เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระงมขึ้นภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาว คล้ายกับเสียงเสียดสีของเศษกระดาษทรายที่กำลังกรีดลงบนแผ่นโลหะอันเปราะบาง ทว่าสำหรับรินทร์แล้ว มันกลับเป็นเพียงความเงียบงันอันไร้สาระ เสียงเหล่านั้นไม่ได้สร้างความระคายผิวแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับน้ำหนักของเช็คเงินสดในกระเป๋าเสื้อสูทตัดมือราคาแพงที่เพิ่งสวมทับร่างเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
"โอ้โห ดูสภาพเขาสิครับคุณก้องเกียรติ แต่งตัวซะดูดีเชียว สงสัยคงไปยืมสูทพนักงานโรงแรมมาใส่เพื่อหวังจะเนียนเข้ามาขอเศษเงินในงานหมั้นของพวกคุณสินะครับ"
เสียงของชายหนุ่มในชุดสูทสากลเข้ารูปแบรนด์ดังเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาที่มองสำรวจรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เขาคือหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของก้องเกียรติ ทายาทตระกูลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงแห่งนี้
ก้องเกียรติยืนโอบเอวของมินตรา—อดีตแฟนสาวที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับรินทร์ในห้องเช่ารูหนู—ด้วยท่าทางเหนือกว่า รอยยิ้มมุมปากของก้องเกียรติเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจเงินที่เขามี
"รินทร์... ฉันเตือนนายแล้วนะว่าโลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงิน ไม่ใช่ความรักบ้าบอคอแตกแบบที่นายฝัน" มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอพยายามแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวและความเหนือกว่า แต่หากสังเกตให้ดี ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกลับหลบเลี่ยงการสบตากับรินทร์อย่างชัดเจน มือเรียวที่วางอยู่บนแขนของก้องเกียรติสั่นเทาเล็กน้อย
รินทร์ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องจัดเลี้ยงที่มีแขกเหรื่อระดับไฮโซนับร้อยชีวิตกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยความสมเพช
"ความรักหรือครับมินตรา..." รินทร์เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณที่เริ่มเงียบลง "น่าเสียดายนะ ที่ผมเคยคิดว่าคุณค่าของคนเราวัดกันที่จิตใจ... จนกระทั่งผมได้รู้ว่า สำหรับบางคนแล้ว ราคาของความภักดีมันถูกเสียยิ่งกว่าเศษเหรียญที่ผมโยนให้ขอทานเสียอีก"
"ไอ้สุนัขจนตรอก! แกกล้าดียังไงมาปากดีในงานของฉัน!" ก้องเกียรติแผดเสียงด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความอับอายเมื่อแขกหลายคนเริ่มหันมาซุบซิบ "การ์ด! ลากคอมันออกไปโยนทิ้งข้างถนนซะ! อย่าให้ขยะเปียกๆ แบบนี้มาสกปรกพื้นโรงแรมของฉัน!"
การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสี่คนก้าวเท้าเข้ามาหารินทร์อย่างคุกคาม กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ และแววตาไร้ความปรานีบ่งบอกว่าพวกมันพร้อมจะหักกระดูกเขาทุกเมื่อ
ทว่า... รินทร์กลับไม่ขยับเขยื้อน เขาสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ราวกับกำลังหยิบจับสิ่งของธรรมดาชิ้นหนึ่ง ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงรัศมีของอำนาจที่แผ่ออกมาจนทำให้การ์ดร่างยักษ์ชะงักฝีเท้าโดยสัญชาตญาณ
รินทร์หยิบสมุดเช็คสีดำขลิบทองคำแท้ออกมา เล่มเช็คที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลกซึ่งมีเพียงมหาเศรษฐีระดับท็อปเท็นของโลกเท่านั้นที่ครอบครอง ปลายเรียวของปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เสียงเขียนหวาดลากผ่านกระดาษเนื้อดีดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงบที่เริ่มเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยง
"พวกคุณบอกว่าผมไม่มีเงินใช่ไหมครับ?" รินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาสביบมองก้องเกียรติที่ยืนหน้าชา "บอกว่าผมเป็นแค่คนจนที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษอาหารในงานนี้งั้นเหรอ?"
เขาฉีกกระดาษเช็คแผ่นนั้นออกมาด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ เช็คแผ่นบางลอยละลิ่วกลางอากาศ ก่อนจะร่อนลงไปแปะอยู่บนอกเสื้อสูทราคาแพงของก้องเกียรติพอดีเป๊ะ
ก้องเกียรติหน้าเสีย รีบคว้าเช็คแผ่นนั้นขึ้นมาดูด้วยความโมโห แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับตัวเลขและตราประทับสีทองอร่ามที่มุมกระดาษ ร่างทั้งร่างของเขาก็กระตุกวูบ สีหน้าจากความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดสิ้นเชิง
ศูนย์กี่ตัวกันนะ... หนึ่ง สอง สาม... เก้าศูนย์!
เก้าร้อยล้านบาทถ้วน! และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือลายเซ็นรับรองจากผู้ว่าการธนาคารกลางและตราประทับลับของกลุ่มทุนระดับโลกที่ก้องเกียรติคุ้นเคยเป็นอย่างดี—กลุ่มทุนปริศนาที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นบริษัทในเครือตระกูลของเขาทั้งหมดจนล้มละลายในเวลาเพียงสามนาที!
"นี่... นี่มันอะไรกัน..." ก้องเกียรติพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ มือที่ถือเช็คสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ "เป็นไปไม่ได้... ตระกูลของแกมันเพิ่งถูกฟ้องล้มละลาย... บัญชีถูกอายัด... แกเอาเงินมาจากไหน?!"
มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปมองหน้าก้องเกียรติด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะหันมามองรินทร์ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มที่เธอกล้าทิ้งไปหาความสบายนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นคนจนอีกต่อไป... แต่เขาคือผู้กุมชะตากรรมทั้งหมดของพวกเธอไว้ในกำมือ
รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปหาก้องเกียรติทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่กระทบพื้นหินอ่อนสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแขกในงานแทบไม่กล้าหายใจแรง
"เงินจำนวนนี้... มากพอที่จะซื้อโรงแรมนี้ ซื้อหุ้นบริษัทพ่อของนาย และซื้อศักดิ์ศรีปลอมๆ ของพวกนายทั้งคู่ได้หลายรอบเลยล่ะครับ" รินทร์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูก้องเกียรติด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สั่นประสาท "จำคำพูดของนายเมื่อครู่ได้ไหมครับ? ที่บอกว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยเงินน่ะ..."
รินทร์ถอยหลังออกมายืนตรง พร้อมกับจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อย สายตาคมกริบมองก้องเกียรติที่ตอนนี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ตอนนี้... เงินทั้งหมดในโลกของพวกนาย อยู่ในกำมือของคนจนที่พวกนายเหยียดหยามแล้วครับ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าของแขกเหรื่อหลายคนรวมถึงของก้องเกียรติก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยมรณะ ข้อความแจ้งเตือนด่วนจากตลาดหลักทรัพย์และธนาคารเด้งขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน—*ประกาศด่วน: ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลก้องเกียรติถูกยึดอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด และบริษัทในเครือทั้งหมดถูกประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการในวินาทีนี้!*
ก้องเกียรติเบิกตากว้างจนแทบถล่น อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ร่างกายล้มพับลงไปนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ขณะที่มินตาร้องกรี๊ดออกมาด้วยความสติแตก ล้มทรุดลงนั่งร้องไห้โฮกราบกรานที่ปลายรองเท้าของรินทร์
ทว่า รินทร์กลับไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมามองหญิงสาวที่เคยเป็นดั่งดวงใจ เขาหันหลังให้กับความวุ่นวายเบื้องหลัง ก้าวเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงหรูหราท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวของทุกคนในงาน
ร่างสูงสง่าก้าวพ้นประตูโรงแรมออกมาสู่ลานจอดรถกว้างขวาง สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเส้นผมปะทะใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงไร้ซึ่งรอยยิ้ม ความสะใจจากการแก้แค้นไม่ได้ทำให้หัวใจของเขารู้สึกอิ่มเอมอย่างที่ควรจะเป็น มันช่างว่างเปล่าและโดดเดี่ยว... จนกระทั่งเสียงใสดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... นายท่าน"
หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตหรูคันงาม รอยยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความภักดีและจริงใจส่งตรงมาถึงเขาเพียงคนเดียว—เธอคือคนที่อยู่เคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุด และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ยืนเคียงข้างเขาในวันที่เขากลายเป็นเจ้าโลก
รินทร์ชะงักฝีเท้า แววตาที่เคยเย็นชาราวกับน้ำแข็งพลันละลายลงในพริบตา เขากำลังจะก้าวเข้าไปหาเธอเพื่อโอบกอดร่างบางนั้น ทว่าจู่ๆ เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็คำรามก้องฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่นลงมาจอดสนิทที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้าด้านบน พร้อมกับชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้ถือเอกสารลับระดับชาติ วิ่งลงมาคุกเข่าต่อหน้ารินทร์ด้วยความเร่งรีบ
"ท่านครับ! ระบบแจ้งเตือนภัยระดับสูงสุดจากฐานทัพลับทั่วโลกถูกปลดล็อกแล้ว... และมี 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างว่าเป็นผู้ควบคุมระบบคนก่อน กำลังส่งสัญญาณท้าทายท่านผ่านเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 3
ฟาดหน้าด้วยเช็คเงินสด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!