ไอสังหารสีชาดแผ่พุ่งทะลักจากฝ่ามือหนาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก คล้ายมิติถูกฉีกกระชากด้วยกรงเล็บแห่งอสูรร้าย
"พวกเจ้า... ยังอ่อนหัดนัก"
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังสะท้อนก้องกราบปฐพี หลี่เฟยเทียนยืนหยัดตระหง่านท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือสำนักกระบี่เมฆาโลหิตนับร้อยชีวิต ร่างกายของเขาย้อมไปด้วยคราบเลือดและกลิ่นอายปราณมารอันบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสะบัดตามแรงพายุหมุนวนของพลังปราณที่กำลังคำรามอยู่ในจุดตันตียน
ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกแปลกแยกเช่นเคย โลกใบนี้ไม่เคยต้อนรับผู้ที่ถือครองวิชามารที่แท้จริง แต่ในเมื่อสวรรค์ไม่เมตตา เขาก็พร้อมจะใช้สองกำปั้นนี้แหวกว่ายทะลวงเส้นทางแห่งชะตากรรมด้วยตนเอง
"หลี่เฟยเทียน! วันนี้คือวันตายของแก อย่าหวังว่าจะรอดเงื้อมมือค่ายกลกระบี่ร้อยวิญญาณไปได้!" ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่เมฆาโลหิตแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
มู่หรงเซวี่ยที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงไม่ไกลออกไป นางมิได้ขยับกายเข้าช่วยเหลือ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลมหนาว ใบหน้างดงามดุจน้ำแข็งแกะสลักฉายแววเป็นกังวลเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ความตาย และการต่อสู้ครั้งนี้คือการหลอมรวมจิตวิญญาณแห่งวิถีหมัดของเขาให้สมบูรณ์
*ฟรึบ!*
กระบี่นับร้อยเล่มพุ่งแหวกอากาศเข้ามาพร้อมกันราวกับห่าฝนโลหิต ประกายแสงสีแดงฉานสะท้อนกับความมืดมิดยามราตรีจนน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับจนพื้นดินใต้เท้าของหลี่เฟยเทียนยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
ทว่า หลี่เฟยเทียนหาได้หลบเลี่ยงไม่ เขากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง ร่างกายโคจรเคล็ดวิชา "หมัดพยัคฆ์สยบมาร" จนถึงขีดสุด เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังก้องกังวานออกมาจากห้วงสำนึก ลมปราณสีทองผสมผสานกับไอโลหิตสีชาดระเบิดออกรอบตัวราวกับดวงอาทิตย์สีเลือดที่กำลังอัสดง
"วิชามารอันใด ย่อมขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ใช้... หากใจบริสุทธิ์ ต่อให้เป็นมาร ย่อมเหนือกว่าเทพที่เสแสร้ง!"
หมัดขวาถูกชกออกไปอย่างไร้ลีลาซับซ้อน แต่มันคือวิถีแห่งความเรียบง่ายที่ทรงพลังถึงขีดสุด แรงหมัดปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่ระลอกแรกเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกสะท้อนกลับจนเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาโลหิตกระเด็นกระดอนราวกับใบไม้ร่วงหล่น
พายุหมหมัดพyัคf์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆหนาทึบจนแสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบร่างของเขาราวกับเทพเจ้าสงครามลงมาจุติ แรงกดดันจากหมัดเดียวทำให้ยอดฝีมือหลายคนกระอเลือดออกมาคำโต
ผู้อาวุโสลำดับสามหน้าถอดสี รีบเร่งพลังปราณทั้งหมดรวบรวมไว้ที่ปลายกระบี่ หวังก드แทงทะลวงจุดตายกลางหน้าอกของหลี่เฟยเทียนในกระบวนท่าสุดท้าย
"ตายเสียเถอะ!"
หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงเย็นชา ร่างกายพุ่งทะยานสวนทางกับคมกระบี่อย่างไม่เกรงกลัวความตาย หมัดซ้ายถูกซัดออกไปตรงๆ ปะทะเข้ากับคมกระบี่โดยตรงโดยไม่ใช้พลังปราณป้องกันด้วยซ้ำ เสียงโลหิตกระเซ็นและเสียงเหล็กหักดังประสานกันระงม
*กร๊อบ!*
กระบี่วิเศษระดับนภากลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา หมัดของหลี่เฟยเทียนทะลวงผ่านการป้องกันทั้งหมดเข้าประทับที่กลางหน้าอกของผู้อาวุโสลำดับสามอย่างแม่นยำ แรงปะทะระดับสะเทือนฟ้าดินส่งผลให้ร่างของอีกฝ่ายแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดในอากาศทันที
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณโดยรอบชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เหล่ายอดฝีมือที่เหลือต่างถอยหลังกรูด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยพบเจอมนุษย์คนใดที่มีร่างกายแข็งแกร่งและพลังปราณที่ดุร้ายถึงเพียงนี้
หลี่เฟยเทียนยืนหอบหายใจเล็กน้อย ไอร้อนระอุพวยพุ่งออกจากร่างกายราวกับเตาหลอมโลหะ เขากวาดสายตาคมกริบไปยังผู้คนที่เหลือเพียงชั่วพริบตา ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะสงบลง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง
"ฮ่าๆๆ... สมแล้วที่เป็นผู้ครอบครองกระบี่วิปลาส น่าสนใจจริงๆ..."
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงบนยอดไม้ใกล้กับจุดที่มู่หรงเซวี่ยยืนอยู่ พร้อมกับประกายแสงสีเขียวมรกตที่พุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของหญิงสาวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันมรสุมยุทธภพเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 18
หมัดพยัคฆ์สยบมาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!