ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ•ตอนที่ 2

วินาทีความเป็นความตาย

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาและบุหรี่คิวบาชั้นดี ยังคงลอยวนเวียนอยู่ปลายนาสิกของดร.อรินดา ราวกับเงาตามตัวที่คาร์ลอส วาเลนติโน่ จงใจทิ้งไว้ให้เธอนึกถึง ภายในห้องผ่าตัดปลอดเชื้ออันหนาวเหน็บ เสียงสัญญาณชีพจรดัง “ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...” เป็นจังหวะเดียวกับความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจของศัลยแพทย์มือหนึ่งเช่นเธอ บนเตียงผ่าตัดเบื้องหน้าคือร่างของชายฉกรรจ์คนสนิทของมาเฟียใหญ่ กระสุนปืนฝังลึกเฉียดเยื่อหุ้มหัวใจเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความเป็นความตายแขวนอยู่บนปลายมีดผ่าตัดในมือเรียวที่นิ่งสนิท แม้ภายนอกเธอจะดูสุขุมเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผมภายใต้หมวกคลุมผมสีเขียว กลับฟ้องชัดถึงความกดดันมหาศาล “ความดันตกครับคุณหมอ! เลือดออกในช่องอกไม่หยุด!” วิสัญญีแพทย์ตะโกนแจ้งเสียงเครียด อรินดาขบกรามแน่น ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ “เตรียมตัวดูดเลือดออกให้หมด ฉันจะเย็บซ่อมแซมเส้นเลือดใหญ่โดยตรง ห้ามใครส่งเสียงเด็ดขาด” ในวินาทีที่ปลายคีมผ่าตัดกำลังจะคีบเอาหัวกระสุนมรณะออกมา ทันใดนั้น ประตูห้องผ่าตัดแรงดันบวกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดปลอดเชื้อสีฟ้าอ่อนก้าวเข้ามาด้วยความสง่างามแต่น่าเกรงขาม ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ด้วยความเฉียบขาด คาร์ลอส วาเลนติโน่ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความตกตะกอนของทีมแพทย์ทั้งหมด “คุณเข้ามาไม่ได้นะคะ! ที่นี่ห้องปลอดเชื้อ!” พยาบาลสาวส่งเสียงประท้วงด้วยความตื่นตระหนก แต่คาร์ลอสเพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็กดดันให้ทุกคนต้องปิดปากเงียบ เขาก้าวตรงมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงผ่าตัด ชิดร่างของอรินดาจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน กลิ่นกายดิบเถื่อนและบุคลิกอันทรงอำนาจแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ อรินดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านแผ่นผ้าปิดปาก ดวงตาคู่สวยฉายแววตําหนิและระแวงระวัง “ออกไปค่ะคุณคาร์ลอส คุณกำลังทำให้คนไข้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และที่สำคัญ... คุณกำลังรบกวนสมาธิของศัลยแพทย์” คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้ากากอนามัยของเขาสัมผัสกับใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทรงเสน่ห์จนน่ากลัว “ปล่อยให้เขาตายซะสิ... ถ้ามันทำให้ฉันได้ยืนมองคุณใกล้ๆ นานขึ้นอีกนิด” “คุณพูดบ้าอะไร! ฉันเป็นหมอ หน้าที่ของฉันคือรักษาชีวิตคน!” อรินดาตอกกลับเสียงแข็ง มือที่ถือเครื่องมือแพทย์สั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกจากตัวบุรุษผู้นี้กำลังปั่นป่วนระบบประสาทของเธอ “งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ... คุณหมอคนเก่ง ว่ามือคู่นี้มันเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงไหม” คาร์ลอสจงใจใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านหลังมือของเธอที่สวมถุงมือยางเบาๆ โดยไม่มีใครทันสังเกตสัมผัสวาบหวามที่จงใจยั่วเย้า ทว่ามันกลับส่งกระแสไฟแปล๊บปลาบแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังของอรินดา ทำให้เธอต้องรีบดึงสติกลับมาที่หน้าอกคนไข้ทันที “ถอยไป!” เธอกล่าวเสียงเฉียบขาด คาร์ลอสยอมถอยกายออกไปครึ่งก้าว แต่ดวงตาสคมกริบยังคงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอไม่วางตา ราวกับเสือดาวที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อในกรงเล็บ อรินดาหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อตัดสิ่งเร้าทั้งหมดออกไป ก่อนจะลงมือคีบหัวกระสุนออกจากผนังเส้นเลือดใหญ่ด้วยความแม่นยำดุจจับวาง เสียงโลหะกระทบถาดสแตนเลสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน “หัวกระสุนออกแล้วครับคุณหมอ! สัญญาณชีพเริ่มกลับมาคงที่แล้ว!” เสียงวิสัญญีแพทย์ร้องด้วยความโล่งอก อรินดาพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนข้อศอกแทบทรุด แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวถอยหลังเพื่อถอดถุงมือ คาร์ลอสก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กเอื้อมมารวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทีมแพทย์ที่ต่างพากันหลบตา หันไปสนใจหน้าจออนิตอร์กันเป็นแถว “คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ!” อรินดาพยายามขัดขืน ดันอกแกร่งของเขาออก ทว่าแรงของเธอกลับสู้อำนาจดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มไม่ได้เลย คาร์ลอสไม่สนใจสายตาใคร เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนและประกาศิตที่ปฏิเสธไม่ได้ “งานของคุณในห้องนี้จบลงแล้ว... แต่อย่าลืมสิว่า สัญญาของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก คุณหมอคนสวย” เขาลากไล้ปลายนิ้วอุ่นร้อนจากเอวคอดขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้อรินดาต้องเงยหน้าสบตากับดวงตาสีเทาเข้มที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา อรินด้ารู้สึกราวกับร่างกายถูกแผดเผาด้วยความร้อนจากสัมผัสของเขา หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวต้องห้ามที่เธอกำลังพยายามต้านทานสุดกำลัง “ฉันมีหน้าที่ต้องตรวจอาการคนไข้ต่อ... อื้อ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคาร์ลอสฉวยโอกาสประกบเรียวปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากเธอบนหน้ากากอนามัย ก่อนจะกระชากหน้ากากนั้นทิ้งอย่างไร้ความปรานี แล้วมอบจูบอันดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนให้เธอทันที ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดอย่างไร้ความปรานี ดูดซึมลมหายใจและสติสัมปชัญญะของเธอจนหลอมละลายคาอ้อมแขน อรินดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือเครื่องมือแพทย์พยายามทุบตีไหล่หนา แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาตะמתรวบตัวเธอแนบแน่นยิ่งขึ้น รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อน หอมกลิ่นบุหรี่จางๆ และเปี่ยมด้วยอำนาจครอบครอง ทำให้ขาของเธอแทบไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัด เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง อรินดาก็หอบหายใจโยนตัวซบกับอกแกร่ง ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์วาบหวามที่ถูกปลุกเร้าจนควบคุมไม่ได้ คาร์ลอสยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าผากให้อย่างอ่อนโยน ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขากลับทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ “ทีนี้... ก็ถึงเวลาเดินทางไป ‘บ้าน’ ของฉัน เพื่อรับการรักษาในฐานะคนไข้คนพิเศษของฉันบ้างแล้วล่ะ... ดร.อรินดา” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนและเร่าร้อนนี้ไป2ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - จูบแรกยามสายัณห์ -
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ศรัทธาของมาเฟียไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%