กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 20

ดาบน้ำแข็งกับกระบี่มาร

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว กระบี่ในมือข้าเล่มนี้จักไม่ถามถึงเหตุผลแห่งมิตรภาพอีกต่อไปแล้วนะครับ, มู่หรงเซวี่ย" น้ำเสียงของหลี่เฟยเทียนแหบพร่า ทว่ากังวานลึกลงไปถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ ท่ามกลางความหนาวเหน็บระดับเยือกแข็ง ณ ยอดเขาอัคคีทมิฬ ภายใต้เงื้อมเงาแห่งฟ้าดินที่กำลังแปรปรวน ลมปราณมารสีดำทมิฬในร่างของเขากำลังพลุ่งพล่านราวกับอสูรกายกระหายเลือด ดวงตาข้างหนึ่งแดงก่ำด้วยไอสังหาร ขณะที่อีกข้างยังคงประกายความเจ็บปวดร้าวลึกของมนุษย์ผู้โดดเดี่ยว มู่หรงเซวี่ยไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดตามแรงพายุหิมะ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวรากปีกหงส์เหิน ทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง นางกระชับ 'กระบี่น้ำแข็งร้อยปี' ในมือมั่น ไอร้อนระอุแห่งความตายจากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ทำให้นางหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย "เจ้าคิดว่าข้ามาเพื่อหยุดยั้งเจ้าในฐานะศัตรูอย่างนั้นหรือ, หลี่เฟยเทียน?" นางเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งบนกลีบเหมันต์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างยิ่งยวด "ข้าไม่ได้มาเพื่อขัดขวางวิถีมารของเจ้า... แต่ข้ามาเพื่อร่วมแบกรับทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังจะแผดเผาร่างของเจ้าต่างหาก!" เสียงคำรามต่ำดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของหลี่เฟยเทียน เขาหัวเราะเยาะหยันตนเอง ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาหนาตาขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มของบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นมารร้ายช่างน่าเวทนาและทรทรงพลังในเวลาเดียวกัน "ฮ่าๆๆ... ร่วมแบกรับงั้นหรือ? มู่หรงเซวี่ย เจ้าเป็นถึงเซียนผู้สูงส่งจากหุบเขาหมื่นบุปผา ส่วนข้าคือปีศาจที่มือเปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์นับพัน การยืนเคียงข้างข้าในยามนี้ รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของเจ้าต้องแปดเปื้อนจนไม่อาจล้างออก!" "เกียรติคุณอันใด? ศักดิ์ศรีอันใด?" มู่หรงเซวี่ยตัดบท น้ำเสียงของนางเฉียบคมดุจคมกระบี่ "ในยุทธภพที่เน่าเฟะนี้ มีใครบ้างที่ไม่เข้าหาผลประโยชน์? มีใครบ้างที่ไม่เหยียบย่ำซากศพผู้อื่นเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุด? หากวิถีแห่งเซียนหมายถึงการทอดทิ้งสหายในยามวิกฤต และปล่อยให้คนที่เรารักต้องเผชิญหน้ากับความตายลำพัง... เช่นนั้นแล้ว ข้าขอเป็นมารร้ายเคียงข้างเจ้าไปตลอดกาลยังจะดีกว่า!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของหลี่เฟยเทียน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไอสังหารที่เคยพวยพุ่งเริ่มสงบลงชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกแยกที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี คล้ายถูกชะล้างด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มของหญิงสาวตรงหน้า แม้นางจะไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น ทว่าในยามนี้ แววตาของมู่หรงเซวี่ยกลับเปิดเผยหัวใจทั้งหมดออกมาจนหมดสิ้น "เจ้า... โง่เขลานัก..." หลี่เฟยเทียนพึมพำ ดวงตาแดงก่ำทอประกายอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อเจ้าเลือกทางนี้แล้ว... เราสองคนก็มาลองดูซิว่า ฟ้าดินเบื้องบนจะกล้าลงทัณฑ์พวกเราหรือไม่!" ตูม! สิ้นเสียงคำรามของหลี่เฟยเทียน พลังปราณมารสายมหึนาก็ระเบิดออกรอบตัวเขาราวกับภูเขาไฟระเบิด พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินยักษ์นับร้อยก้อนลอยเคว้งคว้างขึ้นไปบนอากาศด้วยแรงกดดันมหาศาล ในเวลาเดียวกัน มู่หรงเซวี่ยก็พุ่งทะยานร่างขึ้นสู่เบื้องบน กระบี่น้ำแข็งในมือวาดวงโค้งเป็นรูปดอกบัวเหมันต์พันกลีบ แผ่ไอเย็นยะเยือกที่แช่แข็งแม้กระทั่งสายลมจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งร่วงหล่นลงมา นี่คือการประสานท่าโจมตีที่ทรงพลังที่สุดในรอบร้อยปีของยุทธภพ! 'วิชากระบี่มารกลืนนภา' ผสานกับ 'เคล็ดกระบี่เหมันต์สลายวิญญาณ' เมื่อหยินและหยางบรรจบ เมื่อความมืดมิดและแสงสว่างอันบริสุทธิ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แรงปะทะของมันจึงไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างบุคคล แต่เป็นการท้าทายกฎเกณฑ์ของฟ้าดินโดยตรง เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง คลื่นพลังมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ยอดเขาหิมะสูงชันที่ตั้งตระหง่านมานับหมื่นปีเริ่มสั่นไหว รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตามแนวสันเขา ราวกับแผ่นดินกำลังจะฉีกขาดออกเป็นสองเสี่ยง เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ฝุ่นผงหิมะและก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาพังทลายลงมาตามแรงโน้มถ่วง ราวกับมวลน้ำจากสรวงสวรรค์ที่ไหลทะลักลงมากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ก้อนหินและหิมะนับล้านตันถล่มลงมาทับถมจุดที่พวกเขายืนอยู่ เกิดเป็นแรงกดดันที่สามารถบดขยี้กองทัพนับหมื่นให้แหลกสลายได้ในพริบตาเดียว! ทว่า ท่ามกลางมวลมหาสมุทรแห่งหิมะที่กำลังถล่มลงมาอย่างบ้าคลั่ง ประกายแสงสองสี—สีดำทมิฬอันลึกล้ำของวิชามาร และสีขาวบริสุทธิ์ดุจหยกสลักของกระบี่เซียน—กลับพุ่งทะยานสวนขึ้นไปต้านทานแรงโน้มถ่วงของธรรมชาติอย่างอาจหาญ! พวกเขาไม่ยอมจำนน... พวกเขาไม่เคยคิดที่จะก้มหัวให้แก่โชคชะตา! แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาตัดผ่านความมืดมิดของพายุหิมะ เสียงระเบิดดังกึกก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขา ลมปราณที่ปะทะกันสร้างแรงสะท้อนจนพื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ร่างของหลี่เฟยเทียนและมู่หรงเซวี่ยถูกกลืนหายไปในกลุ่มควันและพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้... ความเงียบงันเริ่มปกคลุมยอดเขาอัคคีทมิฬอีกครั้ง หิมะที่ถล่มลงมาสงบลงเหลือเพียงละอองสีขาวที่โปรยปรายเบาบาง บนซากปรักหักพังของภูเขาที่เปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง ปรากฏเงาร่างสองร่างยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ ลมหายใจของทั้งคู่หอบสะท้าน เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยร่องรอยการต่อสู้ หลี่เฟยเทียนกระอักเลือดสีดำออกมาคำใหญ่ ร่างกายของเขาแทบจะแหลกสลายจากแรงสะท้อนของวิชา แต่กระbี่ในมือยังคงปักค้ำยันพื้นดินไว้อย่างมั่นคง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งเบื้องหน้า... ในซากหิมะที่เพิ่งสงบลง ร่างของมู่หรงเซวี่ยนอนนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลจากเขา อาภรณ์สีขาวของนางย้อมไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลซึมออกมาจากหน้าอก กระบี่น้ำแข็งในมือหลุดร่วงอยู่บนพื้น ห่างออกไปเพียงคืบเดียว หัวใจของหลี่เฟยเทียนกระตุกวูบ ความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถาโถมเข้าใส่เขายิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์เสียอีก เขาฝืนสังขารที่ใกล้แตกสลายคลานเข้าไปหานางอย่างทุลักทุเล มือที่สั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้านวลที่ซีดเซียวไร้สีเลือด "เซวี่ยเอ๋อร์... เซวี่ยเอ๋อร์!" เขาเรียกชื่อนางเสียงสั่นเครือ หัวใจเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนผิวแก้มของนางนั้นเอง... เปลือกตาที่ปิดสนิทของมู่หรงเซวี่ยก็ขยับไหวเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบเผยอยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับดอกเหมันต์ที่กำลังผลิบานท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้าย แต่นั่นไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโล่งอก... แววตาสีดำสนิทของนางที่ลืมขึ้นมาในเสี้ยววินาทีต่อมา กลับสะท้อนเงาของ "บุคคลที่สาม" ผู้ยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาสูงชันเหนือศีรษะของพวกเขา บุคคลผู้ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของตัวละครไปพร้อมกันนะครับ หากชีวิตคือการต่อสู้ ขอให้ทุกท่านจงมีกระบี่ที่คมกล้าและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกับหลี่เฟยเทียนครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%