ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 12

ซื้อกิจการที่พวกคุณรัก

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของก้องเกียรติที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ คือดนตรีประกอบที่ไพเราะที่สุดในชีวิตของรินทร์ ณ วินาทีนี้ ดวงตาของทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดังเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยในตาขาวแตกซ่าน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าอาบแก้มที่ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด สมองของก้องเกียรติหยุดทำงานไปชั่วขณะ ราวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกไวรัสเรียกค่าไถ่โจมตีจนหน้าจอขึ้นสีฟ้าแห่งความตาย เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นร้อยละ 51 ที่รินทร์เพิ่งโยนลงบนโต๊ะกระจกกระจายเกลื่อนกลาด มันไม่ใช่ภาพหลอน มันไม่ใช่เรื่องตลก และยิ่งไม่ใช่ความฝันอันเลวร้าย แต่มันคือความเป็นจริงอันโหดเหี้ยมที่กำลังบดขยี้ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ก้องเกียรติสะสมมาทั้งชีวิตให้แหลกคามือ "เป็น... เป็นไปไม่ได้..." ก้องเกียรติพยายามอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ เสียงที่หลุดรอดออกมาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "แก... แกเป็นใครกันแน่? เมื่อเดือนก่อนแกยังไม่มีแม้แต่เงินจะกินข้าวแกงข้างทางด้วยซ้ำ! แกเอากรรมสิทธิ์บริษัทพ่อฉันมาจากไหน!?" รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามโง่ๆ นั้นทันที ชายหนุ่มเพียงแค่ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด มือข้างหนึ่งหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ บนปลายนิ้ว รัศมีอำนาจอันเย็นเยียบและทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา จนทำให้กรรมการบริหารคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง บรรยากาศภายในห้องประชุมกดดันจนน่าอึดอัด ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น "ความจนมันน่ากลัวนะครับ คุณก้องเกียรติ..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทุ้มลึกและบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของฟัง "มันทำให้คนเรามองเห็นธาตุแท้ของเพื่อนมนุษย์ได้อย่างชัดเจนที่สุด วันที่คุณเหยียบย่ำผม วันที่คุณหัวเราะเยาะตอนที่ผมก้มกราบขอร้องให้คุณปล่อยโปรเจกต์นั้นไป... คุณเคยคิดไหมครับว่า โลกใบนี้มันกลมเสียจนเราอาจจะต้องกลับมาสลับที่ยืนกัน" มินตรา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างรินทร์มาตลอด เอื้อมมืออันอบอุ่นมาแตะที่หลังมือของเขาเบาๆ ความนุ่มนวลจากหญิงสาวผู้ไม่เคยรังเกียจในยวันที่เขายังยากจน คือเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งที่สุดที่ทำให้รินทร์ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ รินทร์หันไปสบตากับเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึก เขากุมมือเธอกลับแน่นขึ้นเล็กน้อย เป็นการส่งกระแสความมั่นใจว่า สงครามประสาทครั้งนี้ ได้เดินทางมาถึงบทอวสานแล้ว "แก... แกต้องการอะไร!" ก้องเกียรติแผดเสียงตะโกนลั่นด้วยความสติแตก เขาพยายามใช้มือสั่นเทาทุบลงบนโต๊ะเพื่อเรียกศักดิ์ศรีคืนมา "อยากได้เงินเท่าไหร่ว่ามา! พ่อฉันรวยระดับหมื่นล้านนะเว้ย! แกแค่ฟลุ๊คได้ระบบบ้าบออะไรสักอย่างมาใช่ไหม? ปล่อยบริษัทเราไปซะ ไม่งั้นแกไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่!" ท่าทีดิ้นรนเหมือนสุนัขจนตรอกของก้องเกียรติทำให้รินทร์เผลอยกยิ้มมุมปาก ช่างน่าสมเพชเสียจริง... มนุษย์ประเภทที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง มักจะลืมไปเสมอว่า วันหนึ่งจะมีคนที่ 'มีเงินมากกว่า' จนสามารถซื้อทั้งชีวิตของพวกเขาได้เช่นกัน รินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องที่เงียบกริบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสูทเนื้อดีให้เข้ารูปเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะประชุม แล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของก้องเกียรติระยะประชิด "เงินหมื่นล้านของพ่อคุณเหรอครับ?" รินทร์หัวנסเสียงต่ำในลำคอ "น่าเสียดายจัง... ที่ตอนนี้บัญชีกลางของบริษัทที่คุณพ่อคุณบริหารอยู่ กำลังถูกระบบของผมตรวจสอบพบการทุจริตยักยอกเงินบริษัทมากกว่าสี่ร้อยล้านบาท... และเอกสารชุดนั้น" รินทร์ปรายตาไปยังแฟ้มสีแดงอีกแฟ้มที่วางอยู่มุมโต๊ะ "ถูกส่งตรงถึงมืออัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้ว" ก้องเกียรติหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจขีดสุด ขาpoweredทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของก้องเกียรติแผดเสียงดังลั่นขึ้นอย่างไม่ถูกกาลเทศะ มันคือสายโทรเข้าจากผู้เป็นพ่อที่กำลังสติแตกอยู่ที่อื่นเช่นกัน แต่รินทร์ยังไม่ปล่อยให้ความทรมานของศัตรูจบลงแค่นั้น "ในฐานะที่ผมเพิ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทแห่งนี้... และในฐานะที่ผมเกลียดชังคนประเภทเหยียบย่ำคนอื่นเป็นที่สุด" รินทร์เหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาดำสนิทคู่นั้นไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น "ผมขอใช้สิทธิ์ในการประชุมฉุกเฉินตอนนี้... มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปลดคุณพ่อของคุณออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และขับไล่ตระกูลของคุณออกจากบริษัทนี้ทันที!" "ไม่... ไม่จริง! แกทำแบบนี้ไม่ได้!" ก้องเกียรติกรีดร้องเสียงหลง พยายามจะคลานเข้ามาหาเรื่องรินทร์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องเข้าชาร์จตัวและกดให้นอนราบกับพื้นอย่างรวดเร็ว ความหยิ่งทะนงทั้งหมดถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี รินทร์ยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกสะใจไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นเท่าใดนัก เพราะสำหรับเขาแล้ว นี่เป็นเพียงแค่ดอกเบี้ยเริ่มต้นจากความเจ็บปวดทั้งหมดที่ก้องเกียรติเคยฝากไว้ในอดีตเท่านั้น ชายหนุ่มหันหลังกลับมาจูงมือมินตราเตรียมจะเดินออกจากห้องประชุมแห่งนี้ เพื่อไปเริ่มต้นอาณาจักรใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยกัน แต่ทว่า... ก่อนที่มือของรินทร์จะผลักบานประตูห้องประชุมออกไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมองกลอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ *[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบการโอนเงินปริศนาจำนวน 5,000 ล้านบาท จากบัญชีลับในต่างประเทศ เข้าสู่ระบบเครือข่ายของบริษัทเป้าหมาย... และผู้ที่ถือครองสิทธิ์อนุมัติสูงสุดในขณะนี้ ไม่ใช่คุณ... แต่เป็นบุคคลลึกลับที่ใช้รหัสลับระดับ 'ผู้สร้าง']* รินทร์ชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจในทุกสถานการณ์กลับไหววูบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าห้องประชุมค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมแว่นตากลมโบราณ กำลังยืนยิ้มแย้มต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มอันน่าขนลุก พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความตะลึงงัน "ยินดีต้อนรับสู่เกมที่แท้จริง... หลานชาย" --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%