“ถ้าคุณรินยังดื้อดึงที่จะยื้อสัญญาฉบับเดิมไว้ ก็เตรียมตัวเห็นร้านนี้กลายเป็นกองขยะในไซต์งานก่อสร้างได้เลยค่ะ”
เสียงแหลมคมของเลขานุการในชุดสูทสีเข้มบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในร้าน ‘กลิ่นละมุน’ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังเคาน์เตอร์ มือของเธอกำซองจดหมายสีขาวหนาเตอะไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เคยทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนอากาศที่กำลังถูกสูบออกไปจากปอด
เธอกวาดสายตามองเอกสารที่เพิ่งถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก กวินทร์ไม่ได้มาด้วยตัวเอง เขาส่ง ‘สุนัขรับใช้’ มาจัดการกับคนที่เขามองว่าเป็นเพียงก้อนกรวดในรองเท้า
“คุณกวินทร์ไม่ได้ต้องการจะคุยกับฉันจริงๆ สินะคะ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ข้างในใจจะสั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว แต่ภายนอกเธอยังคงพยายามรักษาความนิ่งเงียบเอาไว้
“ท่านประธานไม่เสียเวลากับมดปลวกหรอกค่ะ” หญิงสาวในชุดสูทพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ “ในสัญญาใหม่นั่น ระบุชัดเจนว่าคุณมีเวลาตัดสินใจถึงแค่เที่ยงวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่เซ็น... เราจะปรับค่าเสียหายจากการผิดสัญญาเช่าล่วงหน้าในอัตราที่ดินเปล่า ซึ่งดิฉันเชื่อว่าคุณคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่นอน”
รินรดาไม่ตอบ เธอวางซองจดหมายลงแล้วค่อยๆ คลี่เอกสารออกมาอ่าน ดวงตาเรียวสวยไล่กวาดไปตามตัวอักษรสีดำบนกระดาษขาว ทุกบรรทัดคือการจงใจเอาเปรียบ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเงื่อนไขที่บีบให้เธอต้องย้ายออกโดยไม่มีทางสู้ ราวกับเขารู้ดีว่าจุดตายของเธอคืออะไร
ในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังจะแตกสลาย ธาวินก็ก้าวเข้ามาในร้าน เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกังวานขึ้นเบาๆ แต่สำหรับรินรดา มันเหมือนเสียงระฆังเตือนภัย เขายังคงดูดีในชุดเชฟเปื้อนแป้งจางๆ แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนแก้วที่ร้าว แม้จะวางอยู่ใกล้กัน แต่ก็เปราะบางจนไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปสัมผัส
ธาวินหยุดชะงักเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ กลิ่นอายคุกคามในร้านทำให้เขาขมวดคิ้ว เขาก้าวตรงมาหาหญิงสาวเลขานุการคนนั้นโดยไม่สนใจรินรดาที่กำลังยืนตัวสั่น
“ดูเหมือนที่นี่จะไม่ต้อนรับคนนอกนะ” ธาวินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง เขายืนขวางหน้าเลขานุการคนนั้นไว้เหมือนกำแพงที่ไม่มีใครฝ่าไปได้ “ถ้าคุณมีธุระกับร้านนี้ กรุณาออกไปทางเดิม และฝากบอกเจ้านายของคุณด้วยว่า... อย่าให้ผมเห็นหน้าคนของเขาที่นี่อีก”
“โอ้... เชฟธาวินสินะคะ” หญิงสาวคนนั้นแสยะยิ้ม “คงจะยุ่งอยู่กับงานอบขนมจนไม่ได้ติดตามข่าวสารสินะคะว่า เจ้านายของฉันเขากำลังทำอะไรกับ ‘ที่ซุกหัวนอน’ ของคุณอยู่”
เธอหยิบซองเอกสารจากมือรินรดาแล้วส่งให้ธาวินด้วยท่าทีเย้ยหยัน ธาวินรับไปดูเพียงครู่เดียว ก่อนที่ใบหน้าสุขุมจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเขาเต้นตุบๆ อย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้มองเอกสารอีกต่อไป แต่หันไปจ้องตารินรดา ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัย
“เธอรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนริน” เขาถาม เสียงของเขาแหบพร่า “เรื่องที่กวินทร์พยายามจะฮุบที่นี่... เธอเก็บมันไว้เป็นความลับจากฉันงั้นเหรอ?”
รินรดาสะอึกในลำคอ คำถามนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายดี “วิน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง แต่มันมีอะไรหลายอย่างที่...”
“มีหลายอย่าง หรือเธอแค่ไม่ไว้ใจฉันกันแน่” ธาวินแทรกขึ้นอย่างเย็นชา เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ แรงกระแทกของมันเบากว่าเมื่อครู่ แต่มันหนักอึ้งกว่าพันเท่าในความรู้สึกของคนฟัง
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความตึงเครียดภายนอก กลายเป็นความร้าวฉานภายในที่รุนแรงกว่า ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงแอร์ที่ทำงานอย่างเชื่องช้า เลขานุการสาวคนนั้นยังคงยืนอมยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหักที่เจ้านายของเธอต้องการ
“ฉันให้เวลาพวกคุณตัดสินใจถึงเที่ยงพรุ่งนี้นะคะ” หญิงสาวก้มโค้งเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ตีกับกลิ่นกาแฟจนน่าเวียนหัว
รินรดาหันไปมองธาวิน เธออยากจะอธิบายเรื่องกระเป๋าสตางค์ที่เธอพบ ความจริงที่ว่าพ่อของธาวินอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาฯ ของกวินทร์ แต่มันเป็นความจริงที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะพ่นออกมา เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้รับรู้ โลกของเขาจะพังทลายลงเหมือนกับเธอ
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ วิน...” รินรดาเอื้อมมือไปหมายจะแตะแขนเขา แต่ธาวินกลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าว การกระทำนั้นเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่กั้นขวางพวกเขาไว้
“ฉันเข้าใจแล้วริน” ธาวินพูดเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปทางหลังร้าน “ถ้าเธอเห็นว่าฉันไม่ควรได้รับรู้ หรือไม่ควรได้รับความไว้ใจ... ก็เชิญเก็บความลับนั้นไว้กับเธอคนเดียวต่อไปเถอะ”
เขาหายลับเข้าไปในครัว กลิ่นขนมปังอบใหม่เริ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมา แต่มันกลับไม่ช่วยให้รินรดารู้สึกอบอุ่นขึ้นเลย เธอยืนเคว้งคว้างท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในยามเย็น
ในวินาทีที่เธอตัดสินใจว่าจะเดินตามเขาไปง้อ และสารภาพทุกอย่างที่เธอรู้ มือถือในกระเป๋ากางเกงของเธอก็สั่นสะเทือนขึ้นมา เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเธอก้าวขาไม่ออก
*‘คุณรินรดา ถ้าคุณไม่อยากให้ธาวินรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาคือคนเซ็นชื่อยินยอมขายที่ดินผืนนี้ให้กวินทร์ตั้งแต่หกเดือนที่แล้ว ก็ควรจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่นี้ซะ... ปล. เอกสารตัวจริงอยู่ในตู้เซฟที่บ้านของคุณเอง’*
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอรีบกดเปิดอ่านอีกครั้ง มือสั่นเทาจนเกือบทำมือถือร่วงลงพื้น มันไม่ใช่เรื่องโกหก... เพราะเธอนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เธอย้ายเข้ามาใหม่ๆ เธอเคยเห็นเอกสารฉบับหนึ่งในแฟ้มประวัติที่ธาวินเคยลืมไว้ และนั่นคือเหตุผลที่เขาย้ายกลับมาที่นี่... เพื่อมาทำลายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมากับมือตั้งแต่ต้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธาวินในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าจะได้พบกันในตอนหน้าที่จะเฉลยปมอันน่าตกใจนี้นะคะ!
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 11
แผนร้ายจากคนนอก
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!