“เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีค่าแค่กระดาษ แต่คือลมหายใจของร้านกาแฟที่แม่ฉันสร้างมากับมือ... คุณกวินทร์คะ ความกระหายอำนาจของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะมาตีมูลค่าความทรงจำของคนอื่นแบบนี้”
รินรดาวางเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนัก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอจ้องมองใบหน้าของผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในแก้วอเมริกาโน่ที่เธอเคยเสิร์ฟ
กวินทร์ขยับยิ้มมุมปาก เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือไว้ใต้คาง ดวงตาคมปลาบจับจ้องที่หญิงสาวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังมองดูเหยื่อขัดขืน “ความทรงจำมันกินไม่ได้หรอกครับรินรดา... อ้อ ขอโทษทีที่ผมลืมตัวไปหน่อย คุณคงไม่เข้าใจหรอกว่าโลกของธุรกิจที่แท้จริงเขาขับเคลื่อนกันยังไง มันไม่ใช่แค่การชงกาแฟให้หอมฟุ้งไปวันๆ แต่มันคือการกำจัดสิ่งที่ขวางทางออกไป”
“ถ้าการกำจัดคือวิธีเดียวที่คุณรู้จัก ก็น่าสมเพชนะคะ” ธาวินที่ยืนอยู่ข้างรินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังเหมือนพายุที่รอวันปะทุ เขาขยับตัวมาบังรินรดาไว้เล็กน้อยเป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณ มือของเขาที่เปื้อนกลิ่นแป้งและวานิลลาจางๆ เอื้อมไปกุมมือรินรดาไว้แน่น “และผมมั่นใจว่า คุณคงยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าไปในกับดักที่ตัวเองขุดไว้”
กวินทร์หัวเราะหึในลำคอ “ธาวิน... เชฟเบเกอรี่ตกอับที่อยากเป็นพระเอกขี่ม้าขาว นายคิดว่าคนอย่างนายจะมีปัญญาทำอะไรได้? หลักฐานการทุจริตในบริษัทฉันเหรอ? หรือคลิปเสียงที่นายพยายามแอบอัดไว้? บอกไว้ก่อนนะว่าของพวกนั้นมันไม่เคยถึงมือตำรวจหรอก เพราะคนของฉันรู้ตั้งแต่คุณเริ่มก้าวเท้าออกจากร้านกาแฟแล้ว”
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นไปอีก รินรดารู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถอยหลัง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกาแฟคั่วเข้มที่ติดอยู่บนปกเสื้อธาวินช่วยเรียกสติให้เธอกลับมามั่นคงอีกครั้ง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่สงครามแย่งชิงที่ดิน แต่มันคือสงครามระหว่าง 'ผลประโยชน์' กับ 'จิตวิญญาณ'
“คุณมั่นใจในตัวคนของคุณมากไปนะคะกวินทร์” รินรดาพูดพลางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วเลื่อนภาพหนึ่งให้เขาดู “คุณรู้จักคนที่ชื่อ ‘วรุตม์’ ไหมคะ? คนที่ได้รับเงินก้อนโตจากคุณเพื่อไปเผาร้านกาแฟของฉันเมื่อเดือนก่อน... เขาอาจจะซื่อสัตย์กับเงินของคุณ แต่เขาก็ไม่ได้รักชีวิตน้อยไปกว่าความโลภหรอกนะคะ”
สีหน้าของกวินทร์เปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเหมือนหน้ากาก “วรุตม์? ไอ้ลูกกระจอกนั่นน่ะเหรอ ฉันไม่รู้จัก”
“ถ้าไม่รู้จัก แล้วทำไมต้องกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับล่ะคะ?” ธาวินสวนกลับทันควัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้กวินทร์เดือดดาล
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาปะทะกับกลิ่นสะอาดๆ ของเธอ “พวกคุณคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ? วันนี้ที่ผมเรียกมา ไม่ได้เพื่อมาเจรจา แต่เพื่อมาบอกลา... คืนนี้ร้านกาแฟของคุณจะไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านหรอกนะ เพราะคนของผมวางแผนกันไว้หมดแล้ว และคราวนี้ จะไม่มีใครมาทันช่วยพวกคุณได้อีก”
รินรดาใจหายวูบ เธอรู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนประเภทพูดเล่น แต่ธาวินกลับบีบมือเธอเบาๆ ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นมาให้ เธอจึงนิ่งสงบไว้ได้แม้หัวใจจะเต้นรัว
“คุณเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่งนะคะกวินทร์” รินรดาเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ “พวกเราไม่ได้มาเพื่อเจรจาเหมือนกัน... แต่พวกเรามาเพื่อ ‘สารภาพ’ บางอย่างให้คุณฟัง”
“สารภาพ?” กวินทร์เลิกคิ้ว
“ใช่ค่ะ... สารภาพว่าสิ่งที่พวกเราแลกเปลี่ยนกับวรุตม์ ไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือความจริงที่ว่า คุณเป็นคนบงการเหตุการณ์ทั้งหมด... และตอนนี้ หลักฐานทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่วรุตม์เพียงคนเดียว แต่มันอยู่กับคนที่คุณไว้ใจมากที่สุดในบริษัท”
กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม “ใคร? เลขาฯ ของฉันเหรอ? ไม่มีทาง”
“ไม่ใช่เลขาฯ ของคุณค่ะ แต่เป็น ‘ภรรยา’ ของคุณต่างหาก...” รินรดาเว้นจังหวะให้คำพูดนั้นบาดลึกลงไปในใจของอีกฝ่าย “คนที่คอยบันทึกทุกคำสั่งซื้อของคุณไว้ในไดอารี่สีน้ำเงินเล่มนั้น... เล่มที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งในบ้านของคุณทุกคืน”
ใบหน้าของกวินทร์ถอดสีอย่างรวดเร็ว ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกผลักออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายก้าวเข้ามาพร้อมหมายจับที่อยู่ในมือของผู้หมวดหนุ่มที่รินรดาคุ้นเคยดี
ทว่า... ในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะถูกควบคุมตัว เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น สายจากธนาคารที่ดูแลบัญชีของร้านกาแฟแจ้งข่าวร้ายที่ทำให้เธอยืนแทบไม่อยู่
“คุณรินรดาคะ... มีบุคคลนิรนามโอนเงินเข้าบัญชีร้านกาแฟจำนวนมหาศาล และตอนนี้ร้านถูกยึดโดยคำสั่งศาลฉุกเฉินเพราะคุณถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินค่ะ!”
รินรดาหันไปมองธาวินด้วยความตกใจ ขณะที่กวินทร์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “เห็นไหม? สงครามมันเพิ่งเริ่ม... และพวกคุณไม่ได้สู้กับแค่ฉัน แต่สู้กับ ‘เงา’ ที่พวกคุณไม่มีวันมองเห็น!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจนี้ไปกับรินรดาและธาวินนะคะ เมฆหมอกสีชมพูสัญญาว่าจะพาไปพบกับคำตอบว่าใครคือบุคคลที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเงาที่น่ากลัวนี้ในตอนถัดไปค่ะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 40
บทที่ 40
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!