"คุณคงคิดว่าความเงียบจะช่วยคุณได้... แต่รินรดา ความเงียบมันคือหลุมศพของโอกาสนะคะ"
เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันของกวินทร์ดังก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมัลสุดหรู กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนกลบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วกลางที่รินรดาโปรดปรานจนหมดสิ้น หญิงสาวกำมือแน่นใต้โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วลามไปถึงหัวใจเมื่อเห็นเอกสารสีขาววางนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า
รินรดาสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "โอกาสที่ว่าคือการขายจิตวิญญาณของร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ให้กลายเป็นเพียงเฟืองตัวหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจของคุณงั้นหรือคะ คุณกวินทร์... ที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกับตัวเลขในบัญชี แต่มันมีค่ามากกว่านั้น"
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาโน้มตัวมาข้างหน้าจนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นที่น่าอึดอัด "มูลค่าของสิ่งของไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครรักมันแค่ไหน แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใคร 'ถือครอง' มันต่างหาก และที่สำคัญ... คุณรู้ใช่ไหมว่าธาวินไม่ได้มีแค่ความฝันที่เขากำลังทำอยู่ เขาเองก็มีความลับที่รอวันถูกเปิดเผย... ความลับที่อาจจะทำให้ 'สูตรลับ' ของเขาไม่มีวันได้ไปต่อ"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม รินรดาชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนไหวระริก เธอจำได้แม่นถึงสายตาของธาวินในคืนที่เขานั่งเหม่อมองเตาอบอย่างเงียบเชียบ ความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้ในรอยยิ้มอบอุ่นนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่?
ในขณะเดียวกัน ที่ร้าน 'สูตรลับฉบับละมุน' ธาวินกำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาไม่ได้กำลังชงกาแฟ แต่เขากำลังจ้องมองซองจดหมายสีน้ำตาลที่ถูกเสียบไว้ใต้ถ้วยเซรามิกใบโปรดของรินรดา มันไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือจดหมายจากอดีต... จดหมายที่ระบุชื่อผู้ส่งเป็นชื่อเดียวกับคนที่เคยทำลายชีวิตการทำขนมของเขาเมื่อหลายปีก่อน
มือของธาวินสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขาเอื้อมไปแตะซองนั้น เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ความทรงจำเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ในอดีตมันกัดกินเขาเหมือนปลวกที่ค่อยๆ แทะกินไม้ใจกลางบ้าน หากรินรดารู้เรื่องนี้เข้า... หากเธอรู้ว่าเขาก็เป็นเพียงคนขี้ขลาดที่หนีความจริงมาสร้างโลกใบใหม่ที่เปราะบางนี้ เธอจะยังมองเขาด้วยสายตาแบบเดิมอีกไหม
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงใสๆ เหมือนทุกที มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและเชื่องช้า ธาวินเงยหน้าขึ้นจากซองจดหมาย สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามา ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาคือทนายความส่วนตัวของครอบครัวรินรดา... คนที่ไม่ได้ปรากฏตัวมานานกว่าห้าปี
"สวัสดีครับ คุณธาวิน" ทนายคนนั้นกล่าวทักทาย รอยยิ้มของเขาดูสุภาพจนน่าขนลุก "ผมไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของใครทั้งนั้น แต่ผมมาในฐานะ 'ผู้กุมความลับ' ที่อาจจะช่วยให้คุณและคุณรินรดารอดพ้นจากเกมกระดานของกวินทร์ได้... แต่ก่อนอื่น คุณต้องเลิกหลอกตัวเองเสียทีว่าเหตุผลที่ย้ายกลับมาที่นี่ คือการตามหาความฝันเพียงอย่างเดียว"
ธาวินวางซองจดหมายลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ เขาไม่อาจซ่อนความตกใจไว้ได้มิด "คุณหมายความว่ายังไง"
"คุณไม่ได้แค่มาหาความฝัน แต่คุณหนีมาเพื่อรอวันที่จะเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง" ทนายก้าวเข้ามาใกล้ "และตอนนี้ คนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่กวินทร์เพียงคนเดียว แต่มันคือคนใกล้ตัวที่คุณไว้ใจที่สุด... คนที่กำลังจะเปลี่ยนกาแฟของรินรดาให้กลายเป็นยาพิษ"
ในห้องทำงานของกวินทร์ รินรดายืนขึ้นเต็มความสูง ความสับสนในใจเริ่มก่อตัวเป็นความแข็งกร้าว เธอรู้ว่าเธอต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง แต่เพื่อธาวิน และเพื่อร้านแห่งนี้ที่เปรียบเสมือนลมหายใจของเธอ
"ฉันจะไม่เซ็นชื่อในเอกสารนี้" รินรดาประกาศเสียงเฉียบขาด "ถ้าคุณต้องการร้านนี้ ก็เอาชนะด้วยวิธีที่ยุติธรรม ไม่ใช่การใช้ความลับมาขู่เข็ญแบบนี้"
กวินทร์ขมวดคิ้ว เขามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนเพิ่งค้นพบว่าเหยื่อที่เขาคิดว่าเชื่องช้า แท้จริงแล้วคือแม่เสือที่พร้อมจะขย้ำคอหอยเขาได้ทุกเมื่อ "คุณคิดว่าความยุติธรรมมันมีจริงในโลกธุรกิจงั้นหรือรินรดา? ถ้าคุณปฏิเสธ พรุ่งนี้เช้า... ข่าวอื้อฉาวเรื่องหุ้นส่วนของคุณจะขึ้นพาดหัวหน้าหนึ่ง และมันจะไม่ใช่แค่ร้านที่พัง แต่จะเป็นชีวิตของเขาทั้งชีวิต"
รินรดาเดินออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นในหัว เธอรีบวิ่งกลับมาที่ร้านด้วยความหวังว่าธาวินจะยังคงอยู่ที่นั่น แต่ภาพที่เธอเห็นเมื่อเปิดประตูร้านเข้าไปกลับทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
ร้านว่างเปล่า... แต่บนเคาน์เตอร์มีถ้วยกาแฟที่ถูกชงทิ้งไว้จนเย็นชืด และข้างๆ กันนั้นคือซองจดหมายที่ถูกฉีกเปิดทิ้งไว้ กระดาษข้างในเป็นภาพถ่ายเก่าๆ ของเธอและธาวินในวัยเด็ก... ทั้งที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อนในตอนนั้น
รินรดาหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่เสียงประตูร้านจะถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้...
กวินทร์ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะชี้ไปที่มุมมืดของร้านที่ธาวินยืนอยู่กับใครบางคน... คนที่เธอจำได้แม่นว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
"รินรดา... ความจริงน่ะมันเจ็บปวดเสมอ และวันนี้คุณกำลังจะได้เห็นว่าคนตาย... ก็กลับมาทำลายคุณได้เหมือนกัน"
เมฆหมอกสีชมพูหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงส่งกำลังใจให้รินรดาและธาวินก้าวข้ามผ่านค่ำคืนที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตไปได้นะคะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 41
บทที่ 41
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!