กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่คิวบาชั้นดี ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันกรามคมคายและเงาหนาของบุรุษผู้กุมชะตากรรมของคนนับล้าน คาร์ลอส วาเลนติโน่ ไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนาที่ทิ้งน้ำหนักพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องร่างระหงของศัลยแพทย์สาวที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็งอยู่เบื้องหน้า
อรินดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กำแพงความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจอันเปราะบาง เริ่มสั่นคลอนด้วยแรงกดดันทางกายภาพที่แผ่ออกมาจากร่างของมาเฟียหนุ่ม
"คุณคิดว่าความเงียบจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากเงื้อมมือของผมได้หรือครับ... ดร.อรินดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าในยามค่ำคืนดังขึ้น มันไม่ได้ตะคอก แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่บีบคั้นให้อากาศในห้องเบาบางลงจนน่าใจหาย
"ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ คาร์ลอส ปล่อยฉันกลับห้องได้แล้ว หน้าที่การดูแลบาดแผลของคุณมันจบลงตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน" อรินดาเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาความมั่นคงในน้ำเสียง แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นกายอันร้อนระอุและทรงพลังแผ่ซ่านเข้าโอบล้อมร่างของเธอจนแทบหายใจไม่ออก
"จบเหรอ? ใครเป็นคนกำหนดว่ามันจบ... ผมต่างหากที่เป็นคนกำหนดเกมนี้ อรินดา"
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาจนระยะห่างแทบไม่เหลือ อรินดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างจัง หนทางหนีถูกปิดตาย คาร์ลอสใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันโต๊ะกักขังร่างของเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าคมคายลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน
"ถอยไปนะ..." เธอกล่าวเสียงสั่น พยายามใช้มือเรียวผลักแผงอกกว้าง แต่มันกลับให้ความรู้สึกราวกับการผลักกำแพงเหล็ก กล้ามเนื้อแน่นขนัดภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทไม่ได้สะเทือนแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เธอรับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่แผดเผามาจากกายของเขา
"มือของคุณเย็นเฉียบเลยนะ... หมอเก่ง" คาร์ลอสกระซิบชิดริมใบหู เสียงแหบพร่าของเขาทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "แต่ทำไมหัวใจข้างในนั้นถึงได้เต้นแรงจนผมได้ยินมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะหึ?"
มือหนาอีกข้างเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเรียวอย่างถือวิสาสะ นิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านแก้มนวลแผ่วเบา สัมผัสนั้นทั้งดิบเถื่อนและแฝงไว้ด้วยความวาบหวามที่ทำให้อรินดาสั่นสะท้าน เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่คาร์ลอสกลับใช้นิ้วแข็งแกร่งตรึงคางของเธอไว้บังคับให้สบตา
ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยิบด้วยประกายแห่งความกระหายใคร่รู้ ราวกับต้องการแงะงัดและทำลายล้างความเย่อหยิ่งทระนงทั้งหมดของเธอให้แหลกคราบคามือ
"ปล่อยฉัน..." อรินดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวเริ่มเจือด้วยความหวาดหวั่นเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน คาร์ลอส เราไม่ได้..."
"ไม่มีสิทธิ์?" คาร์ลอสทวนคำ เสียงหัวเราะต่ำในลำคอของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ในอาณาจักรของผม อรินดา... ผมคือผู้บัญชาการกฎเกณฑ์ทั้งหมด และคุณ ก็คือคนที่ก้าวเข้ามาเหยียบเขตแดนของผมเอง ตั้งแต่วินาทีที่คุณช่วยชีวิตผมไว้บนโต๊ะผ่าตัดคืนนั้น ชะตากรรมของคุณถูกผูกติดไว้กับผมแล้ว"
สิ้นคำพูด รสจูบอันดุดันและเร่าร้อนก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดปฏิเสธทั้งหมดของเธอทันที
มันไม่ใช่การสัมผัสที่อ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครอง คาร์ลอสบดขยี้ริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว อรินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อก่อนจะพยายามทุบตีประท้วงด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งพล่านยิ่งขึ้น
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคิ้วคอด ดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาแผดเผาผิวเนื้อของเธอจนสั่นสะท้าน แรงดึงดูดอันมืดมนและลึกล้ำเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย ความโกรธขึ้งและเกลียดชังในทีแรกค่อยๆ ถูกหลอมละลายลงภายใต้รสจูบที่เปี่ยมด้วยเสน่หาอันรุนแรงและเร่าถอนวิญญาณ
อรินดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ลลมหายใจเริ่มติดขัด สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก มือที่เคยทุบตีอกแกร่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อพยุงร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงของตนเองไว้ไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้ศัลยแพทย์สาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างกระหาย ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน นัยน์ตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำด้วยความสับสนและตื่นตระหนก
"ปากของคุณบอกว่าปฏิเสธ... แต่อย่างอื่นในตัวคุณกำลังร่ำร้องหาผมนะ อรินดา" เขาเอ่ยกระซิบเสียงพร่ามัว ชิดริมฝีปากของเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร นิ้วมือเรียวยาวเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้แผ่นหลังระหงภายใต้เสื้อกาวน์แพทย์อย่างจาบจ้วงและท้าทาย
ในวินาทีที่อรินดากำลังจะอ้าปากโต้เถียงเพื่อกู้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิด เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่าบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาขัดจังหวะทันที ตามด้วยเสียงรายงานด้วยน้ำร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าห้อง
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของมาร์คัสบุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ และพวกมัน... กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องทำงานนี้ครับ!"
คาร์ลอสชะงัก รังสีอำมหิตและดุดันพวยพุ่งออกจากร่างหนาในเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลหันกลับไปมองประตูห้องด้วยแววตาวาวโรจน์ดั่งซาตานกระหายเลือด ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองสตรีใต้ร่างที่ยังคงหอบหายใจสะท้าน
มือหนาละออกจากเอวคอด แต่นิ้วแกร่งยังคงเชยคางเธอขึ้นมา กระซิบคำสั่งเฉียบขาดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
"ยืนอยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด... ถ้าไม่อยากให้กระสุนฝังหัวไอ้สารเลวมาร์คัสเร็วกว่ากำหนด"
ทว่า ในขณะที่คาร์ลอสกำลังจะหันหลังเดินไปหยิบปืนพกสีดำสนิทจากลิ้นชักโต๊ะ ประตูห้องทำงานไม้สักทองบานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงใหญ่สวมสูทสีเทาเข้ม รอยยิ้มเยือกเย็นและปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงในมือที่ยกเล็งตรงมาที่คาร์ลอส... และร่างของอรินดาที่ยืนอยู่เคียงข้าง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมรักอันดืดดำนี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ•ตอนที่ 5
รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!