำลักควันไฟเล็กน้อยก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว ดวงตาสนิมเหล็กมองฝ่ากลุ่มควันไปยังร่างเบื้องล่างที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างองอาจ
ร่างนั้นหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะที่ดัดแปลงด้วยเวทมนตร์แต่มันกลับคุ้นหูจนน่าขนลุก
"ทำได้ดีมาก... เซน" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากในหัว แต่มันดังมาจากด้านหลังของเขาเอง ภายในห้องโถงลับชั้นบนสุดของหอคอยที่ควรจะไม่มีใครเข้าถึงได้!
เซนสะดุดลมหายใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบกับชายสวมหน้ากากเงินลายกางเขนเลือด กำลังยืนไขว่ห้างพิงบัลลังก์ไม้เก่าแก่ของเขาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ และที่ปลายเท้าของชายคนนั้น คือร่างของทหารยามฝีมือดีที่สุดสองคนที่ถูกเชือดคอหอยตายสนิทโดยไม่มีแม้แต่โอกาสได้ส่งเสียงร้อง
"เซอร์ไพรส์... ลูกศิษย์ตัวน้อย" ชายใต้หน้ากากหัวเราะในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและดวงตาคู่นั้นที่เซนจำได้ไม่มีวันลืม "ดูเหมือนว่า... แกจะติดกับดักที่แท้จริงเข้าให้แล้วล่ะมั้ง?"
---
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดนี้ครับ — ลอร์ดออฟดาร์กเนส
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 8
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!