กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 7

วิชาบำเพ็ญเพียรใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากเจ้ายังคุมจังหวะลมหายใจเช่นนี้... กระบี่ในมือของเจ้าก็เป็นได้เพียงเศษเหล็กไร้ค่าที่รอวันขึ้นสนิม" น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกของมู่หรงเซวี่ยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีกาล แสงจันทร์สีนวลนับสาดส่องลงมากระทบผืนป่าไผ่รกร้าง เกิดเงาดำทอดยาวราวกับศาสตراวุธนับหมื่นเล่มที่รอเวลาแผลงฤทธิ์ หุบเขาแห่งนี้ไร้ซึ่งเสียงแมลงร่ำไห้ มีเพียงกระแสลมปราณสองสายที่ปะทะกันอย่างเงียบเชียบแต่ดุเดือดจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น หลี่เฟยเทียนหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนประกายแสงสีม่วงเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ "วิชามารโลหิตสวรรค์" วิชาต้องห้ามที่ชาวยุทธจักรต่างหวาดผวาและรุมประณาม แต่ในยามนี้มันกลับมิได้แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว หากแต่กำลังหลอมรวมเข้ากับกลิ่นอายความบริสุทธิ์เยือกเย็นของ "วิชากระบี่เหมันต์นิรันดร์" ของสตรีตรงหน้าอย่างยากจะเชื่อ พวกเขากำลังเดิมพันด้วยความเป็นความตาย... ไม่ใช่กับศัตรูภายนอก หากแต่เป็นการฝึกฝนเพื่อผสานขั้วพลังสุดขั้วที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ตามหลักสัจธรรมแห่งฟ้าดิน—พลังมารอันดุดันบ้าคลั่ง กับลมปราณเซียนอันบริสุทธิ์เยือกเย็น "ข้าพยายามแล้ว..." หลี่เฟยเทียนแย้มยิ้มหยันให้กับตนเอง มือขวาที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะพลังมารในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขากำลังตีรวน ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ถูกล่ามโซ่ไว้แล้วพยายามจะแว้งกัดผู้เป็นนาย "แต่พลังมารในตัวข้ามันปฏิเสธความสงบของเจ้า... มันต้องการการทำลายล้าง มู่หรงเซวี่ย เจ้าก็รู้ดีว่าเส้นทางที่ข้าเดินไม่มีวันหวนกลับ" มู่หรงเซวี่ยไม่ตอบทันที นางก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับภูตพราย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดของราตรี กระบี่ในมือของนางไม่ได้ชี้มาที่เขา ทว่าปลายคมกระบี่กลับจรดลงที่พื้นดิน เกิดเกล็ดน้ำแข็งสีครามแผ่ขยายเป็นวงกว้างเข้าหาหลี่เฟยเทียนอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยคู่นั้นเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าลึก ลงไปกลับมีความเด็ดเดี่ยวที่สั่นคลอนหัวใจบุรุษผู้ทะนงตนได้เสมอ "หลี่เฟยเทียน เจ้าคิดว่าฟ้าดินกำหนดให้มารและเซียนต้องห้ำหั่นกันจนตายไปข้างหนึ่งจริงหรือ?" เสียงของนางกังวานใสราวน้ำค้างแข็งหยดลงบนจานหยก "หากฟ้าดินกำหนดเช่นนั้น ไฉนจึงส่งเจ้ามาพบข้าท่ามกลางซากปรักหักพังของสำนักหมื่นบุปผาเล่า? หุบปากของเจ้าเสีย แล้วใช้หัวใจ... ไม่ใช่พลังปราณ... ฟังจังหวะกระบี่ของข้า" สิ้นคำพูด นางก็ขยับกาย! ร่างของมู่หรงเซวี่ยวาบหายไปจากจุดเดิม ราวกับสายลมหนาวที่พัดพาเกล็ดหิมะโปรยปราย ท่วงท่ากระบี่ของนางงดงามตระการตาราวกับการร่ายรำท่าจันทร์เพ็ญ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่สามารถตัดผ่านเหล็กกล้าได้ราวกับเต้าหู้ ทุกกระบวนท่ามีความสง่างาม ไร้ที่ติ และเปี่ยมด้วยสัจธรรมแห่งความหลุดพ้น หลี่เฟยเทียนนัยน์ตาหดแคบลง สัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือพเนจรกรีดร้องเตือนภัย เขาไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าตามคัมภีร์วิชามารที่ฝึกปรือ ร่างกายของเขาทะยานขึ้นกลางอากาศพร้อมกับระเบิดไอสีม่วงดำทะทะลันทมิฬออกมา ปราณมารที่ดุดันแผดเผาบรรยากาศรอบกายจนเดือดพล่าน เขากวัดแกว่งกระบี่เข้าปะทะกับนางเซียนผู้เย็นชาท่ามกลางแสงจันทร์ *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะของคมกระบี่สว่างวาบราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ทุกครั้งที่กระบี่ทั้งสองเล่มกระทบกัน แรงกระแทกได้สร้างคลื่นกระแสลมหมุนวนซัดเอาต้นไผ่รอบบริเวณหักโค่นลงเป็นวงกว้าง นี่ไม่ใช่การประลองเพื่อเอาแพ้ชนะ แต่มันคือการ "หลอมรวม" พลังเซียนอันเยือกเย็นพยายามชำระล้างจิตใจของหลี่เฟยเทียนให้สงบลง ขณะที่พลังมารอันบ้าคลั่งของหลี่เฟยเทียนก็คอยเติมความร้อนแรงและชีวิตชีวาให้แก่กระบวนท่าอันไร้หัวใจของมู่หรงเซวี่ย ทว่าความแตกต่างนี้กลับสร้างแรงเสียดทานมหาศาลภายในร่างกายของทั้งคู่ เม็ดเหงื่อผสมผสานกับหยดเลือดที่ซึมออกจากมุมปากของหลี่เฟยเทียน ร่างกายของเขาเริ่มส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระดูกกำลังจะแตกสลาย "อึก...!" หลี่เฟยเทียนครางต่ำในลำคอ เมื่อพลังมารตีกลับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างรุนแรงจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว มู่หรงเซวี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติ นางไม่ถอยหนี กลับพุ่งเข้าประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว มือเรียวบางข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ข้อมือขวาของเขาที่กำลังกำดั่มกระบี่แน่น ไอความเย็นเยือกจากกายของนางทะลักเข้าสู่ร่างของเขาเพื่อช่วยกดขี่พลังมารที่กำลังคลุ้มคลั่ง "ตั้งสติไว้!" นางเอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าของนางอยู่ใกล้เขาเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ผสมกลิ่นอายเลือดลอยวนอยู่ปลายจมูก "หากเจ้าปล่อยให้ความมืดกลืนกินตอนนี้ ความพยายามทั้งหมดของเราจะสูญเปล่า... รวมถึงตัวเจ้าด้วย" หลี่เฟยเทียนมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจเขามาแรมปีคล้ายถูกชะล้างด้วยหยาดน้ำค้างแห่งหุบเขาหมื่นบุปผา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลง ปล่อยวางความแค้น ความเจ็บปวด และความรังเกียจเดียดฉันท์ที่โลกมอบให้ เขากำหนดจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกับหญิงสาวตรงหน้า ยอมเปิดประตูหัวใจรับไอความเย็นเข้ามาหลอมรวมกับเปลวเพลิงมารในกาย *ตูมมม—!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา คลื่นพลังงานสีขาวและสีม่วงดำผสานกันเป็นเกลียวคลื่นมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา แหวกก้อนเมฆหนาทึบจนแสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาอาบร่างของทั้งสองคนราวกับได้รับพรจากสวรรค์ ขอบเขตพลังยุทธ์ของหลี่เฟยเทียนสั่นคลอนอย่างรุนแรง ราวกับกำแพงไร้รูปกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า ทว่า... ในวินาทีที่พลังทั้งสองกำลังจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง *กรอบ... แกรบ...* เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วงดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องล่างหน้าผาหุบเขา มันเป็นฝีเท้าที่ไร้ซึ่งร่องรอยปราณ ทว่ากลับทำให้เส้นขนทั่วร่างของหลี่เฟยเทียนลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ มู่หรงเซวี่ยชะงักกอดกระบี่ในมือแน่น ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองยังความมืดเบื้องล่างทันที "ใคร..." หลี่เฟยเทียนเอ่ยเสียงแหบพร่า พร้อมกับที่กระบี่ในมือส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ราวกับเตือนภัย เงาดำสายหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกหนา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีเทามอมแมม ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกกั้นด้วยหน้ากากไม้รูปอสูรยิ้มเยาะ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของยอดฝีมือทั้งสองต้องกระตุกวูบ คือกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... มันไม่ใช่พลังเซียน และไม่ใช่พลังมาร แต่มมันคือ "พลังปราณแห่งบรรพกาล" ที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าร้อยปี! "นึกไม่ถึง... ว่าข้าจะได้เห็นทายาทแห่งวิชามารโลหิต และนางเซียนผู้หลงทาง กำลังเล่นสนุกอะไรน่าขันเช่นนี้บนหลุมศพของผู้อื่น" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้น พร้อมกับที่หน้ากากรูปอสูรค่อยๆ ถูกมือเหี่ยวย่นดึงออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวที่ลากยาวจากหน้าผากถึงคาง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่หลี่เฟยเทียนด้วยแววตากระหายเลือด และเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่แทบหยุดชะงัก "เจ้าหนู... วิชาที่เจ้ากำลังฝึกอยู่นั่น... แท้จริงแล้วคือ 'กุญแจ' ที่ข้าตามหามาตลอดสามสิบปี ส่งมันมาให้ข้าเสียดีๆ หรือจะให้ข้าควักมันออกจากอกของเจ้าด้วยมือคู่นี้?" — ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ — — พยัคฆ์ขาวคำราม —
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%