“ถ้วยกาแฟใบนี้... รินยังจำได้ไหมว่าใครเป็นคนเลือกมันมาให้?”
น้ำเสียงของธาวินเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทำให้รินรดาชะงักมือที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์บาร์ไม้ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่รอบตัวดูเหมือนจะจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่ขยับเข้ามาใกล้
ธาวินไม่ได้มองมาที่เธอ สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ถ้วยเซรามิกสีครีมเนื้อดีบนชั้นวาง ราวกับมันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของความผิดบาปที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี
“ทำไมถึงถามถึงเรื่องนี้คะวิน?” รินรดาถามพลางวางผ้าเช็ดโต๊ะลงเบาๆ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่าคืนนี้ ‘ความจริง’ กำลังจะถูกเผยออกมา
“เพราะทุกครั้งที่ผมมองเห็นคุณรินเสิร์ฟกาแฟในถ้วยใบนี้ ผมไม่ได้เห็นแค่ความสุขของลูกค้าครับ แต่ผมเห็นภาพความล้มเหลวของตัวเอง” ธาวินหันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยอบอุ่นดั่งแสงแดดยามเย็นกลับดูหม่นแสงลงจนน่าใจหาย “กวินทร์... เขาไม่ได้เป็นแค่คนที่ต้องการที่ดินแปลงนี้เพื่อธุรกิจหรอกครับ เขาคือคนที่เคยยืนอยู่ในจุดเดียวกับผม เป็นเพื่อนร่วมงานที่ผมเคยไว้ใจที่สุด”
รินรดานิ่งงัน ลมหายใจของเธอเหมือนจะสะดุดไปชั่วขณะ เธอรู้มาตลอดว่ากวินทร์มีท่าทีคุกคามและจ้องจะทำลายร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ แต่เธอไม่เคยนึกฝันเลยว่าความแค้นนั้นจะมีรากเหง้ามาจากชายหนุ่มที่เธอเริ่มเปิดใจให้
“คุณหมายความว่ายังไงคะวิน?” เธอถามเสียงแผ่ว
“เราเคยทำโปรเจกต์ใหญ่ด้วยกันที่เมืองนอก เขาฉลาด เก่ง และมีความทะเยอทะยานที่ไร้ขีดจำกัด” ธาวินแค่นยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “แต่ความสำเร็จที่หอมหวานมักจะดึงเอาด้านที่มืดมิดที่สุดของคนออกมา กวินทร์หักหลังผม เขาขโมยผลงานที่ผมทุ่มเทสร้างมาตลอดสามปีไปเป็นของตัวเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่เขาต้องการ... และรินรู้ไหมว่าผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องงาน แต่มันคือการที่เขาทำลายความเชื่อใจของผมจนไม่เหลือชิ้นดี”
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงน้ำลึก มือของเธอเย็นเฉียบ เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของขนมอบและเสียงดนตรีแจ๊สเบาๆ ในร้านแห่งนี้ ชายหนุ่มที่ดูแสนดีคนนี้ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากการถูกทรยศมานานเท่าไหร่
“แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงไม่บอกรินตั้งแต่วันแรกคะ?”
“เพราะผมละอายใจครับ” ธาวินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นจนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูง “ผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าผมมีอดีตที่พัวพันกับศัตรูของคุณ คุณจะมองผมเป็นคนละคน คุณจะกลัวว่าผมเข้ามาที่นี่เพื่อใช้คุณเป็นหมากในเกมการแก้แค้น”
“แล้วคุณเข้ามาที่นี่... เพื่อแก้แค้นเขาจริงๆ ใช่ไหมคะ?” รินรดาถามออกไป ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก ทั้งความสงสาร ความโกรธ และความผิดหวัง
ธาวินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก เขาเอื้อมมือมาแตะขอบโต๊ะไม้ใกล้กับมือของเธอ แต่ไม่กล้าที่จะเอื้อมไปกุมมันไว้
“ตอนแรก... ผมยอมรับว่าใช่” คำสารภาพนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ผมรู้ว่ากวินทร์กำลังจับตามองที่ดินแปลงนี้ ผมอยากสกัดเขา อยากเอาชนะเขาในพื้นที่ที่เขาต้องการมากที่สุด แต่เมื่อผมได้รู้จักคุณริน ได้เห็นความรักที่คุณมีให้กับการชงกาแฟทุกแก้ว ได้เห็นหัวใจที่เข้มแข็งแต่เปราะบางของคุณ... ความต้องการแก้แค้นมันก็ถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาเดียว คือการปกป้องคุณและร้านนี้ไว้ให้ได้ แม้ว่าผมจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีตอีกกี่ครั้งก็ตาม”
บรรยากาศในร้านดูเหมือนจะหยุดนิ่ง รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของธาวิน เธอพยายามค้นหาความลวง แต่สิ่งที่พบกลับเป็นความจริงใจที่เจ็บปวด เธอไม่ได้รักใครง่ายๆ และความเชื่อใจของเธอก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะหามาได้ง่ายๆ เช่นกัน
“รินไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงนะคะวิน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “คุณหลอกรินมาตลอด... แม้ว่าเหตุผลของคุณจะดูน่าเห็นใจ แต่ความจริงก็คือความจริง”
ธาวินหลุบตาลงต่ำ เขาเข้าใจดีว่าคำพูดของเขาไม่อาจลบล้างความผิดในใจเธอได้ แต่ก่อนที่เขาจะได้กล่าวคำขอโทษอีกครั้ง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างแรง
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของกวินทร์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ เขาสวมชุดสูทราคาแพงที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านกาแฟโฮมเมดอย่างสิ้นเชิง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ธาวินด้วยรอยยิ้มที่ฉาบไว้ด้วยความอำมหิต
“ได้กลิ่นอะไรไหมธาวิน? กลิ่นของความพ่ายแพ้ที่อบอวลไปทั่วร้าน... หรือว่านั่นจะเป็นกลิ่นกาแฟเน่าๆ ของผู้หญิงคนนี้กันล่ะ?”
กวินทร์เดินตรงมาที่หน้าเคาน์เตอร์ รินรดารู้สึกถึงรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากชายตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นไม่ใช่คำพูดของกวินทร์ หากแต่เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่เขาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“สัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินฉบับนี้... ผมเพิ่งได้มาจากธนาคารเมื่อเช้า” กวินทร์เว้นจังหวะ แล้วเหลือบมองธาวินอย่างเยาะเย้ย “ดูเหมือนว่าหุ้นส่วนคนเก่าของนาย จะทิ้งร่องรอยไว้เยอะกว่าที่คิดนะธาวิน... โดยเฉพาะหนี้ก้อนโตที่นายยังสะสางไม่จบ”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันไปมองธาวินที่ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีที่เห็นตราประทับบนเอกสารนั้น
“คุณหมายความว่ายังไงกวินทร์?” รินรดาถามเสียงสั่น “หนี้อะไรคะ?”
กวินทร์ยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวที่ดูน่ากลัว “ถามเชฟหนุ่มของคุณสิรินรดา ว่าเขาเอาอะไรไปค้ำประกันเพื่อเปิดร้านนี้... และที่สำคัญที่สุด เขาเป็นคนขายที่ดินแปลงนี้ให้ผมตั้งแต่วันที่เขาย้ายเข้ามาแล้ว!”
เมฆหมอกสีชมพูหวังว่าทุกท่านจะยังคงประทับใจในรสชาติความรักที่ซับซ้อนนี้ และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันต่อนะคะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 14
คำสารภาพที่ไม่ได้เตรียมใจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!