ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 15

คนรอบตัวที่เริ่มพลิกฝั่ง

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดราคาแพงระยับลอยอบอวลอยู่ภายในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับไม่ได้รื่นรมย์ตามกลิ่นหอมนั้นเลยแม้แต่น้อย "รินทร์... กาแฟแก้วนี้ทางเราคัดสรรเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดจากทวีปอเมริกาใต้มาให้คุณชายโดยเฉพาะเลยนะครับ ลองชิมดูสักนิดสิครับว่าถูกปากไหม" เสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมจนเกือบจะ ราบคาบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาฝฝาดเฝื่อนและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงระคนประจบประแจง ชายคนนี้คือ "ประวิทย์" ผู้จัดการภาคพื้นของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่—คนที่เมื่อสามเดือนก่อนเคยยืนกอดอกมองรินทร์ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ไล่ตะเพิดเขาออกจากล็อบบี้เพราะหาว่าแต่งตัวสกปรกมารบกวนแขกไฮโซ รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคมกราบกวาดมองแก้วเซรามิกราคาแพงในมือของอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความยินดีหรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว ความเงียบงันที่ทอดยาวร่วมสิบวินาทีสร้างความกดดันให้ประวิทย์ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้แอร์จะเย็นฉ่ำจนเยือกกระดูกก็ตาม "คุณประวิทย์จำผมได้ด้วยเหรอครับ?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังสะดุ้งสุดตัว "อะ... โธ่ คุณรินทร์ครับ! อย่าพูดเช่นนั้นเลยครับ!" ประวิทย์รีบวางถาดกาแฟลงบนโต๊ะกระจกอย่างระมัดระวัง โค้งตัวลงต่ำจนเกือบขนานกับพื้น "ผม... ผมมันตาถั่วครับ วันนั้นผมมีงานล้นมือจนตาลายไปหมด ไม่รู้เลยว่าเป็นท่านผู้มีอภินันทนาการระดับวีไอพีของเครือเรา โปรดอภัยให้คนโง่เขลาอย่างผมด้วยเถอะครับ!" คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นถูกพ่นออกมาอย่างลนลาน ภาพจำของชายหนุ่มสภาพมอมแมมที่ถือกระเป๋าเอกสารเก่าๆ ในวันนั้น ได้ถูกทับซ้อนด้วยภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมอำนาจเม็ดเงินหลายร้อยล้านในบัญชี พร้อมด้วยระบบปริศนาที่พร้อมจะกว้านซื้อตึกนี้ได้ทั้งหลังด้วยการปลายนิ้วสัมผัส รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขา "ความจำดีขึ้นนี่ครับ... น่าเสียดาย ที่ความทรงจำของผมไม่ได้แย่ขนาดนั้น" รินทร์ปรายตามองเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นที่วางอยู่ข้างๆ "วันนั้น... คุณบอกผมว่าคนอย่างผมต่อให้ทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบพรมแดงของโรงแรมนี้... แล้วนี่อะไรครับ? พรมแดงผืนเดียวกัน ทำไมตอนนี้มันถึงดูสั้นลงจนคุณต้องรีบวิ่งมาปูทางให้ผมเดินล่ะครับ?" "รินทร์..." เสียงหวานนุ่มนวลแต่สั่นเทาเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านข้าง มินตราที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นเอื้อมมือมาแตะแขนของเขาเบาๆ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอไม่อยากให้รินทร์จมปลักอยู่กับความแค้นฝังใจ แม้ว่าพวกมันจะเคยเหยียบย่ำพวกเขาอย่างโหดร้ายแค่ไหนก็ตาม รินทร์หันไปมองมินตรา สายตาที่แข็งกร้าวและเย็นชาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกซึ้งในเสี้ยววินาที เขายื่นมือไปกุมมือเรียอบางของเธอไว้ มอบสัมผัสที่มั่นคงเพื่อบอกให้รู้ว่า—ต่อให้โลกทั้งใบจะคุกเข่าต่อหน้าเขา แต่สำหรับเธอคนนี้ เขาจะไม่มีวันเปลี่ยนไป มินตราส่งยิ้มบางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเป็นเกราะคุ้ม ภัยจิตใจชิ้นเดียวที่ทำให้รินทร์ยังคงรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ท่ามกลางวังวนแห่งอำนาจเงินตรา เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับประวิทย์อีกครั้ง แววตาของรินทร์ก็กลับมาคมกริบดั่งใบมีดโกน "กลับไปบอกเจ้านายของคุณ... ว่าตึกนี้ ค่าเสื่อมราคาหมดลงแล้ว" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ "และพรุ่งนี้เช้า ผมจะส่งทีมทนายความมายื่นเรื่องเข้าซื้อกิจการ หวังว่าคุณจะยังรักษาเก้าอี้ผู้จัดการตัวนั้นไว้ต้อนรับผมนะ... ถ้าคุณยังไม่ถูกไล่ออกเสียก่อน" ประวิทย์หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขาทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมทันทีโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น มือสั่นเทากำลังจะเอื้อมไปควชายขาางเกงของรินทร์เพื่อร้องขอความเมตตา ทว่ารินทร์กลับก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ราวกับว่าเบื้องล่างนั้นเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า ทว่า... เมื่อก้าวพ้นประตูห้องรับรองวีไอพีออกมาสู่โถงกลางของโรงแรม ความวุ่นวายรูปแบบใหม่ก็รออยู่แล้ว "รินทร์! คุณรินทร์ครับ! ทางนี้ครับคุณรินทร์!" เสียงตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นจนน่าเกลียดดังขึ้น ฝูงชนในชุดสูทหรูและชุดราตรีราคาแพงที่เคยเป็นกลุ่มสังคมไฮโซของก้องเกียรติ ต่างพากันกรูเข้ามาหารินทร์ราวกับฝูงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ นำหน้าโดย "ธนาธร" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหญ่ที่เคยประกาศกร้าวในงานเลี้ยงสมาคมว่าคนจนไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ "อ้า... คุณรินทร์ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ! หล่อขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย แหม ได้ข่าวว่าโปรเจกต์ใหม่ที่ท่าเรือก้าวหน้าไปมากเลยนี่ครับ ผมล่ะชื่นชมจริงๆ คนหนุ่มไฟแรงมีความสามารถแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยในยุคนี้!" ธนาธรฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ประจบสอพลอจนออกนอกหน้า พยายามยื่นมือเข้ามาขอจับมือ รินทร์หยุดเดิน ปลายหางตามองมือที่ยื่นมานั้นด้วยความรังเกียจ เขายังคงกุมมือมินตราไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ความสกปรกของคนเหล่านี้มาแตะต้องแม้แต่ชายผ้า "จำผมได้ด้วยเหรอครับคุณธนาธร? นึกว่าสมองของคุณจะจำได้แต่เรื่องลงทุนซื้อหุ้นบริษัทใกล้เจ๊งเสียอีก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน ธนาธรสะดุ้งเล็กน้อย แต่ความหน้าหนาของนักธุรกิจเคבריโชกโชนทำให้เขายังคงรักษา รอยยิ้มไว้ได้ "โธ่ คุณรินทร์ก็... เรื่องในอดีตมันก็แค่ความเข้าใจผิดครับ! ผมเคยบอกลูกน้องหลายครั้งแล้วว่าคุณรินทร์เนี่ยมีแววตั้งแต่เด็ก แค่ไม่มีใครให้โอกาส... จริงสิ คืนนี้ผมเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงส่วนตัวที่เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุด มีไวน์วินเทจหายากอายุหลายสิบปีรออยู่ ถ้าคุณรินทร์กับคุณมินตราไม่รังเกียจ..." "ขอโทษด้วยนะครับ..." รินทร์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ตัดบทสนทนาอย่างไร้เยื่อใย "ผมไม่ชอบดื่มไวน์ร่วมโต๊ะกับ... สุนัขที่รอเศษอาหารจากพื้น" บรรยากาศรอบโถงทางเดินเงียบกริบลงทันตาเห็น รอยยิ้มบนใบหน้าของธนาธรแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวแต่ไม่กล้าแสดงออก เสียงซุบซิบของแขกคนอื่นๆ ดังระงมขึ้นเบาๆ หลายคนมองรินทร์ด้วยความหวาดกลัว ขณะที่บางคนมองด้วยความอิจฉาริษยา รินทร์ไม่สนใจสายตาเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขากำลังจะพาภรรยาคู่ยากเดินออกไปทางประตูหลัก ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมองกลในหัวของเขาก็พุ่งวาบขึ้นมาพร้อมหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ [ติ๊ง! ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางบัญชีที่ผิดปกติในเครือข่ายของศัตรูหลัก: ก้องเกียรติ] [เป้าหมายกำลังดำเนินการโอนถ่ายทรัพย์สินก้อนสุดท้ายหนีคดีฉ้อโกงวงเงิน 150 ล้านบาท] [ระบบมอบภารกิจพิเศษ: "ตัดวงจรอุบาทว์" - เข้าซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลก้องเกียรติภายใน 10 นาทีนี้] [รางวัลภารกิจ: สิทธิ์การถือครองหุ้นใหญ่ 51% ในบริษัทแม่ของก้องเกียรติทันที พร้อมปลดล็อกสถานะ "เจ้าพ่อตัวจริง"] รินทร์หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้มินตราที่อยู่ข้างกายถึงกับสัมผัสได้ถึงความหนยะยะยองบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอไม่กี่ครั้งเพื่อเปิดแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท—แอปพลิเคชันที่มีเพียงบุคคลระดับท็อปของโลกเท่านั้นที่เข้าถึงได้ เสียงฮือฮาจากกลุ่มคนรอบข้างดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขาเห็นสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่แม้แต่เศรษฐีหมื่นล้านก็ยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง รินทร์กดเปิดลำโพงสนทนาในสายเรียกเข้าจากเลขาคนสนิทที่ประจำการอยู่สำนักงานใหญ่ เสียงปลายสายรายงานรายงานเข้ามารวดเร็วและชัดเจน "ท่านประธานครับ... การกว้านซื้อหนี้สินของตระกูลก้องเกียรติเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ ตอนนี้ทุกบัญชีของพวกเขาถูกอายัดโดยระบบธนาคารกลางเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้ทุกคนรอบบริเวณได้ยินอย่างชัดเจน ธนาธรที่ยืนหน้าซีดอยู่ใกล้ๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปพิงเสาโรงแรม รินทร์กดวางสายอย่างราบเรียบ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ฝูงชนที่กำลังสั่นกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน "ความสนุก... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะครับ" — เงาฮันเตอร์ไร้เงา — *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยความอินอย่างสุดซึ้งครับ)*
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%