"ขอโทษนะครับ พอดีรถคันนี้... เกรงว่าวงเงินในบัญชีของพวกคุณจะเอื้อมไม่ถึงแม้แต่ค่าประกันชั้นหนึ่งด้วยซ้ำ"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระเบิดขึ้นใจกลางโชว์รูมรถซุปเปอร์คาร์นำเข้าระดับท็อปของเมือง ก้องเกียรติยืนกอดอกพิงรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหรู ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด ข้างกายเขามีพนักงานขายสาวสวยที่เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีเมื่อเห็นกระเป๋าแบรนด์เนมและกุญแจรถหรูของก้องเกียรติ หล่อนส่งสายตาเหยียดหยามมายังรินทร์และมินตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า
โชว์รูมแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและชนชั้น รถยนต์ราคาแปดหลักจอดเรียงรายราวกับงานแสดงศิลปะ แต่สำหรับรินทร์แล้ว ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของคนรวย แต่มันคือสังเวียนที่ความจริงใจถูกเหยียบย่ำด้วยเงินตรา... ในอดีตเขาเคยเป็นเพียงไอ้หนุ่มยากจนที่ก้มหน้าให้คนพวกนี้เหยียบย่ำ แต่วันนี้ กฎเกณฑ์เหล่านั้นกำลังจะถูกเผาให้ราบคาบด้วยมือของเขาเอง
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวบางกำชายเสื้อของรินทร์ไว้เสียแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มข้างกายเพียงใด แต่แรงกดดันจากสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสมเพชก็ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด รินทร์สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยนั้น เขาส่งยิ้มอบอุ่นและอ่อนโยนให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงมินตราเท่านั้นที่จะได้เห็น มันคือความมั่นคงที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของหญิงสาวให้สงบลงได้ทันที
รินทร์หันกลับไปมองก้องเกียรติ สายตาที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลก
"รถคันนี้ราคาเท่าไหร่?" รินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่กังวานก้องไปทั่วทั้งโชว์รูมที่เริ่มเงียบเสียงลงเพื่อรอดูความอับอายของชายหนุ่ม
พนักงานขายสาวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "เจ็ดสิบล้านถ้วนค่ะ! ฟังไม่ผิดหรอกค่ะคุณขา... รถไฮเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition คันนี้ นำเข้ามาแค่คันเดียวในประเทศ คนที่จะซื้อได้ต้องมีเงินในบัญชีหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าพันล้าน ไม่ใช่แค่วันๆ ใส่เสื้อผ้าตลาดนัดมาเดินตากแอร์เล่นแบบพวกคุณหรอกนะคะ ไปเดินดูข้างนอกเถอะค่ะ แถวนี้ควันพิษมันเยอะ เดี๋ยวจะสูดเข้าไปจนเพ้อเจ้อกันใหญ่"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากพนักงานคนอื่นๆ ก้องเกียรติยกย่องมุมปากอย่างเหนือกว่า เขาเดินเข้ามาใกล้รินทร์ กระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ได้ยินกันแค่สองคน
"เลิกฝันกลางวันได้แล้วไอ้รินทร์ มินตราเขาควรอยู่กับคนที่พาไปขับซุปเปอร์คาร์ ไม่ใช่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างแก... ถ้าแกคุกเข่ากราบตีนฉันตรงนี้และขอร้องให้ฉันสงสาร ฉันอาจจะโยนเศษเหรียญให้แกไปตั้งตัวใหม่ก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ"
รินทร์ไม่โต้ตอบ เขานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งของก้องเกียรติพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนน่ากลัว
"เจ็ดสิบล้านสินะครับ..." รินทร์พูดเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงคำรามของอสุนีบาต
มือขวาควักเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทตัดเย็บพิเศษอย่างช้าๆ นิ้วเรียวสัมผัสกับผิวโลหะสีดำสนิทที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมา บัตรเครดิตโลหะผสมไทเทเนียมไร้ขีดจำกัดจากระบบมหาศาลถูกดึงออกมาท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาพอดี พื้นผิวของบัตรสะท้อนประกายแสงสีทองลึกลับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่คนระดับก้องเกียรติไม่มีวันได้ครอบครอง
เขายื่นบัตรสีดำสนิทใบนั้นให้กับผู้จัดการโชว์รูมที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบด้วยท่าทีตื่นตระหนก
"รูดเต็มจำนวนครับ... ไม่ต้องทอน"
ผู้จัดการโชว์รูมรับบัตรใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่สัมผัสเนื้อโลหะและเห็นสัญลักษณ์พิเศษบนหน้าบัตร ดวงตาของเขาก็เบิกโพ้าง
เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากราวกับคนไข้โรคหัวใจกำเริบ นี่ไม่ใช่บัตรเครดิตธรรมดา แต่มันคือบัตรระดับ VVIP ที่มีออกันเพียงไม่กี่ใบในโลก! วงเงินไม่จำกัด และมีเพียงมหาเศรษฐีระดับโลกหรือผู้มีอิทธิพลเงาเท่านั้นที่ถือครอง!
"ค... คุณท่านครับ... นี่มัน..." เสียงของผู้จัดการสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"มีปัญหาอะไรหรือครับ? หรือว่าเงินเจ็ดสิบล้านในบัญชีผมมันน้อยเกินไปจนเครื่องรูดบัตรของพวกคุณรับไม่ไหว?" รินทร์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงสุภาพแต่กดดันจนผู้จัดการเข่าแทบทรุด
"ม... ไม่ใช่ครับ! ไม่ใช่เลยครับท่าน! เชิญทางนี้ครับ! เชิญครับ!"
ผู้จัดการโชว์รูมโค้งตัวลงเกือบเก้าสิบองศาทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน พนักงานสาวที่เคยปากดีเมื่อครู่หน้าซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ ร่างกายของหล่อนสั่นสะท้านจนต้องหาที่พิงเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ก้องเกียรติอ้าปากค้าง รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า สมองของเขาขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
"กริ๊ง... ติ๊ด!"
เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัด ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับสลิปกระดาษที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากเครื่องยืนยันยอดเงินเจ็ดสิบล้านบาทที่ถูกตัดผ่านอย่างไร้รอยต่อ
รินทร์รับบัตรสีดำคืนมาเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น เขาก้าวเข้าไปใกล้ก้องเกียรติที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า สายตาคมกริบมองลงมาที่อดีตคู่ปรับราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"รถคันนี้ผมซื้อสดแล้วนะครับ... และบังเอิญว่า ผมไม่ชอบให้มีขยะมาช-ตากอากาศอยู่ใกล้ๆ รถคันใหม่ของผม" รินทร์หันไปมองผู้จัดการโชว์รูมด้วยแววตานิ่งสนิท "ช่วยจัดการลากเศษสวะพวกนี้ออกไปให้พ้นสายตาผมที... อ้อ แล้วก็แบนคนพวกนี้จากการเข้ามาเหยียบโชว์รูมนี้ตลอดชีวิตด้วยนะครับ"
"รับทราบครับท่าน! รปภ.! เชิญคนพวกนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!" ผู้จัดการคำรามลั่น รปภ.ร่างยักษ์สี่คนก้าวเข้ามาล้อมกรอบก้องเกียรติและพนักงานสาวทันที
ก้องเกียรติหน้าตาตื่นตระหนก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและหวาดกลัว เขากำลังจะอ้าปากโวยวาย แต่ทว่า...
จู่ๆ เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำมหึมาก็บินแหวกน่านฟ้าลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้ากระจกของโชว์รูม แรงลมจากการหมุนของใบพัดตีระกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนก้าวลงมาโค้งคำนับให้รินทร์ผ่านกระจกใส พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือของผู้จัดการที่สั่นสะท้านยื่นเข้ามาหาเขาด้วยความนอบน้อมที่สุด
"ค... คุณรินทร์ครับ... สายด่วนจากท่านประธานใหญ่ธนาคารกลาง... ท่านต้องการเรียนสายกับท่านเจ้าของบัตรโดยตรงครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะครับ
- เงาฮันเตอร์ไร้เงา -
ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 4
รถซุปเปอร์คาร์ที่ไม่มีใครกล้าแตะ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!