ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟนีออนจากเพดานห้องทำงานหรูหรา มันนิ่งสนิท ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงกดดันมหาศาลจากปลายนิ้วของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้ม—มาร์คัส
กลิ่นอายอันตรายลอยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอายเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ คาร์ลอส วาเลนติโน่ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวราวกับจะลดอุณหภูมิลดลงเป็นติดลบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันราวกับมองเห็นตัวตลกกำลังแสดงละครสัตว์ฉากใหญ่
"กล้ามากนะที่เหยียบเข้ามาถึงถิ่นฉัน... มาร์คัส" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ
มาร์คัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสะใจ "ถิ่นของแกงั้นเหรอคาร์ลอส? อีกไม่นาน... อาณาจักรที่แกสร้างมาด้วยคราบเลือดและความโสมมนี้ มันก็จะพังทลายลงด้วยมือของฉันเอง โดยเฉพาะ... เมื่อความลับเน่าเฟะของแกถูกเปิดเผยออกไปสู่สาธารณชน"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูอีกด้านของห้องก็เปิดผางออก ร่างระหงในชุดกราฟฟิกสีขาวสลับชุดทำงานของศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งอย่าง ดร. อรินดา ก้าวเข้ามาด้วยความตกใจ เสียงแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องดังสนั่น เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดสายตาพบกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานตรงหน้า
"คาร์ลอส!" อรินดาอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่แค่เพราะความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า... ผู้ชายคนนี้กำลังดึงเธอเข้าไปสู่วังวนแห่งความหายนะที่ลึกเกินกว่าจะถอนตัว
คาร์ลอสเหลือบมองหญิงสาวแวบหนึ่ง นัยน์ตาดุร้ายคู่นั้นอ่อนแสงลงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่น่ากลัวกว่าเดิม เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนการสกปรกของมาร์คัส—มันจงใจเลือกเวลาและสถานที่นี้ เพื่อให้ 'อรินดา' เห็นความดิบเถื่อนของเขา เพื่อทำลายภาพลักษณ์และความมั่นคงของวาเลนติโน่ผ่านหัวใจและศรัทธาที่หญิงสาวมีให้
"ออกไปจากที่นี่ซะ อรินดา!" คาร์ลอสคำรามลั่น สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ทรงพลังจนแก้วหูแทบแตก
แต่มาร์คัสกลับแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเบนปลายกระบอกปืนหันไปทางอรินดาชั่วขณะ "โอ้... ดูคุณหมอคนสวยของท่านมาเฟียสิครับ เธอยังไม่รู้ใช่ไหมล่ะว่าผู้ชายที่คุณนอนร่วมเตียงด้วยทุกคืน... คือปีศาจที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน และกำลังจะทำให้ชีวิตบริสุทธิ์ของคุณต้องแปดเปื้อนไปด้วยเลือด!"
"หุบปากของแกซะ!" คาร์ลอสพุ่งตัวราวกับราชสีห์ขย้ำเหยื่อ ความเร็วของเขาเหนือกว่าที่มาร์คัสคาดคิด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นหนึ่งนัดทะลุเพดานห้อง ทว่าร่างหนากลับประชิดตัวมาร์คัสได้ในพริบตา หมัดหนักหน่วงถูกซัดเข้าที่ใบหน้าของศัตรูอย่างเต็มแรงจนเลือดสีสดกระเด็นเปรอะเปื้อนพรมราคาแพง
ความโกลาหลระเบิดขึ้นในห้องทำงานกว้าง บอร์ดี้การ์ดด้านนอกกรูเข้ามาสมทบพร้อมอาวุธครบมือ แต่มาร์คัสกลับหัวเราะร่าท่ามกลางความเจ็บปวด เลือดกลบปาก "แกช้าไปแล้วคาร์ลอส... ข่าวฉาว ข้อมูลบัญชีลับ และชื่อเสียงของแก ตอนนี้มันกำลังถูกกระจายไปยังสำนักข่าวทั่วประเทศแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น มาร์คัสก็อาศัยจังหวะชุลมุนโยดควันพรางตาลงกับพื้น ควันขาวโพลนพวยพุ่งบดบังทัศนียภาพจนมองอะไรไม่เห็น คาร์ลอสสบถอย่างหัวเสีย เขาสลัดลูกน้องที่เข้ามาขวางแล้วพุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันเพื่อตามล่าตัวการใหญ่ ทว่าเมื่อควันจางลง มาร์คัสก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวและความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
คาร์ลอสยืนหอบหายใจด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาดำสนิทวับวาวด้วยเพลิงโทสะ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมามองร่างบางที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
อรินดากำลังถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือสายตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ ภาพความดิบเถื่อน ปลายกระบอกปืน และคำพูดของมาร์คัส... มันกำลังกัดกินความเชื่อมั่นทั้งหมดในตัวผู้ชายคนนี้
คาร์ลอสสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาหนักแน่นราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม ร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างระหงจนเธอกลายเป็นคนตัวเล็กกระจิ๋วหลิวในอ้อมกอดอันคุกคาม มือหนายื่นออกไปค้ำยันชั้นหนังสือปะทะกับกรอบหน้าของเธอ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"มองฉัน อรินดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าสั่งการด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ
อรินดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อและหวาดกลัว "ที่คุณมาร์คัสพูด... มันคือเรื่องจริงเหรอคะคาร์ลอส? คุณ... คุณซ่อนอะไรไว้อีกที่คุณไม่ได้บอกฉัน?"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น มือหนาเคลื่อนขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บีบเบาๆ ให้เธอเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา แรงบีบนั้นทั้งดุดันและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
"เธอคิดว่าฉันเป็นคนยังไง หืม?" ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากนุ่ม "ผู้หญิงโลกสวยอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจโลกที่ฉันยืนอยู่หรอก... แต่อย่าได้คิดแม้แต่จะหันหลังให้ฉันเด็ดขาด อรินดา!"
นิ้วเรียวแกร่งลากไล้จากคางมนลงมายังลำคอระหง สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ปะปนกับความโกรธขึง ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายของอรินดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อปลายนิ้วซุกซนนั้นเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออกอย่างไร้ความปรานี
"ปล่อยนะคาร์ลอส... นี่มันไม่ใช่เวลา..." เธอพยายามขัดขืน ออกแรงผลักแผ่นอกกว้าง แต่มันก็ไร้ผลราวกับการเอาไข่ไปกระทบหิน
"ไม่ใช่เวลาตรงไหน?" คาร์ลอสกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาพร่ามัวเต็มไปด้วยแรงขับทางเพศที่ระอุอุ่นจนน่ากลัว "ในเมื่อพวกมันพยายามจะแย่งเธอไปจากฉัน ฉันก็ต้องยิ่งตอกย้ำ... ว่าเธอน่ะ เป็นของใคร และมีไว้เพื่อใครคนเดียวเท่านั้น!"
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาที่ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดันและเร่าร้อนบดขยี้ผิวเนื้อจนเกิดรอยแดงช้ำ มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันร่างอรชรแนบชิดติดกับผนังห้องจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
อรินดาสูดปากครางออกมาด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วสุม ทั้งความหวาดกลัวต่อข่าวฉาวที่กำลังทำลายล้างคาร์ลอส และความวาบหวามเร่าร้อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาจากสัมผัสอันทรงพลังของเขา ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนยวบหลอมละลายลงใต้เงื้อมมือของมาเฟียไร้หัวใจ ศักดิ์ศรีอันแข็งกร้าวถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าลึกๆ แล้ว เธอกลับโหยหาสัมผัสที่ดึงเธอให้ดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันมืดมนนี้
คาร์ลอสซุกไซร้ใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนเรียบ กลิ่นกายหอมหวานของเธอกำลังขับไล่ความบ้าคลั่งในตัวเขาให้เปลี่ยนเป็นไฟสวาทที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น มือหนาเลื่อนต่ำลงลูบไล้ส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจกระชั้นชิดสะท้อนก้องทั่วห้องทำงานที่ปิดตาย
ท่ามกลางสงครามธุรกิจที่กำลังลุกเป็นไฟและชื่อเสียงที่กำลังพังทลายลง ตัวตนของพวกเขาทั้งคู่กลับยิ่งพันธนาการเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะต้านทาน...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มเพื่อเรียกร้องความหวานล้ำขั้นสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคาร์ลอสที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นมาทำลายบรรยากาศ
คาร์ลอสชะงัก เลือดในกายเดือดพล่านด้วยความหงุดหงิด เขาตวัดสายตาดุดันกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมลของห้อง
ชื่อบนหน้าจอที่ปรากฏเด่นหร่า... คือสายตรงจากสำนักข่าวใหญ่ระดับประเทศที่กำลังตีพิมพ์ข่าวฉาวที่สุดในรอบทศวรรษของเขาเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้นะคะ
ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ•ตอนที่ 11
เสียงเพรียกจากอดีต
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!