เสียงครางต่ำของเพลาไม้โอ๊กที่เสียดสีกับพื้นหินแกรนิต ดังสะท้อนก้องภายในอุโมงค์มืดทึบใต้กำแพงชั้นในของนครหลวงโอลิมปัส มันคือเสียงแห่งความตายที่ถูกพรางตาด้วยคราบน้ำตาและความสิ้นหวัง
เซนยืนกอดอกพิงผนังชื้นแฉะ ดวงตาสีรัตติกาลของเขาจับจ้องไปยังขบวนเกวียนบรรทุกฟางข้าวขนาดมหึมาสามคัน ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กกล้าชั้นนอกอย่างเชื่องช้า ภายใต้แสงคบเพลิงที่สั่นไหว ผิวหน้าของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ซึ่งวิญญาณ แต่เบื้องหลังความนิ่งงันนั้น สมองของเขากำลังคำนวณความน่าจะเป็นทุกความเป็นไปได้ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่ากลไกเวทมนตร์ใดๆ
"ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทหารยามกลุ่มนั้นเพิ่งรับสินบนจากเอลาร่าไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับท่านเซน" เสียงกระซิบแหบพร่าของสายลับเงามืดดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง
เซนไม่ตอบรับด้วยคำพูด เขาเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องแคบของผ้าใบคลุมเกวียนไปยังลานประหารเบื้องหน้า ที่ซึ่งธงตราสัญลักษณ์รูปงูพันคบเพลิงของจักรพรรดิมาลอสโบกสะบัดอย่างน่ารังเกียจ
ภาพเหตุการณ์ในอดีตแวบเข้ามาในหัวของเขาชั่วขณะ—กลิ่นควันไฟ ความร้อนระอุของสนามรบที่พรากเพื่อนร่วมทีมผู้ภักดีไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกผิดที่กัดกินขั้วหัวใจเสมือนหนอนร้ายยังคงฝังรากลึก แต่วินาทีนี้ ไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนแอ เซนหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อขับไล่ภาพอดีตออกไป ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่เยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว
"ดี" เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของเขา "บอกให้เอลาร่าเตรียมกำลังพลที่ซ่อนอยู่ใต้กองฟางให้พร้อม เมื่อเกวียนคันแรกเคลื่อนผ่านประตูชั้นในและล้อหยุดลงที่ลานกลางเมือง... จงจุดไฟสัญญาณทันที"
ณ ใจกลางมหานครโอลิมปัส บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและหวาดระแวง ประชาชนต่างหลบซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูไม้ที่ปิดสนิท เนื่องจากข่าวลือเรื่องการรุกรานของกองทัพไร้พ่ายแพร่สะพัดไปทั่ว ทว่า ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า กองกำลังที่น่ากลัวที่สุด ได้เล็ดลอดเข้ามาใจกลางหัวใจของอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว ผ่านกลยุทธ์ที่มนุษย์มักมองข้ามเพราะความประมาท
เอลาร่า ซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่สวมผ้าคลุมมอซอ กำลังกุมบังเหียนม้าตัวใหญ่อย่างระมัดระวัง ฝ่ามือของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ นางเหลือบมองทหารยามนายหนึ่งที่กำลังเดินตรวจตราเข้ามาใกล้ หัวใจของนางเต้นรัวรากับกลองศึก แต่นางก็เก็บบอกอาการไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบเรียบร้อยอย่างยิ่ง
"หยุดก่อน! ตรวจสอบสินค้า!" ทหารยามนายนั้นตะคอกเสียงดัง พร้อมกับใช้หอกยาวเคาะลงบนโครงไม้ของเกวียนคันแรก เสียงทึบๆ ดังสะท้อนในความเงียบ
เอลาร่าฝืนยันท่าทีให้เป็นธรรมชาติ นางโค้งตัวลงเล็กน้อยตามมารยาทของพ่อค้าชั้นต่ำ "เรียนนายท่าน พวกเราคือกองคาราวานขนส่งเสบียงและฟางแห้งสำหรับโรงม้าหลวงครับ ข้ามีหนังสืออนุญาตถูกต้องตามกฎของนครหลวงทุกประการ" นางยื่นแผ่นกระดาษประทับตราที่ได้มาจากการปลอมแปลงอย่างไร้ที่ติให้
ทหารยามรับไปกวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "ช่วงนี้พวกโจรชุกชุม พวกเจ้าโชคดีมากที่ผ่านด่านนอกมาได้... เข้าไปได้ แต่อย่าให้เกวียนพวกนี้กีดขวางเส้นทางเสด็จขององค์จักรพรรดิเด็ดขาด"
"ขอรับ ขอบคุณท่านมาก" เอลาร่าโค้งคำนับอีกครั้ง ก่อนจะกระตุกบังเหียนเบาๆ เกวียนคันมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง ล้อไม้บด
ขยี้พื้นถนนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ทว่าใต้กองฟางแห้งหนาทึบนั้น นักรบเงาและทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตกำลังกำอาวุธในมือแน่น ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ รอคอยสัญญาณแห่งการล้างบาง
ในขณะเดียวกัน บนระเบียงหินอ่อนของท้องพระโรงชั้นใน จักรพรรดิมาลอสทรงทอดพระเนตรทัศนียภาพยามค่ำคืนด้วยความรู้สึกกระวนกระวายพระทัย พระองค์ทรงหมุนแหวนทองคำประดับนิลบนนิ้วพระหัตถ์ไปมาอย่างไม่เป็นสุข
"เซน... เจ้าหนูสติเฟื่องจากต่างมิติ เจ้าคิดจะเล่นเกมอะไรกับข้ากันแน่?" มาลอสพึมพำกับความว่างเปล่า ทรงมีความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ มาตลอดทั้งวัน ราวกับมีเงาดำมืดกำลังคืบคลานเข้ามาโอบรัดพระคอของพระองค์ทีละน้อย
"ฝ่าบาทครับ" เสียงของเสนาบดีเฒ่าดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่รีบร้อนจนแทบจะสะดุดชายผ้าคลุม "สายรายงานด่วนจากประตูทิศตะวันตกแจ้งว่า... พบความผิดปกติบางประการเกี่ยวกับกองคาราวานเสบียงที่เพิ่งได้รับอนุมัติให้เข้าเมืองครับ!"
มาลอสทรงหันขวับ ดวงตาสีเพลิงลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยว "ว่าอย่างไรนะ? ใครเป็นผู้อนุญาต!"
ยังไม่ทันที่เสนาบดีจะได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้นเอง...
*ตูมมม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝนดังขึ้นจากย่านจานการค้าใจกลางเมือง ตามมาด้วยแสงเพลิงสีส้มแดงที่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีกาลอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันหนาทึบพพุ่งกระจายกลบกลืนแสงดาว กลิ่นดินปืนและควันไฟลอยตลบอบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้ว
ที่ลานกลางเมือง เกวียนบรรทุกฟางคันแรกถูกระเบิดจากภายในจนแหลกละเอียด เศษไม้และกองฟางที่ลุกไหม้กระจายเกลื่อนกลาด ทหารยามนับสิบคนที่ยืนอยู่ใกล้เคียงล้มตายในพริบตา และจากกลุ่มควันไฟและซากปรักหักพังนั้น ร่างของนักรบในชุดเกราะสีดำทมิฬนับร้อยนายก็ก้าวออกมาพร้อมกับคมดาบที่อาบด้วยแสงจันทร์อันเยียบเย็น
เอลาร่ากระโดดลงจากหลังม้า ดาบยาวในมือถูกชูขึ้นฟ้า นางตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วความโกลาหล "บุกเข้าไป! ยึดประตูเมืองทุกด้าน! อย่าให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ความโกลาหลเข้าครอบงำนครหลวงในเสี้ยววินาที เสียงกรีดร้องของชาวเมือง เสียงเหล็กกระทบกัน และเสียงคำรามของกองทัพผู้บุกรุกประสานกันเป็นบทเพลงแห่งความตายที่เซนเป็นผู้บรรเลงขึ้นอย่างเลือดเย็น
จากมุมมืดบนหอคอยสูงสลับซับซ้อน เซนมองลงมายังฉากความพินาศที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกเบื้องล่าง รอยยิ้มบางเบาแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ดวงตาสีรัตติกาลสะท้อนเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้อาณาจักรของศัตรู
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น มาลอส..." เซนพึมพำเบาๆ กับสายลมยามค่ำคืน "บัลลังก์ที่ท่านนั่งอยู่... บัดนี้ได้สูญเสียขาตั้งไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้อย่างไร้ที่ติ นิ้วมือที่กุมด้ามดาบของเซนกลับต้องชะงักกึก เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังเวทมนตร์อันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านมาจากห้องโถงใต้ดิน—พลังเวทที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของอดีตสหายสนิทผู้ล่วงลับ แต่บัดนี้ มันกลับถูกบิดเบือนด้วยพลังมืดบางอย่าง และกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง!
ประตูหอคอยด้านหลังเซนถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น ท่ามกลางเงาตะคุ่มของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 43
กลยุทธ์ม้าไม้
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!