เสียงคำรามของผืนป่าด้านหลังยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งน่าสะพรึงกลัวที่สุดมิใช่ฝูงสัตว์อสูรโลחיที่ไล่ล่าพวกเรามาตลอดสามวันสามคืน หากแต่เป็นความเงียบงันผิดปกติเบื้องหน้า
"หยุด!"
ผม—หลี่เฟยเทียน ยกมือขึ้นส่งสัญญาณพร้อมกับสะบัดกายถอยหลังสามก้าวอย่างระมัดระวัง ปราณกระบี่ในตันTianหมุนวนปั่นป่วนจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ลมหายใจของผมร้อนผ่าวด้วยพิษไข้จากการปะทะกับยอดฝีมือฝ่ายอธรรมเมื่อวานซืน แต่สัญชาตญาณความเป็นความตายเฉียบคมยิ่งกว่ายามปกติ
มู่หรงเซวี่ยร่อนลงเคียงข้างอย่างเงียบเชุดดั่งภูตพราย ชายผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของเธอยังคงสะอาดสะอ้านตัดกับกลิ่นไอโลหิตในบรรยากาศ ใบหน้ารูปไข่ที่เย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลักปรากฏรอยขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก ดวงตาสีรัตติกาลกวาดมองไปเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่แฝงความตระหนักรู้
"ม่านหมอกนี่... ไม่ใช่ธรรมชาติ"
เบื้องหน้าของพวกเราคือหุบเขาหมอกทมิฬ สถานที่ซึ่งถูกบันทึกไว้ในตำนานว่าเป็นสุสานของเหล่าเซียนมาร ทัศนียภาพถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาเข้มที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียวราวกับมีชีวิต ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมต้องหรี่ตาลงมองคือเสาศิลาโบราณสี่ต้นที่ปักอยู่ตามมุมอับของทิศทั้งสี่ บนผิวศิลาจารึกอักขระมารโบราณที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองสีโลหิตจางๆ
"ค่ายกลสะิดวิญญาณสี่ทิศ..." ผมพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างขื่นขม "ดูท่าพวกมันลงทุนไม่น้อยเพื่อต้อนรับแขกอย่างเรา"
"ไม่ใช่แค่กักขัง..." มู่หรงเซวี่ยกล่าวแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือกยิ่งกว่าสายลมหนาวจากยอดเขาหมื่นบุปผา เธอชี้ปลายนิ้วเรียวงามไปยังพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษกระดูกสีขาวโพลนที่ถูกกัดกร่อนจนพรุน "นี่คือค่ายกลกลืนโลหิต มันดูดซับพลังชีวิตและลมปราณของคนที่หลงเข้ามาทีละน้อย จนกว่าเหยื่อจะแห้งเหี่ยวกลายเป็นศุกราศิลา"
ฉับพลัน!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หมอกทมิฬรอบด้านพลันทวีความหนาแน่นขึ้นจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตนเอง เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้องมาจากใต้พิภพ ราวกับมีอสูรร้ายนับพันกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
*ชิง!*
เสียงกระบี่เยือกแข็งหลุดออกจากฝักดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าครามที่สาดส่องขับไล่ความมืด มู่หรงเซวี่ยก้าวขึ้นมาขนาบข้าง ร่างเพ่งพงศาของเธอบ่งบอกถึงความพร้อมในการต่อสู้ถึงตาย แผ่นหลังของเราแนบชิดกัน สัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวท่ามกลางมหันตภัย
"หลี่เฟยเทียน เจ้ากลัวหรือไม่?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงเล็กน้อย ทว่ายังคงความเย่อหยิ่งไว้ตามวิถีนางเซียน
ผมหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายที่เริ่มปรากฏเงาร่างโปร่งแสงนับร้อยพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความอาฆาตมาดร้าย "คำว่ากลัว... ผมยกให้พวกศัตรูที่บังaaniอาจมาขวางทางเราหมดแล้วครับ"
พลังมารในกายของผมระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงสีดำทะมัดทะมะน โอบล้อมรอบกายราวกับเกราะอัคคีทมิฬ ผมกระชับกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว สัจธรรมแห่งวิถีมารไม่ได้สอนให้ยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่มันสอนให้ฉีกกระชากโชคชะตาด้วยสองมือคู่นี้!
เงาร่างโปร่งแสงพุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วสูง เสียงโหยหวนบาดแก้วหูแผדซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ กระบี่วิปลาสในมือผมตวัดวาดออกเป็นจันทร์เสี้ยวสีดำสนิท ผสานกับกระบวนท่ากระบี่เยือกแข็งของมู่หรงเซวี่ย เกิดเป็นคลื่นพลังสองขั้ว—หยินและหยาง มารและเซียน—ที่ประสานกันอย่างลงตัวอย่างไร้ที่ติ
*ตูม!*
คลื่นกระบี่ระเบิดปะทะกับเงาวิญญาณจนแตกสลายไปนับไม่ถ้วน แรงกระแทกสะท้อนกลับจนพวกเราต้องถอยหลังไปคนละก้าว เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของผม ทว่าแววตายังคงแน่วแน่มั่นคง
ทว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อเงาร่างเหล่านั้นสลายไป พื้นดินตรงกลางค่ายกลกลับแยกตัวออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแท่นบูชาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง บนแท่นนั้นมีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่ ด้ามกระบี่สลักลวดลายพยัคฆ์ขาวและมังกรฟ้า ทว่าตัวใบกระบี่กลับดำสนิทราวกับดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดในโลกหล้า
และที่สำคัญที่สุด... บนแท่นบูชานั้น มีร่างของใครบางคนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีทองขาดวิ่น เส้นผมสีขาวโพลนปกปิดใบหน้า ทว่ากลิ่นไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... กลับทรงพลังกดดันจนลมหายใจของผมและมู่หรงเซวี่ยต้องสะดุดกكن
ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่ไร้แววตา แต่กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง
"นั่นมัน..." มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างเป็นครั้งแรก สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์... ผู้หายสาบสูญไปเมื่อร้อยปีก่อน!"
ผมหรี่ตามองร่างเบื้องหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกอันตรายที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน นี่ไม่ใช่กับดักธรรมดา แต่มันคือหลุมศพที่ถูกเตรียมไว้สำหรับฝังพวกเราทั้งสองคนโดยเฉพาะ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกแห่งวิถียุทธภพอันดุเดือดนี้นะครับ
กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 8
กับดักในหุบเขาหมอกทมิฬ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!