กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 16

สู่ยอดเขาหิมะนิรันดร์

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ความหนาวเหน็บระดับนี้... ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนพึงเผชิญ หากแต่เป็นความเยือกแข็งที่แทรกซึมเข้าถึงไขกระดูกและจิตวิญญาณ ปลายกระบี่วิปลาสในมือของหลี่เฟยเทียนสั่นระริก มิใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะลมปราณมารภายในกายกำลังปะทะกับไอสังหารโบราณที่แผ่พุ่งออกมาจากเบื้องหน้า เบื้องหลังของเขาทั้งสองคือหน้าผาดิ่งชันที่ถูกกลืนกินด้วยหมอกหนาทึบ ส่วนเบื้องหน้า... คือประตูสู่ดินแดนที่บรรพจารย์ยุทธภพต่างขนานนามว่า "สุสานทวยเทพ" หรือ "ยอดเขาหิมะนิรันดร์" เขตแดนต้องห้ามที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนบรรลุยังต้องทิ้งสังขารไว้เบื้องหลัง "ก้าวพ้นเขตศิลาค่ายกลนี้ไป... คือความตาย" เสียงหวานกังสดาลดุจธารน้ำแข็งใส แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านข้าง มู่หรงเซวี่ยยืนตระหง่านอยู่บนก้อนศิลาสีนิล อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเธอบัดนี้ถูกย้อมด้วยละอองเกล็ดหิมะจนแทบกลืนไปกับธรรมชาติ ทว่าแว่นแคว้นดวงตาดุจหงส์กลับทอประกายความเด็ดเดี่ยว ร่างเพรียวบางของนางยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เขาอย่างไม่หวั่นเกรงต่อภัยพิบัติเบื้องหน้า แม้ว่าปราณโลหิตในร่างของนางจะเริ่มปั่นป่วนจากการกดดันของเขตอาคมธรรมชาติก็ตาม หลี่เฟยเทียนเหลือบสายตามองสตรีข้างกาย แววตาที่มักเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดินพลันอ่อนแสงลง ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาวเหยียด ไอสีขาวพวยพุ่งออกจากริมฝีปากท่ามกลางอากาศที่ติดลบหลายร้อยองศา "หากความตายคือราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ... ข้า หลี่เฟยเทียน ย่อมยินดีควักหัวใจตนเองวางเดิมพัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเปี่ยมด้วยความทะนงตนตามวิถีแห่งลูกผู้ชาย "แต่เจ้า... มู่หรงเซวี่ย ไม่จำเป็นต้องเอาอนาคตของสำนักหมื่นบุปผามาทิ้งไว้ที่นี่กับคนวิปลาสเช่นข้า" มู่หรงเซวี่ยหันขวับมามองเขา นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง นางแค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง "หลี่เฟยเทียน... ท่านคิดว่าข้าเป็นสตรีอ่อนแอที่ต้องให้บุรุษปกป้องงั้นหรือ? สำนักหมื่นบุปผาล่มสลายไปแล้ว ตัวข้าในยามนี้เหลือเพียงกระบี่ในมือและวิญญาณที่ปฏิเสธจะก้มหัวให้โชคชะตา หากท่านคิดจะเดินหน้า ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันต์... ข้าก็จะก้าวไปเคียงข้างท่านในฐานะสหายร่วมเป็นร่วมตาย มิใช่ตัวถ่วง!" วาจาเด็ดเดี่ยวของนางดังก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา หิมะโปรยปรายราวกับจะร่วมเป็นสักขีพยานในคำปฏิญาณอันแน่วแน่ของคนทั้งสอง หลี่เฟยเทียนนิ่งงั้นไปชั่วขณะ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความจริงใจและจิตวิญญาณอันเร่าร้อนของลูกผู้ชาย "ดี! เช่นนั้นวันนี้ ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย สวรรค์พิโรธ พวกเราก็จะก้าวข้ามผ่านมันไปให้จงได้!" สิ้นเสียงคำรามก้อง หลี่เฟยเทียนสะบัดแขนเสื้อ ปราณมารสีดำสนิททะลักทลายออกมาจากจุดตันTian แผ่ขยายเป็นม่านพลังคุ้มกันร่างของทั้งคู่จากพายุหิมะที่เริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ทว่า ในวินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าข้ามผ่านศิลาเขตแดนเข้าไป... *เปรี้ยง! ครืนนน!* ฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ไอหมอกสีขาวโพลนในรัศมีร้อยลี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แรงกดดันมหาศาลระดับกดทับภูเขาพุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งสองคนทันทีจนเข่าแทบทรุด พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกออกเป็นทางยาว ปราณกระบี่ธรรมชาตินับหมื่นสายพุ่งแทงขึ้นมาจากพื้นดินราวกับหอกดาบที่รอคอยการสังเวย "ระวัง!" หลี่เฟยเทียนคำรามลั่น พลิกตัวคว้าเอวบางของมู่หรงเซวี่ยเข้าสู่อ้อมแขนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่วิปลาสออกจากฝักในพริบตา *ฉัวะ!* กระบี่สะบั้นคลื่นลมปราณสีเลือดสาดซัดออกไป ปะทะกับพายุคมกระบี่ธรรมชาติจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า แรงสะท้อนกลับทำให้หลี่เฟยเทียนกระอักโลหิตคำโตออกมา รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก ทว่าเขากลับไม่มีเวลาแม้แต่จะเช็ดมันออก มู่หรงเซวี่ยที่อยู่ในอ้อมแขน แม้จะตกใจกับการกระทำของเขา แต่นางก็รวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมด ดีดนิ้วเรียกกระบี่ประจำกาย "เหมันต์นิรันดร์" ออกมาสร้างเป็นโล่เกล็ดน้ำแข็งซ้อนทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อต้านทานแรงกดดันที่กำลังบดขยี้กระดูกทั่วร่างของพวกเขา "ดูนั่นสิ..." มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางชี้ไปยังเบื้องลึกของหุบเขาหิมะที่หมอกควันเริ่มจางลง ท่ามกลางพายุหิมะที่บ้าคลั่ง ปรากฏเงาร่างของมหาวิหารโบราณขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากผลึกน้ำแข็งสีดำทมิฬ สถาปัตยกรรมนั้นเก่าแก่และเต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์โบราณที่ส่องแสงเรืองรองราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังจ้องมองผู้บุกรุก และที่น่ากลัวที่สุดคือ... บนยอดมหาวิหารนั้น มีร่างของเซียนโบราณผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ ร่างนั้นไร้วิญญาณแต่กลับแผ่ไอสังหารที่ทำให้สรรพชีวิตต้องสั่นสะท้าน ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่เฟยเทียนกระตุกวูบไม่ใช่ความน่ากลัวของมหาวิหาร แต่เป็นเงาร่างของใครบางคน... คนผู้หนึ่งที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าศพเซียนโบราณผู้นั้น คนผู้ซึ่งไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว "นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้!" หลี่เฟยเทียนพึมพำด้วยความตื่นตระหนก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตาตนเอง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันมรสุมยุทธภพเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%