ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 5

มินตราคือคนเดียวที่ผมจะรักษา

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
กลิ่นอายของกาแฟราคาถูกในห้องเช่ารูหนูแคบๆ ส, ภาพของกำแพงสีซีดที่มีรอยร้าวรานราวกับเส้นเลือดฝอย และเสียงก.ลอนประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมจนฝืดเคือง... ทั้งหมดนี้คือพยานปากเอกว่า รินทร์ เคยเหยียบย่ำอยู่จุดที่ต่ำที่สุดของห่วงโซ่อาหารในเมืองหลวงแห่งนี้มาแล้วอย่างไร ทว่า ในค่ำคืนนี้ อากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ทรงพลัง บรรยากาศภายในร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ใจกลางเมืองถูกจองไว้จนหมดสิ้น มีเพียงเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่เย็นเฉียบ "รินทร์... คุณทำแบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ?" เสียงหวานเจือความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มินตราก้มมองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย เธอยังจำสายตาดูถูกเหยียดหยามของพนักงานต้อนรับเมื่อครู่ได้ดี จนกระทั่งรินทร์เพียงแค่หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ ออกมาวาง... โลกทั้งใบก็ราวกับหมุนกลับด้านทันที ผู้จัดการร้านถึงกับวิ่งหน้าตื่นเข้าโค้งคำนับจนศีรษะแทบชิดพื้น รินทร์ยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบทอดมองหญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในความมืดมิดของเขา รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความอ่อนโยนที่สงวนไว้ให้เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น "ไม่มีอะไรที่เรียกว่าเกินไปหรอกครับ มินตรา" รินทร์วางแก้วลง เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลแต่หนักแน่นกังวานในความเงียบ "ตลอดเวลาที่คุณกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตไปพร้อมกับผม ตอนที่คุณคอยเอาเสื้อผ้าเก่าๆ ไปซ่อมแซมให้ผมใส่ไปสัมภาษณ์งาน... คุณไม่เคยบ่นสักคำ วันนี้สิ่งที่ผมกำลังทำ มันเป็นเพียงดอกเบี้ยก้อนแรกที่ผมต้องชดใช้ต่างหากครับ" ดวงตากลมโตของมินตราไหวระริก หยาดน้ำใสๆ คลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น ความกดดัน ความลำบาก และความอัดอั้นตันใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา พังทลายลงในวินาทีนี้ "แต่... กระเป๋าใบนี้ กับโฉนดที่ดินที่คุณเพิ่งเซ็นชื่อฉันลงไปเมื่อตอนเย็น... มันมีมูลค่ารวมกันมากกว่าสิบล้านบาทเลยนะคะรินทร์ ฉันกลัว... ฉันกลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่ง" เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งตื้นตันใจ ห่วงใย และหวาดกลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วทุกอย่างจะหายไป รินทร์ทอดถอนหายใจเบาๆ เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวบางที่สั่นเทาบนโต๊ะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงไปสู่หัวใจของเธอ "มองตาผมสิครับ มินตรา" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้น แววตาของรินทร์ไม่มีความลังเล ไม่มีภาพลักษณ์ของไอ้หนุ่มตกอับคนเดิม เหลือเพียงอดีตฮันเตอร์ผู้กุมอำนาจระดับพระเจ้าและระบบมหาศาลที่พร้อมจะแปรเปลี่ยน100ล้านในบัญชีให้กลายเป็นอาณาจักรเพื่อเธอ "ผมเคยสัญญาไว้แล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าวันที่ผมลุกขึ้นยืนได้ คนแรกที่จะได้ก้าวเดินเคียงข้างผมบนจุดสูงสุด จะต้องเป็นคุณ" รินทร์บีบมือเธอกระชับขึ้น "ก้องเกียรติมันอาจจะคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง มันเอาเงินฟาดหัวแฟนเก่าผมเพื่อเยาะเย้ยผม แต่มันไม่เคยรู้เลยว่า... ผู้หญิงที่มันทิ้งขว้างและเหยียดหยามว่าเป็นแค่ยายตัวถ่วง คือเพชรแท้ที่ต่อให้มันเอาเงินทั้งตระกูลมาแลก ผมก็ไม่มีวันยอม" ชื่อของ 'ก้องเกียรติ' ทำให้มินตรารู้สึกสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรู้ดีว่าตระกูลของฝ่ายนั้นมีอิทธิพลและอำนาจมืดมากแค่ไหนในวงการธุรกิจและการประมูลวัตถุดิบฮันเตอร์ "แต่คุณก้องเกียรติเขา... เขาพยายามจะหาทางเล่นงานบริษัทสตาร์ทอัพที่คุณเพิ่งลงทุนอยู่นะคะ ฉันได้ยินข่าวลือมาว่าเขาใช้เส้นสายกดดันซัพพลายเออร์..." มินตราเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีและเป็นห่วงจากก้นบึ้งของหัวใจ รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "ปล่อยให้มันดิ้นรนไปเถอะครับ" รินทร์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา หมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส "ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา คนที่มีเงินร้อยล้านย่อมมีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์ แต่ในโลกที่มี 'ระบบ' คอยหนุนหลัง... คนแบบก้องเกียรติก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานที่ผมรอเวลาจะเขี่ยทิ้งเท่านั้นเอง" บรรยากาศระหว่างทั้งสองเงียบลงชั่วขณะ เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ มินตราสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มตรงหน้า รินทร์คนเดิมที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ซบไหล่เธอในห้องเช่า... ได้ตายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือ 'เงาฮันเตอร์' ผู้ไร้เทียมทาน ผู้ที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อปกป้องเธอ "เปิดมันดูสิครับ" รินทร์พยักเพยิดไปยังกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวแกะริบบิ้นสีทองและเปิดฝากล่องออก แสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนกับเพชรเม็ดโตบนตัวเรือนสร้อยคอทองคำขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์รูปหยดน้ำที่อ่อนช้อยทว่าทอประกายระยิบระยับบาดตา มันไม่ใช่แค่อัญมณีราคาแพง แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่ถูกสั่งทำพิเศษจากช่างฝีมือระดับโลก ชนิดที่มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย "นี่มัน..." มินตราอุทานออกมาเบาๆ มือบางยกขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง "สร้อยเส้นนี้มีชื่อว่า 'น้ำตาแห่งดารา' ครับ" รินทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาว โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ "มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนน้ำตาคราบเก่าทุกหยดที่คุณต้องเสียให้ผม... ให้ผมได้สวมมันให้คุณนะครับ" สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของรินทร์ที่บรรจงเกี่ยวสร้อยคอเข้ากับลำคอระหง ทำให้หัวใจของมินตราเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกปลอดภัยและความรักที่อัดแน่นล้นปรี่จนดวงตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข แต่ทว่า ในวินาทีที่ความโรแมนติกกำลังแผ่ซ่านถึงขีดสุดนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องอาหารวีไอพีถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แรงกระแทกทำให้แจกันดอกไม้ราคาแพงสั่นสะเทือน "เฮ้ย! ใครมันบังอาจจองห้องนี้ตัดหน้าก้องเกียรติวะ!" เสียงตะโกนกร่างอันคุ้นเคยดังลั่นแทรกบรรยากาศอันเงียบสงบเข้ามา พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าของก้องเกียรติบิดเบี้ยวด้วยความโมโห รินทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังมินตรา ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนก เขายังคงจัดปกเสื้อให้หญิงสาวอย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้ต้องหันไปมอง มินตราตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ส่วนรินทร์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ "ยินดีต้อนรับสู่ค่ำคืนที่แพงที่สุดในชีวิตแกครับ... ก้องเกียรติ" — ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งการล้างแค้นและอำนาจนี้ด้วยกันนะครับ — - เงาฮันเตอร์ไร้เงา -
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%