หน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์ใจกลางย่านธุรกิจระดับมหานคร กำลังฉายภาพกราฟิกแสดงแผนผังการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ห้าแห่งในประเทศ เส้นสายสีแดงโยงใยเข้าหากันราวกับใยแมงมุม ก่อนที่จุดศูนย์กลางของเครือข่ายทั้งหมดจะถูกขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มจอ ปรากฏเป็นภาพถ่ายใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง—ใบหน้าที่คนในสังคมชั้นสูงเพิ่งเริ่มคุ้นเคย แต่สำหรับก้องเกียรติแล้ว มันคือฝันร้ายที่กำลังกัดกินวิญญาณของเขาให้แหลกสลายเป็นจุล
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงพثัมรอดไรฟันของก้องเกียรติสั่นสะเทือน แก้วคริستัลบรรจุไวน์ราคาแพงในมือสั่นระริกจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนสูทตัด ริมฝีปากของเขาซีดเผือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขณะที่สายตานับร้อยคู่ในงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ต่างหันขวับมาจ้องมองเขาเป็นตาเดียว
ข่าวกรองด่วนจากตลาดหลักทรัพย์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เขย่าขวัญทุกลมหายใจของคนในห้องโถงหรูหราแห่งนี้
กองทุนลึกลับ 'แบล็กชาโดว์ (Black Shadow)' ที่เข้าซื้อกิจการเครือข่ายโลจิสติกส์และห้างสรรพสินค้าในเครือทีเค กรุ๊ป แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อวานนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้มีกลุ่มทุนต่างชาติหนุนหลังอย่างที่สำนักข่าวเศรษฐกิจวิเคราะห์กัน แต่มันคือการถือครองสิทธิ์โดยบุคคลเพียงคนเดียว... บุคคลที่เพิ่งถูกขับไล่ออกจากตระกูลกระจอกๆ และถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ขี้แพ้ไร้อนาคตเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
รินทร์
ชื่อนี้ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ชายหนุ่มผู้เคยนั่งก้มหน้ายอมรับความอัปยศในร้านอาหารราคาถูก บัดนี้กลายเป็นผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศไปเสียแล้ว
ในมุมหนึ่งของห้องโถง มินตราในชุดราตรีเรียบหรูสีมรกตยืนนิ่งงัน มือเรียวบางยกขึ้นปิดริมฝีปากด้วยความตกตะลึงไม่แพ้ใคร แม้เธอจะรู้ว่ารินทร์มีความลับบางอย่างที่ทรงพลังซ่อนอยู่จากระบบปริศนาที่เขาครอบครอง แต่ภาพความจริงที่ปรากฏตรงหน้า—ความจริงที่ว่าผู้ชายคนที่กุมมือเธอในยามยากจนข้นแค้น บัดนี้ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ—ก็ยังสร้างความระทึกใจให้เธอจนแทบหยุดหายใจ
มินตราหันไปมองรินทร์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายเขา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปขับเน้นรัศมีเยือกเย็นและทรงอำนาจออกมาอย่างธรรมชาติ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังก้องเกียรติที่กำลังยืนขาแข็งค้างอยู่กลางห้อง ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
"คุณรินทร์ครับ..." เสียงของประธานกรรมการธนาคารใหญ่สั่นพร่า ขณะก้าวเข้ามาโค้งตัวให้รินทร์ด้วยความเคารพยำเกรงสูงสุด "ทางเราเพิ่งตรวจสอบเอกสารการโอนสิทธิ์... ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลก้องเกียรติ ตอนนี้อยู่ในสถานะ 'จำจำนองและรอการชำระบัญชี' ตามคำสั่งของท่านแล้วครับ จะให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างไรต่อดีครับ"
รินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดและเยือกเย็น มันคือรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ก้องเกียรติเคยใช้เหยียดยหยามเขาในอดีต ไม่มีผิดเพี้ยน
"ยังไม่ต้องรีบครับท่านประธาน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนไปทั่วทั้งห้องโถงที่เงียบสงัด "ปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการเป็น 'คนไร้ค่า' ให้เต็มที่เสียก่อน... เหมือนกับที่เขาเคยพยายามทำกับผมและคนที่ผมรักอย่างไรล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น รินทร์ก็เอื้อมมือไปโอบเอวบางของมินตราเข้ามาชิดกายอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาคือเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าอำนาจเงินตราจะยิ่งใหญ่เพียงใด สิ่งเดียวที่เขายังคงรักษาไว้ด้วยชีวิตก็คือหญิงสาวผู้ไม่เคยทอดทิ้งเขาในวันที่มืดมนที่สุด
ก้องเกียรติที่ได้ยินดังนั้น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวผสมปนเปกัน เขาทิ้งมาดคุณชายผู้หยิ่งผยองอย่างไร้เยื่อใย พุ่งตรงเข้ามาหารินทร์หมายจะระบายความคลุ้มคลั่ง แต่ยามนี้ ร่างกายของเขากลับหยุดชะงักลงด้วยแรงกดดันอันมหาศาลจากบอดี้ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ทันที
"แก... ไอ้สารเลวรินทร์! แกใช้เล่ห์กลอะไรห๊ะ!" ก้องเกียรติแผדเสียงคำรามด้วยความสติแตก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "แกมันก็แค่ไอ้จนตรอก! แกไม่มีทางซื้อทุกอย่างได้ด้วยเงินสกปรกหรอก!"
รินทร์ปรายตามองศัตรูคู่อาฆาตด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งในฤดูหนาว เขาไม่ได้โกรธเคือง ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมานอกจากความว่างเปล่าที่น่ากลัว เพราะในโลกของคนกุมอำนาจ การต่อปากต่อคำกับสุนัขที่กำลังจนตรอกนั้นเสียเวลาเปล่า
"เงินอาจจะซื้อความจริงไม่ได้ทั้งหมดหก้องเกียรติ..." รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "แต่มันซื้อ 'ความเงียบ' ของคนที่เคยเหยียบย่ำผมได้... และมันก็ซื้อ 'อนาคต' ของครอบครัวแกได้ทั้งหมดเช่นกัน"
รินทร์หยุดยืนห่างจากก้องเกียรติเพียงแค่เอื้อมมือ
เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความกดดันอันหนักอึ้งบดขยี้ประสาทสัมผัสของทุกคนในงาน ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามที่มีสัญลักษณ์รูปเงาอินทรีสลักไว้ออกมา
มันคือบัตรเครดิตอภิสิทธิ์ไร้ขีดจำกัดจากระบบ—บัตรที่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ทั้งตระกูล
รินทร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายื่นบัตรสีดำใบนั้นไปข้างหน้า ส่งสัญญาณให้เลขาคนสนิทกดโทรศัพท์เปิดลำโพงเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณตรงกับห้องประชุมใหญ่ของตระกูลก้องเกียรติที่กำลังประชุมเครียดเรื่องล้มละลาย
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนจะมีเสียงปลายสายรับด้วยความตื่นตระหนก
*"ฮัลโหล! ใครน่ะ! ที่นี่ประชุมลับของบอร์ดบริหารตระกูล..."* เสียงผู้เป็นพ่อของก้องเกียรติดังลอดออกมาด้วยความร้อนรน
รินทร์แย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความเยียบเย็นระลอกใหม่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งตระกูลก้องเกียรติถึงกับหัวใจวายตายคาที่
"สวัสดีครับคุณพ่อยาย... เอ่อ, ขออภัยครับ ผมหมายถึงคุณพ่อของก้องเกียรติน่ะครับ พอดีผมเพิ่งกดอนุมัติวงเงินซื้อหุ้นทั้งหมดของพวกคุณเรียบร้อยแล้ว... และตอนนี้ หนี้สินห้าหมื่นล้านที่พวกคุณค้ำประกันไว้ ได้ถูกโอนมาเป็นชื่อของผมแต่เพียงผู้เดียวแล้วนะครับ"
สิ้นเสียงประกาศิตนั้น หน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์ด้านหลังก็เปลี่ยนเป็นภาพเอกสารการล้มละลายของตระกูลก้องเกียรติอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรสีดำของรินทร์ที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง—*ติ๊ด!*—การปิดฉากความยิ่งใหญ่ของตระกูลผู้เคยหยิ่งผยองได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 13
ความจริงถูกเปิดเผย
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!