"ถ้าเงินจำนวนนี้ยังไม่พอที่จะซื้อความสุלחמתของเธอ... ฉันยินดีที่จะกว้านซื้อตึกทั้งย่านนี้ เพื่อให้เธอรู้ว่า บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่ฉันยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกแล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของรินทร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ประตูไม้สักทองบานมหึมาสลักลวดลายวิจิตรของภัตตาคารหรูระดับมิชลินสามดาว 'L'Étoile Céleste' ปิดสนิทลงอย่างถาวรจากโลกภายนอก
ไม่ใช่เพราะหมดเวลาทำการ... แต่เป็นเพราะชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยามว่าเป็นไอ้กระจอกเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ได้ใช้สิทธิ์ของระบบเพดานทางการเงินระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ทุ่มเงินสดแปดหลักเพื่อ "เหมา" ทั้งภัตตาคารให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับคนเพียงสองคนในค่ำคืนนี้
มินตรานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอาหารจานหรูตรงหน้าที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ สลับกับใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เธอรัก รินทร์ในยามนี้ไม่ได้สวมชุดสูทราคาถูกที่เคยใส่ไปสมัครงานแล้วถูกไล่ตะردเหมือนหมูเหมือนหมาอีกต่อไป เสื้อสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลานรับกับเรือนร่างสมส่วน ทว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่เครื่องแต่งกายราคาแพงระยับเหล่านี้... แต่อยაงใด หากแต่เป็น "รัศมี" ความเยือกเย็น เด็ดขาด และอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาต่างหาก
"รินทร์คะ... เอ๊ย... พี่รินทร์... ทำไมถึงต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ?" มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ความประหม่าฉายชัดบนดวงพักตร์นวลเนียน มือเรียวบางประสานเข้าหากันแน่นบนตัก "แค่เราไปกินข้าวข้างทางเหมือนเดิม... มินตราก็มีความสุขมากแล้วนะ"
รินทร์วางแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงวินเทจปี 1982 ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบเหลือบมองหญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในห้วงเหวลึกของชีวิต ความเย็นชาที่ใช้ฟาดฟันศัตรูพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นลุ่มลึกที่เขามอบให้เธอผู้เดียว
"เพราะเธอไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยต่างหาก มินตรา" รินทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาทอประกายจริงจัง "ในวันที่ฉันไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกล่องประทังชีวิต เธอคือคนที่นั่งกินมาม่าห่อละหامบาทข้างถนนเป็นเพื่อนฉัน ในวันที่ไพร่ฟ้าหน้าไหนก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน เธอคือคนเดียวที่บอกว่าฉันยังมีค่า... สำหรับโลกที่เคยมืดบอดใบนั้น ฉันติดค้างเธอนานเกินไปแล้วครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้น ทำให้น้ำตาคลอเบ้าตากลมโตของมินตราทันที เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปี ความยากลำบาก ความกดดัน และสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากสังคมรอบข้าง หลอมรวมเป็นบาดแผลในใจ แต่วันนี้... บาดแผลเหล่านั้นกำลังถูกชำระล้างด้วยความรักที่มั่นคงและอำนาจเงินที่ไร้ขีดจำกัดของชายหนุ่มตรงหน้า
"ทานเถอะครับ อาหารพวกนี้ยังอุ่นอยู่... และต่อจากนี้ ชีวิตของเธอจะไม่ต้องสัมผัสกับความหนาวเหน็บหรือความอดอยากอีกต่อไป" รินทร์ผายมือไปยังจานอาหารตรงหน้า พลางส่งยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็น
บรรยากาศภายในห้องอาหารหรูถูกโอบL้อมด้วยเสียงไวโอลินบรรเลงสดจากนักดนตรีมืออาชีพที่รินทร์ว่าจ้างมาเป็นการส่วนตัว พวกเขาทั้งสองดื่มด่ำกับมื้อค่ำสุดหรูท่ามกลางความเงียบสงบ ไม่มีสายตาดูถูกเหยียดหยามจากสังคมไฮโซจอมปลอม ไม่มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของก้องเกียรติและพวกพ้อง มีเพียงความจริงใจและสัจจะวาจาที่รินทร์ได้ให้ไว้กับตัวเอง
ทว่า ความสุขที่สมบูรณ์แบบมักเป็นเป้าหมายของการทดสอบจากโชคชะตาเสมอ
ขณะที่รินทร์กำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงชั้นดาดฟ้าก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกอย่างไม่ไว้หน้า
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มินตราสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองตามเสียงด้วยความตกใจ รินทร์ยังคงนิ่งสงบ เขาวางแก้วไวน์ลงช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนจากความอบอุ่นเมื่อครู่ กลับคืนสู่ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลักในเสี้ยววินาที
ภายใต้แสงไฟสลัวของค่ำคืน ร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังกระจกใส สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงแต่ยับยู่ยี่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเข้ามาภายในร้านด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบเป็นสายเลือด...
นั่นคือ "ก้องเกียรติ" ศัตรูตัวฉกาจผู้เคยเหยียบย่ำรินทร์อย่างไร้ความปรานี และเป็นคนที่คิดมาตลอดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ รวมถึงตัวของมินตราด้วย
ก้องเกียรติยกมือขึ้นทุบกระจกกระจกนิรघाटเสียงดังสนั่น พร้อมกับตะโกนด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่ง แม้เสียงจะเล็ดลอดเข้ามาในห้องได้ไม่ชัดเจนนัก แต่รูปปากและแววตานั้นแสดงออกถึงความเดือดดาลที่เห็นอดีตไอ้กระจอกอย่างรินทร์ กลายมาเป็นเจ้าของภัตตาคารหรูที่แม้แต่ตระกูลของเขายังต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน
รินทร์แค่นAยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาสไลด์หน้าจอเพียงครั้งเดียว
*ติ๊ง!*
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกปรากฏขึ้น พร้อมกับยอดวงเงินที่ถูกปลดล็อกเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าตัวเพื่อเตรียมรับมือกับ "แมลงรำคาญ" ที่บังIญบินเข้ามาในอาณาเขตของเขา
รินทร์หันไปมองมินตราที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาเอื้อมมือไปกุมมืออันเย็นเฉียบของเธอไว้ พร้อมกับกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและมั่นคงที่สุด
"รอก่อนนะมินตรา... คืนนี้ เรามาดูละครสัตว์ฉากใหญ่กันดีกว่าครับ ว่าเงินร้อยล้านของฉัน จะทำให้ไอ้เศษสวะตัวนี้ คุกเข่าซบเท้าเราได้อย่างไร"
รินทร์หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับประตูระเบียง โดยไม่รู้เลยว่า... เบื้องหลังความบ้าคลั่งของก้องเกียรติในค่ำคืนนี้ ยังมี "บุคคลที่สาม" ผู้กุมความลับอันดำมืดในอดีตของตระกูลรินทร์กำลังก้าวเท้าเข้ามาในเงาดำของภัตตาคารแห่งนี้ พร้อมกับเอกสารลับฉบับหนึ่งที่จะพลิกกระดานเกมทั้งหมดไปตลอดกาล!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
*เขียนโดย: เงาฮันเตอร์ไร้เงา*
ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 14
มื้อค่ำสุดหรูของคนรวยที่สุด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!