"คุณกำลังจะบอกว่า ที่คุณทำทั้งหมด... เพื่อให้ฉันยอมขายร้านนี้งั้นเหรอคะธาวิน"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่สาดกระทบกระจกหน้าร้านจนเกิดเสียงดังโครมครามไม่หยุดหย่อน กลิ่นอายของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่เคยอบอวลชวนผ่อนคลาย บัดนี้กลับดูหม่นหมองในความรู้สึกของเธอ มือบางกำถ้วยเซรามิกอุ่นจัดไว้แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด
ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เขายืนพิงเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาว ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องมองไปที่หยดน้ำที่ไหลผ่านกระจกใส ราวกับกำลังพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความจริงที่เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สายตาของเขาไม่ใช่ความเย็นชาที่เธอคุ้นเคยจากกวินทร์ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ถ้าผมบอกว่าผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ร้านนี้อยู่รอด คุณจะเชื่อผมไหมครับริน..." เขาเว้นจังหวะ เสียงเขาทุ้มต่ำและแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน "ในวันที่โลกของผมพังทลายเพราะคำว่าผลประโยชน์ ที่นี่คือที่เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... ความเป็นมนุษย์ของผมยังไม่ตาย"
"อย่ามาพูดจาหว่านล้อมให้ฉันตายใจหน่อยเลยค่ะ" รินรดาแค่นยิ้ม มือที่สั่นเทาค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลงบนจานรองจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ "คุณก็รู้ว่ากวินทร์ส่งใครมาบ้าง และคุณเอง... คุณก็มาพร้อมกับความลับที่ฉันไม่เคยรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องขนมของคุณ แต่เป็นเรื่องของครอบครัวคุณด้วย"
บรรยากาศในร้านเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพายุที่ไม่มีท่าทีจะสงบลง ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับเดือนเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึงเปรี๊ยะ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ไม่ได้พูดออกมา—ความห่วงใย ความหวาดระแวง และความปรารถนาที่พยายามหักห้ามใจ
ธาวินเดินช้าๆ เข้ามาใกล้ เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางแก้วกาแฟ แสงไฟสีส้มสลัวในร้านทำให้เงาของพวกเขาดูทับซ้อนกัน ธาวินยื่นมือมาวางข้างตัวเธอเพื่อกั้นทางไม่ให้เธอหนีไปไหน กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งอบและวานิลลาที่ติดตัวเขามา ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนใจสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้
"ผมไม่ได้มาเพื่อทำลายคุณริน" เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "แต่เพราะผมรักที่นี่... และผมเริ่มรักคนคนหนึ่งที่ผูกพันกับที่นี่จนถอนตัวไม่ขึ้น คุณจะให้ผมทำอย่างไรล่ะครับ ในเมื่อโลกของผมกับคุณมันคนละใบกันจริงๆ"
รินรดาเบือนหน้าหนี หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธออยากจะผลักเขาออกไป แต่ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ขาเธอก้าวไม่ออก "ความรักของคุณ... มันเป็นรสชาติแบบไหนกันคะ? ขมขื่นจนกลืนไม่ลง หรือหวานจนน่าอาเจียน"
"เป็นรสชาติที่ทำให้ผมลืมความเจ็บปวดในอดีตได้... แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม"
เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน รินรดาหลับตาลงแน่น เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขากระทบกับหน้าอก มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก ดูเหมือนว่าโลกทั้งใบจะมีแค่พื้นที่เล็กๆ ในร้านกาแฟแห่งนี้เท่านั้นที่พวกเขาสามารถเป็นตัวเองได้
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวจนไฟในร้านกะพริบถี่ๆ แล้วดับวูบลง ทั้งร้านตกอยู่ในความมืดสนิท มีเพียงแสงฟ้าแลบที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นใบหน้าของธาวินชัดเจนในระยะใกล้ชิด ความเงียบงันที่แสนเปราะบางถูกทำลายด้วยเสียงผลักประตูร้านอย่างแรงจนบานประตูไม้กระแทกกำแพง
"คิดจะเล่นบทรักท่ามกลางความมืดงั้นเหรอ ธาวิน!"
เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยโทสะดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดเข้ามา รินรดาผละออกจากธาวินทันที หันไปมองที่ประตูพบกับกวินทร์ที่ยืนตัวเปียกโชกด้วยน้ำฝน ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเปียกชื้น เขายิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะโยนเอกสารนั้นลงบนโต๊ะไม้ตัวกลาง
"ฉันมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคุณแล้วธาวิน... คืนนี้รินรดาจะได้รู้เสียทีว่าคนที่เธอกำลังหลงรัก ไม่ใช่เชฟที่แสนดี แต่เป็นสายลับที่ส่งมาเพื่อเขย่าให้ร้านนี้พังพินาศจากข้างใน!"
รินรดามองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของธาวิน ความหวังที่เคยก่อตัวขึ้นในใจเมื่อครู่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เหมือนแก้วที่ตกกระทบพื้นหิน เธอหยิบซองเอกสารขึ้นมามือสั่นเทา ก่อนจะดึงกระดาษด้านในออกมาอ่านท่ามกลางแสงฟ้าแลบ...
เมฆหมอกสีชมพูหวังว่าทุกท่านจะยังคงประทับใจในรสชาติความรักที่ซับซ้อนนี้ และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันต่อนะคะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 13
วันที่ฝนพรำ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!