กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 17

ศิษย์ทรยศแห่งสำนักมู่หรง

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิต... หยดลงบนพื้นหินอ่อนสีนิลจนเกิดเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆังมรณะ บรรยากาศภายในโถงบรรพชนสำนักมู่หรงยามนี้ เยียบเย็นและกดดันยิ่งกว่าห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ไอสังหารสายหนึ่งแผ่พุ่งจนเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดผวา แสงตะเกียงสำริดวับแวมสะท้อนเงาของกระบี่วิปลาสในมือหลี่เฟยเทียน มันมิได้เปล่งประกายเจิดจ้า แต่กลับดูดกลืนแสงรอบกายราวกับหลุมดำที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลาย เบื้องหน้าของพวกเขา คือบุรุษในชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าคมคายแต่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มหยัน ดวงตาคู่กวาดมองมู่หรงเซวี่ยด้วยแววตาที่ซับซ้อน—ทั้งอาลัยอาวรณ์ โหยหา และเหี้ยมเกรียมในคราเดียวกัน "เซวี่ยเอ๋อร์..." เสียงนั้นแหบพร่า ทว่าก้องกังวานเสียดแทงหัวใจ "เจ้ายังคงงดงามและเย็นชาเช่นเดิม... น่าเสียดาย ที่ความหยิ่งทะนงของเจ้ามันนำพาดวงวิญญาณนับร้อยในสำนักนี้ไปสู่ความพินาศ" มู่หรงเซวี่ยไม่แม้แต่จะกะพริบตา กระบี่เซียนในมือของเธอยังคงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยสั่นไหว ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอกลับทำให้หยาดน้ำค้างบนหลังคาแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "หานเทียนอวี่..." น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาวไร้ระลอกคลื่น "คำว่า 'ศิษย์พี่' เจ้าได้สำรอกมันทิ้งลงในกองเลือดของอาจารย์เมื่อสามปีก่อนไปหมดแล้วกระมัง? วันนี้ เจ้ากล้าเหยียบย่างกลับมาเหยียบสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง คงมิใช่เพราะคิดถึงวันวานอันเน่าเฟะหรอกกระมัง" หานเทียนอวี่หัวเราะร่วน เสียงหัวเราะของมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและบ้าคลั่ง มันก้าวเท้าช้าๆ เข้ามา เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกย่างก้าวคือแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนในที่นั้น "เน่าเฟะงั้นหรือ? ฮ่าๆๆ! ถูกต้อง! วิถีเซียนจอมปลอมของสำนักมู่หรงต่างหากที่เน่าเฟะ!" หานเทียนอวี่แผดเสียงก้อง ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย "ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจ ฝึกปรือเคล็ดวิชาจนกระอักเลือด เพื่อปกป้องสำนักนี้... แต่สิ่งที่ข้าได้รับคืออะไร? คือการถูกขับไล่อย่างกับสุนัขจรจัด เพียงเพราะข้าเลือกใช้วิธีการที่ 'มาร' ใช้เพื่อความอยู่รอด!" มันหยุดยืนห่างจากมู่หรงเซวี่ยเพียงสิบก้าว ดวงตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวที่มันเคยรักหมดหัวใจ ก่อนจะเบนสายตามายังหลี่เฟยเทียนที่ยืนเคียงข้างนางอย่างเงียบงัน "และเจ้า... มารพเนจรผู้มีนามว่าหลี่เฟยเทียน" หานเทียนอวี่หรี่ตาลง รังสีอำมหิตพวยพุ่งจากร่างของมันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามามาก นักรบผู้ใช้กระบี่วิปลาสฝืนลิขิตฟ้า... เจ้าคิดว่าการยืนเคียงข้างนาง จะทำให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของ 'ผู้อยู่เบื้องหลัง' ได้อย่างนั้นหรือ?" หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวลูบไล้คมกระบี่วิปลาสแผ่วเบา "ข้าไม่เคยคิดจะรอดพ้นจากสิ่งใด..." หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ "เพราะสำนักที่ข้าสังกัด คือสำนักแห่งโชคชะตาที่ข้ากำหนดขึ้นเอง... ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังที่เจ้ากล่าวถึง หากมันกล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตกระบี่ของข้า ข้าก็จะสับมันเป็นหมื่นชิ้นไม่ต่างจากเศษสวะ" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด! พลังปราณสองสายปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ คล้ายประจุไฟฟ้า มู่หรงเซวี่ยขยับตัวเล็กน้อย นางก้าวขึ้นมาบังหน้าหลี่เฟยเทียนครึ่งก้าว แม้ปากจะบอกว่านางเย็นชา แต่การกระทำกลับปกป้องเขาโดยสัญชาตญาณ "หานเทียนอวี่ พูดพร่ำทำเพลงมามากพอแล้ว" มู่หรงเซวี่ยยกกระบี่เซียนขึ้นช้าๆ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่หัวใจของอดีตคนรัก "ชักกระบี่ของเจ้าออกมา... วันนี้ มิใช่เจ้าที่ต้องดับสูญ ก็ต้องเป็นข้าที่ต้องล้างมลทินให้สำนัก" หานเทียนอวี่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มสมเพชระคนเจ็บปวด มันสูดลมหายใจเข้าลึก, ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง! *พรึบ!* กระบี่สะท้อนจันทร์สีครามถูกชักออกจากฝัก แสงสีฟ้าเข้มสาดส่องกระทบใบหน้าของมันจนดูคล้ายภูตผีปีศาจ พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลหลังคาโถงบรรพชนจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ก้อนเมฆบนท้องฟ้ามืดครึ้มลงในพริบตา สายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาษราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ "ดี... ดีมาก!" หานเทียนอวี่คำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ในเมื่อความรักที่ข้ามีให้เจ้ามันไร้ค่า งั้นวันนี้ ข้าจะใช้กระบี่นี้... เด็ดหัวบุรุษที่ยืนข้างกายเจ้า แล้วค่อยส่งวิญญาณของเจ้าไปอยู่กับข้าในนรกภูมิ!" สิ้นเสียงคำราม หานเทียนอวี่ก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตพราย! ความเร็วระดับนี้ เกินกว่าที่ศิษย์รุ่นเยาว์จะมองตามทัน! ร่างของมันพุ่งแหวกอากาศเข้าหามู่หรงเซวี่ยดั่งอสนีบาตฟาดฟัน คมกระบี่สีครามกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหิวบาดแก้วหู "ระวัง!" หลี่เฟยเทียนอุทานเสียงต่ำ ร่างของเขาขยับเร็วยิ่งกว่าความคิด ทว่า... ก่อนที่กระบี่ของหานเทียนอวี่จะถึงตัวมู่หรงเซวี่ย พื้นหินเบื้องล่างของโถงบรรพชนกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีสัตว์อสูรขนาดยักษ์กำลังตื่นขึ้นจากหลับใหล *ครืนนนนน—!* แผ่นศิาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ อักขระโบราณสีทองนับพันตัวผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบร่างของทั้งสามคนเอาไว้ในค่ายกลปริศนา และสิ่งที่ทำให้แม้แต่หลี่เฟยเทียนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ... คือเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติกลางอากาศอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น มันกดทับวิญญาณของทุกคนจนแทบหยุดหายใจ! หานเทียนอวี่ที่กำลังพุ่งตัวอยู่กลางอากาศพลันหยุดชะงัก สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกในอุ้งมือพญาอินทรี "นายท่าน..." หานเทียนอวี่คุกเข่าลงกลางอากาศอย่างไร้ศักดิ์ศรี เอ่ยเสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดผวา หลี่เฟยเทียนกระชับกระบี่วิปลาสในมือแน่น ดวงตาดำขลับจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยจิตสังหารที่ลุกโชน เพราะเขารู้ทันทีว่า... บุรุษลึกลับผู้นี้ คือตัวการเบื้องหลังที่ชักใยเหตุการณ์ทั้งหมด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันมรสุมยุทธภพเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%